กลายเป็นหนังม้ามืดมาแรงที่ดึงดูดความใจของผู้ชมได้อย่างเหลือเชื่อในเวลานี้กับการก้าวขึ้นมาสู่อีกบทบาทที่สำคัญของนักร้องนักแสดงหนุ่มเป้อารักษ์ที่ได้มีการจับงานสร้างหนังใหญ่เป็นครั้งแรกและเรื่องแรกของเขาใน พระแท้ คนเก๊ ที่ได้ทำการละเลงความสร้างสรรค์ผ่านไอเดียกับแนวคิดที่จัดจ้านแบบฉบับส่วนตัวของเขาเองออกมาเป็นหนังทริลเลอร์จัดจ้านแบบไทยที่พาเข้าไปคลุกวงในของวงการพระเครื่อง…แบบคนรู้จริงเอกต้องการเงินไปรักษาพ่อที่ป่วยหนัก เขาเอาพระเครื่องของพ่อไปประเมินราคากับเซียนพระชื่อดังเซ้งพาราไดซ์เอกได้เจอกับเซียนหมวยเซียนพระสุดฮ็อตที่เข้ามาแนะนำให้ส่งพระเข้าประกวดแต่กลายเป็นว่าพระที่อยู่ในมือของเอกคือพระสมเด็จของแท้ชื่อดังในตำนานที่หายไปจากวงการกว่า 30 ปีซึ่งราคาสูงอาจถึงหลักร้อยล้าน
และนั่นทำให้เอกกับพระเครื่องของเขาเป็นที่จับจ้องของคนเล่นพระทั้งวงการ รวมไปถึงพ่อสุนทรเซียนพระผู้ทรงอิทธิพลและนายกสมาคมพระเครื่องฯพ่วงด้วยชายหนุ่มปริศนาลึกลับอย่างวิคเตอร์ ที่ต่างเข้ามาพัวพันกับเอกจากชายหนุ่มที่ไม่เคยสนใจพระเครื่องพลิกชีวิตเข้าสู่เดิมพันอันตรายของเหล่าเซียนพระ ที่พร้อมใช้ทุกเล่ห์เหลี่ยมกลโกงแย่งชิงพระแท้มาครอบครอง The Stone พระแท้ คนเก๊ เป็นหนังที่กลั่นกรองมาจากไอเดียและคอนเซ็ปต์หนังของเป้อารักษ์โดยเฉพาะซึ่งเขาก็รับหน้าที่เขียนบทหนังเรื่องนี้ด้วยตัวเองอย่างตั้งใจพร้อมกับมารับหน้าที่นั่งเก้าอี้กำกับหนังแบบเต็มตัวเป็นครั้งแรก ร่วมกับเพื่อนร่วมเส้นทางนักสร้างหนังบีวุฒิพงษ์ที่ต้องบอกเลยว่าไอเดียที่จัดจ้านลงตัวมาอยู่ในมือของทีมสร้างที่เต็มไปด้วยแพสชั่นและแรงผลักดันที่เต็มเปี่ยมกลายออกมาเป็นหนังไทยรสจัดจ้านที่ทำได้ถึงอีกเรื่องหนึ่งในรอบปีเลยทีเดียว
เริ่มต้นในส่วนของบทหนังที่พี่เป้ละเลงเขียนขึ้นมากับมือจริงพล็อตและซีเควนท์ต่างที่ใส่เข้ามาก็ถือว่าเป็นสูตรที่คุ้นเคยและไม่ได้มีอะไรที่แปลกใหม่เท่าไหร่ แต่ทว่ามันยังค่อนข้างเวิร์กกับการนำไปประกอบควบคู่กับองค์ประกอบต่างของ หนัง ด้วยดีทำให้กลายเป็นบทหนังที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยพลังที่เปี่ยมล้นไปในทิศทางที่ดีเป็นการสร้างอีกมาตรฐานให้กับหนังแนวทริลเลอร์อาชญากรรมของวงการหนังไทยได้อย่างมีเหลี่ยมมีมุมที่ล้วนไปด้วยมิติที่ชัดเจนแล้วเมื่อนำเข้ามาประกอบกับงานสร้างและวิสัยทัศน์ในการกำกับของพี่เป้กับพี่ตูนแล้วจึงทำให้ The Stone พระแท้ คนเก๊ ออกมาเป็นหนังที่เดือดผุดตลอดทั้ง 2 ชั่วโมงแบบที่คนดูจะสามารถเอ็นจอยและดื่มด่ำไปกับชะตาชีวิตที่แสนโชคดีและโคตรซวยของตัวละครต่างได้อย่างออกอรรถรสงานโปรดักชันของหนังเรื่องนี้ค่อนข้างทำได้ถึงโดยเฉพาะการเซ็ตฉากและดีไซน์เกี่ยวกับวงการพระเครื่องที่คนดูสัมผัสได้ถ่องแท้เลยว่าผู้สร้างรู้จริงและทำการบ้านมาได้แน่นมาก ๆ
มุมภาพและมุมกล้องของหนังเรื่องนี้ค่อนข้างโดดเด่นและแปลกตาว่าหนังไทยทั่วไปเล็กน้อยเพราะมีการเน้นดีไซน์ความหม่นหมองจากการใช้แสงธรรมชาติมาช่วยในการเล่าเรื่องเป็นส่วนใหญ่ อีกครั้งองค์ประกอบของนักแสดงก็ถือว่าใส่รายละเอียดอย่างพิถีพิถันโดยที่ไม่แต่งเติมอะไรเราจะเห็นได้ว่านักแสดงเข้าฉายในแบบที่เมคอัพบางกันสุดโดยที่ไม่นับรวมพวกเอฟเฟกต์รอยฟกช้ำต่างที่มันกลายเป็นจุดเล็กที่สะท้อนถึงความเป็นจริงได้ดีคนดูน่าจะรู้สึกได้แจ่มชัดเลยว่าเป็นผลงานการสร้างหนังที่ เป้ อารักษ์ ภาคภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างมากเพราะในเนื้อหนังเราจะสัมผัสได้ถึงความทุ่มเทแรงกายแรงใจของเขาในหนังเรื่องนี้ ด้วยรายละเอียดเล็กน้อยที่แทบไม่บกพร่อง แม้ว่าการหยิบเอาวงการพระเครื่องมาขึ้จอใหญ่อาจเป็นเรื่องที่ไกลตัวของใครบางใครแต่เขาสามารถชูวงการนี้มาวาดลวดลายในหนังได้อย่างเข้าถึงและเข้าใจได้ง่าย เป็นลูกเล่นที่แทรกซึมเข้าถึงอารมณ์คนดูได้อย่างไม่ธรรมดา

