รีวิวหนัง 28 Years Later 28 ปีให้หลัง เชื้อเขมือบคน

รีวิวหนัง 28 Years Later 28 ปีให้หลัง เชื้อเขมือบคน

อีกหนึ่งเฟรนไชส์ในตำนานที่ได้ฤกษ์กลับมาสานต่อลมหายใจในปีนี้ก็คือ”28 Years Later 28 ปีให้หลัง เชื้อเขมือบคน” หนังไซไฟ ซอมบี้ระทึกขวัญ จากฝั่งอังกฤษ ที่เคยเรืองรองสร้างกระแสในหมู่คนดีได้ดีในช่วงยุค 2000s บัดนี้ก็ถึงแก่เวลาที่จะปัดฝุ่นและขยายโลกใบเดิมให้กว้างยิ่งขึ้น กับห้วงเวลาและไทม์ไลน์ที่ผ่านไปหลายเป็นทศวรรษ ที่นี่เป็นเหมือนจุดประกายไฟสานต่อความร้อนแรงให้กับหนังชุดนี้ได้อีกครั้ง

เรื่องย่อ 28 Years Later

เป็นเวลาเกือบสามทศวรรษแล้ว นับตั้งแต่เชื้อไวรัสหายนะหลุดออกมาจากห้องทดลองอาวุธชีวภาพ และในตอนนี้ แม้จะยังคงมีการกักกันอย่างเข้มงวดอยจะยังคงอยู่ บางคนก็หาวิธีเอาชีวิตรอดท่ามกลางเหล่าผู้ติดเชื้อได้ โดยหนึ่งในกลุ่มผู้รอดชีวิตนี้อาศัยอยู่บนเกาะเล็ก ๆ ที่เชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ด้วยสะพานเส้นเดียวที่ได้รับการป้องกันอย่างแน่นหนา แต่เมื่อหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มออกจากเกาะเพื่อปฏิบัติภารกิจ ในส่วนลึกของแผ่นดินใหญ่ เขาก็ได้ค้นพบความลับ ความมหัศจรรย์ และความ สยองขวัญ ที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแค่ผู้ติดเชื้อ แต่รวมถึงผู้รอดชีวิตคนอื่น ๆ ด้วย

ในพาร์ททางการแสดงนั้น ถึงแม้ว่าตัวหนังเรื่องนี้จะโปรยและโหมโรงโปรโมตด้วยการใช้ 3 นักแสดงระดับซุปตาร์หลัก ๆ อย่าง “แอรอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน”, “โจดี คอเมอร์” และ “เรล์ฟ ไฟนส์” แต่ทว่าก็น่าเสียดายที่เพราะในแง่ของมิติที่ถ่ายทอดออกมาในแต่ละคาแรกเตอร์ที่พวกเขาได้รับนั้น ยังไม่ค่อยชัดเจนสักเท่าไหร่ ทำให้การแสดงที่แม้ว่าจะเล่นดีแค่ไหน ก็ยังไม่สามารถสร้างความรู้สึกผูกพันกับคนดูได้สักเท่าไหร่อยู่ดี

แต่กลับกลายเป็นดาราเด็กดาวรุ่ง “แอลฟี วิลเลียมส์” เฉิดฉายและก้าวขึ้นมารับหน้าที่แบกหนังเรื่องนี้ได้อย่างเปล่งประกายแบบไม่น่าเชื่อ ประสบการณ์และชั่วโมงทางการแสดงของเขามีแค่เพียงน้อยนิด แต่กลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่ขับออกมาจากตัวละครของเขาได้เป็นอย่างดี ส่วนหนึ่งก็ต้องขอบคุณที่บทนี้ค่อนข้างส่งต่อการแสดงของเขาด้วยดี นั่นทำให้หนุ่มน้อยนี้น่าจะเป็นตัวยืนหลักที่มั่นคงสำหรับอนาคตไตรภาคของหนังชุดนี้ไปแล้ว

สรุปในภาพรวมแล้วนั้น 28 Years Later ก็เป็นเหมือนหนังที่มาเพื่อสานต่อลมหายใจให้กับตระกูล หนังซอมบี้ จากฝั่งอังกฤษในตำนานอีกครั้ง งานสร้างและองค์ประด้านโปรดักชันต่าง ๆ ยังทำออกมาได้จึ้งใจและรักษามาตรฐานได้เป็นอย่างดี วิสัยทัศน์ในแง่การกำกับก็ยังแจ่มแจ๋วน่าพอใจ เพียงแต่ว่าท่วงท่าในการเล่าเรื่องของการ ผจญภัย ยังติดอาการกั๊กไปสักหน่อย จึงยังทำห้วงอารมณ์ยังไปได้ไม่สุดทาง เพราะมัวแต่เก็บกักเอาไว้เพื่อไปสู่ภาคต่อไปนั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากว่าคุณเป็นแฟนหนังชุดนี้มาตั้งแต่ภาคแรก แล้วยังสัมผัส ความสยอง จากภาคต่อได้อยู่ หนังภาคนี้ก็ไม่ต่างกับเป็นการมาเติมเชื้อไฟที่คุ้นเคยให้กับมาคุกรุ่นอีกครั้ง ถึงแม้ว่ามันอาจจะยังไม่ใช่หนังที่ครบถ้วนสมบูรณ์ในทุก ๆ องค์ประกอบ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารู้สึกดีใจที่ได้เห็นการฟื้นคืนชีพของเฟรนไชส์นี้ได้ด้วยดีครั้ง และหนังเรื่องนี้อาจจะทำหน้าที่เป็นเพียงจุดเริ่ม ที่เป็นการบอกกระซิบว่ามันยังมีอีกหลายแง่มุมและเรื่องราวที่รอคอยให้ตีแผ่อยู่อีกมาก…