รีวิวหนัง “K.O. น็อกเอาท์” ลีลาบู๊สุดทะมึนแดนฝรั่งเศส ที่พูดน้อยแต่ต่อยหนัก

K.O. น็อกเอาท์

กลายเป็นความโดดเด่นมากขึ้นทีละเรื่อยๆในวงการหนังฝั่งยุโรปสำหรับความพยายามปลุกปั้นรังสรรค์หนังบู๊ของฝรั่งเศส ที่ในช่วงหลังๆชาตินี้มักส่งคอนเทนท์ที่น่าสนใจออกมาให้เป็นตัวเลือกให้คอหนังทั่วโลกกับคุณภาพที่ค่อยๆ มาในทิศทางที่น่าพอใจ กับล่าสุดใน K.O. น็อกเอาท์ ลีลาบู๊ล่าสุดจากแดนน้ำหอมที่เป็นอีกครั้งที่สามารถนำพาคนดูเข้าไปตะลุยดำดิ่งสู่ด้านมืดและด้านอับแสงในสังคมเน่าเฟะของเมืองแห่งนี้หลังจากที่พลั้งมือสังหารคู่ต่อสู้บนเวที MMA อย่างไม่ตั้งใจแบสเตียน ได้ตัดสินใจวางนวมและลงจากสังเวียน พร้อมกับความรู้สึกผิดที่ติดตัวไปโดยตลอดกระทั่งเขาได้รับโอกาสให้ได้ลบล้างบาปตราบาปนั้นเขาจึงตัดสินใจคว้ามันและก้าวเข้าสู่โลกอันแสนซับซ้อนแห่งวังวนการค้ายาใต้ดินที่แสนอันตรายของฝรั่งเศสโดยภารกิจของเขาก็คือการพาลูกชายของอดีตคู่ต่อสู้ที่เคยทำผิดพลาดไปกลับคืนสู่อ้อมกอดของแม่อีกครั้ง

อ็องตวน บลอสซิเออร์ผู้กำกับชื่อดังของฝรั่งเศสมารับหน้าที่ดูแลงานสร้างและเขียนบทหนังเรื่องนี้เองอีกครั้งถือว่าค่อนข้างพลิกขั้วจากผลงานชิ้นก่อนของเขา อย่าง เรมี่ หนุ่มน้อยเสียงมหัศจรรย์ เมื่อหลายปีก่อน กลายมาเป็น หนังแอคชันดุเดือด ที่เต็มไปด้วยโทนทะมึนแห่งวงวันอาชญากรรมและโลกใต้ดินที่ถูกรังสรรค์ออกมาได้อย่างน่าค้นหาถึงแม้ว่า K.O. น็อกเอาท์จะสร้างโครงเรื่องออกมาได้ขึงขัง แต่ในแง่ความเป็นภาพยนตร์อาจจะยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้ครบถ้วนสักเท่าไหร่โดยเฉพาะในแง่ของบทหนังที่ค่อนข้างหละหลวมเกินไปถึงพล็อตเรื่องจะค่อนข้างเด่นชัดดีว่าจะสื่อไปในทิศทางไหนแต่ในส่วนของรายละเอียดที่แทรกซึมเข้าไปเชิงลึกนัก บทหนังยังไม่สามารถควบคุมทุกภาคส่วนเอาไว้ได้อย่างขันแข็ง ยังเต็มไปด้วยบทบู๊ง่ายๆ ที่ไร้มิติและชั้นเชิงของตัวละครทุกตัว

แต่ถึงแม้ว่าบทหนังจะค่อนข้างเบาโหวงไปหน่อยผู้สร้างเลือกที่ทดแทนด้วยการโยนใส่จังหวะการออกแบบฉากบู๊เข้ามาแทนที่ก็ดูเหมือนว่าจะมีประสิทธิภาพที่พอจะกลบเกลื่อนรอยโหว่ของบทหนังและสตอรี่ของเรื่องได้อยู่บ้างเพราะหนังมีซีเควนท์ฉากแอคชันที่น่าดึงดูดใจดีในระดับหนึ่ง แม้ว่าท่วงท่าและมุมจังหวะหลายๆอย่างออกจะไม่แปลกใหม่เท่าไหร่นัก เป็นสิ่งที่เห็นเคยแล้วในหนังบู๊ยุคนี้ทั่วไป แต่ปฏิเสธไม่ได้กว่าก็ทำได้ถึงอยู่ในส่วนของพาร์ทการแสดงที่อาจจะเน้นหลักๆที่ 2 นักแสดงนำอย่างซิริลเกนนักสู้สังเวียนที่ผันตัวมาสู่งานแสดงคนล่าสุดเขาอาจจะค่อนข้างใหม่อยู่เล็กน้อยแต่ก็เลี่ยงไม่ได้ทีจะบอกว่าหมัดของเขาหนักเอาการ และสามารถถ่ายทอดองค์ประกอบที่เขาถนัดที่สุดออกมาได้อย่างลงตัว ซึ่งนับว่าโชคดีที่บทบาทในส่วนการแสดงนั้นถูกใส่มาแค่หลวม ๆ จึงบรรยายภาพของเขาออกมาในลักษณะพูดน้อยต่อยหนักไปแทน

ขณะที่อลิซเบไลดีทั้งสวยทั้งดุดันคาแรกเตอร์ของเธอค่อนข้างน่าค้นหาแต่ทว่าบทหนังไม่สามารถเกลี่ยรายละเอียดที่เด่นชัดในบทบาทของเธอออกไม่มาได้เท่าที่ควร แต่ก็ต้องยอมรับว่าท่วงท่าการออกลีลาบู๊ของเธอนับว่าจัดจ้านไม่เบาเช่นกันเมื่อต้องมาเล่นลูกคู่กับพี่บิ๊กระดับนักสู้สังเวียนแล้วออร่าของเธอก็เจิดจรัสขึ้นมาดูเท่และปังได้ไม่เบาเลยในส่วนของพาร์ทการแสดงที่อาจจะเน้นหลักๆ ที่ 2 นักแสดงนำ อย่างซิริลเกนนักสู้สังเวียนที่ผันตัวมาสู่งานแสดงคนล่าสุดเขาอาจจะค่อนข้างใหม่อยู่เล็กน้อยแต่ก็เลี่ยงไม่ได้ทีจะบอกว่าหมัดของเขาหนักเอาการและสามารถถ่ายทอดองค์ประกอบที่เขาถนัดที่สุดออกมาได้อย่างลงตัวซึ่งนับว่าโชคดีที่บทบาทในส่วนการแสดงนั้นถูกใส่มาแค่หลวมๆจึงบรรยายภาพของเขาออกมาในลักษณะพูดน้อยต่อยหนักไปแทนขณะที่อลิซเบไลดีทั้งสวยทั้งดุดัน คาแรกเตอร์ของเธอค่อนข้างน่าค้นหาแต่ทว่า บทหนัง ไม่สามารถเกลี่ยรายละเอียดที่เด่นชัดในบทบาทของเธอออกไม่มาได้เท่าที่ควรแต่ก็ต้องยอมรับว่าท่วงท่าการออกลีลาบู๊ของเธอนับว่าจัดจ้านไม่เบาเช่นกันเมื่อต้องมาเล่นลูกคู่กับพี่บิ๊กระดับนักสู้สังเวียนแล้วออร่าของเธอก็เจิดจรัสขึ้นมาดูเท่และปังได้ไม่เบาเลย