เมื่อผู้กำกับยอดฝีมือกายริตชีที่สร้างหนังบู๊ก็เจ๋งทำหนังแฟนตาซีก็ปังและล่าสุดได้รับมอบหมายโจทย์เป็นหนังผจญภัยไขปริศนาฟอร์มใหญ่มาให้ละเลงสร้างเขาก็ไม่รีรอที่จะวาดลวดลายออกมาเป็น Fountain of Youth การผจญภัยสุดขอบโลกครั้งใหม่ที่มาพร้อมกับดาราระดับซุปตาร์ตัวเป้งและทุนสร้างสูงปรี๊ดที่อาจจะกลิ่นอายคล้ายๆกับหนังดังหลายเรื่องไปหน่อยก็ตามลุคกับชาร์ล็อตต์สองพี่้น้องที่ต่างมีเส้นทางแยกกันไปคนละทิศทางได้หวนกลับมาร่วมมือกันอีกครั้งเพื่อจุดเป้าหมายเดียวกันในการตามหาน้ำพุแห่งความเยาว์ที่เลื่องชื่อในตำนานด้วยการแกะเบาะแสมาจากข้อมูลทางประวัติศษสตร์ออกเดินทางไปตามเส้นทางภารกิจที่ยิ่งใหญ่ บนเดิมพันความสำเร็จที่พลังอำนาจของน้ำพุศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อาจจะมอบความเป็นอมตะให้กับพวกเขา
เอาจริงๆแค่เริ่มต้นเปิดเรื่องขึ้นมาก็ซื้อใจคอหนังชาวไทยไปแล้วเพราะออกสตาร์ทด้วยฉากโหมโรงในกรุงเทพฯกับคลอไปด้วยเพลงดังอมตะ Bang Bang ฉบับดัดแปลงเป็นคำร้องภาษาไทยทั้งหมดก็ชวนกระตุ้นความสนใจได้ไม่น้อย Fountain of Youth เป็น หนังแอคชันผจญภัย สไตล์ตามหาขุมทรัพย์ที่ทำให้เราเลี่ยงจะไม่นึกถึงหนังดังๆอย่างแฟรนไชส์ Indiana Jones, National Treasure ไม่ได้เพราะหนังดูจะมาในสูตรเดียวกันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนังแนวบู๊ผจญภัยในศักราชนี้ค่อนข้างเป็นความท้าทายในการสร้างไม่น้อยถึงแม้มันจะเป็นหนังที่สามารถไปตามสูตรสำเร็จแบบเดิมๆได้แต่ก็ใช่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเวิร์กได้เสมอท่ามกลางยุคที่วงการหนังรายล้อมไปด้วยหนังที่พยายามสร้างมาตรฐานใหม่ๆออกมาเย้ยหยันกันตลอดเวลาสำหรับสิ่งที่ออกมาในก็ต้องบอกว่าน่าตื่นตาแต่ยังไม่ดึงดูดใจได้ขนาดนั้น
กาย ริตชี ยังคงใช้พรสวรรค์ในการรังสรรค์งานสร้าง หนัง บ็อกซ์บัสเตอร์ของเขาให้ออกมาได้ไหลลื่นโดยเฉพาะการทำงานร่วมกับทีมดารานักแสดงชุดใหญ่ไฟกะพริบที่เขาก็ยังรับมือกับความยิ่งใหญ่นี้ได้อย่างมั่นเหมาะเพียงแต่ว่าการบรรจงสร้าง Fountain of Youth เรื่องนี้ออกมาด้วยน้ำมือของเขายังค่อนข้างเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยฟกช้ำมากมายโดยเฉพาะความสามารถที่ตรึงใจผู้ชมให้อยู่กับท้องเรื่องยังค่อนข้างล้มเหลวอยู่เจมส์แวนเดอร์บิลต์มือเขียนบทจากทั้ง 2 ภาครวมทั้งหนังฉบับล่าสุดได้พยายามเขียนบทหนังออกมาเหมือนกับหมดมุกเพราะ Fountain of Youth ออกมาไม่ต่างกับหนังที่พยายามลอกเลียนแบบหนังผจญภัยสุดขอบฟ้าคลาสสิกเรื่องดังๆแต่ไม่สามารถแตะต้องถึงเสน่ห์ของมันได้สักนิดหนังเต็มไปด้วยองค์ประกอบเฉื่อยๆพร้อมกับไดอะล็อกบทพูดที่พูดไปเรื่อยแทบหาแก่นสารและน้ำหนักที่แท้จริงไม่ค่อยจะได้หลายๆองค์ประกอบใน ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ คอหนัง เคยเห็นมาแล้วจากผลงานเก่าๆขึ้นหึ้งของผู้กำกับชั้นครูราวกับว่ากายริตชีมาทำการปัดฝุ่นรื้อฟื้นวิชาของครูสร้างออกมาเป็นหนังใหญ่ที่แทบจะไม่มีสีสันความทะเยอทะยานใดๆเห็นแค่เพียงงานสร้างที่ยิ่งใหญ่ผลาญทุนไปเปล่าๆแต่เต็มไปด้วยจุดด้อยในแง่ของการเล่าเรื่องและการต่อเติมเส้นเรื่องที่แทบจะไร้น้ำหนักอย่างสิ้นเชิง
นับว่าโชคดีที่ได้ทีมนักแสดงมืออาชีพมาช่วยปรุงแต่งให้กับตัวหนังเรื่องนี้เรียกได้ว่าเหล่านักแสดงทำหน้าที่เป็นนายแบกของหนังที่แท้ทรูจอห์นคราซินสกีกับนาตาลีพอร์ตแมนใช้ความเป็นดาราอาชีพของพวกเขามาช่วยพยุงตัวหนังผจญภัยรสสัมผัสเปื่อยๆเอาไว้ตลอดทั้งเรื่องพวกเขาแสดงให้เห็นว่ามืออาชีพทำงานอย่างไรแม้ว่าตัวบทจะสามารถส่งสารและช่วยยกระดับให้กับตัวหนังได้เลยก็ตามถึงแม้ว่าเราจะค่อนข้างดีใจที่ได้เห็นนาตาลีพอร์ตแมนกลับมาเล่นหนังสตูดิโอฟอร์มดีๆอีกครั้งแต่น่าเสียดายที่ดันเป็นเรื่องนี้ แต่หนังก็ยังมีทีมดาราสมทบ อย่าง “ไอชา กอนซาเลซ”, “โดห์นัลล์ กลีสัน”, “สแตนลีย์ ทุชชี” และ “เอเรียน มอยเอด” มาร่วมเสริมทัพความหนักแน่นในส่วนของแคสติ้ง ที่คาแรกเตอร์ของพวกเขาแทบจะไร้มิติใด ๆ ในหนังเรื่องนี้ก็ตามที
ดังนั้นโดยภาพรวมแล้วก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า กาย ริตชี เขายังคงไปได้สวยกับการรังสรรค์ชิ้นงานสไตล์แอคชันแนวถนัดของเขา แต่ทว่าเขาก็ค่อนข้างไปไม่ถึงฝั่งฝันในความพยายามที่จะสร้างแรงจูงใจการผจญภัยไขปริศนาสุดขอบโลกออกมาได้สนุกและดึงดูดความสนใจให้กับคนดูได้อย่างเปี่ยมล้น หนังเรื่องนี้จึงเต็มไปด้วยแผลฟกช้ำมากมายหลายจุด มีดีแค่เพียงทีมนักแสดง แต่ส่วนประกอบอื่น ๆ แทบจะไม่กระตุ้นอรรถรสความสนุกได้เลย

