รีวิวหนัง “Nonnas รักนะย่ายายจ๋า” ดูจบ ปาดน้ำตาแล้วคิดถึงรสมือเมนูของคนที่บ้าน

Nonnas รักนะย่ายายจ๋า

เพราะว่าช่วงกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปีจะตรงกับเทศกาลวันแม่ของหลายๆประเทศทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น อเมริกาออสเตรเลีย,อิตาลี,อินเดียหรือเวียดนามนั่นจึงเหมาะเจาะที่ปล่อยคอนเทนท์เกี่ยวกับแม่ออกมาในช่วงเวลานี้ กลายมาเป็นการหย่อนหนังชีวิตกลิ่นอายความอบอุ่นเรื่องใหม่ รักนะย่าย้ายจ๋า ออกมาเสิร์ฟในช่วงสุดสัปดาห์นี้เพราะนี่จะกลายเป็นหนังที่ทำให้ผู้ชมวัยกลางคนจะต้องเช็ดคราบน้ำตาคิดถึงอดีตที่ยังคิดถึงอย่างกลมกล่อมเรื่องราวของโจอี้ชายหนุ่มที่เติบโตมากับครอบครัวชาวอิตาเลียนใจกลางมหานครนิวยอร์กบัดนี้เขาเป็นหนุ่มใหญ่วัยหลักสี่ที่เพิ่งจะสูญเสียแม่ผู้เป็นที่รักไป บ้านที่แสนอบอุ่นบัดนี้มีแต่ความเงียบงันคืบคลานเข้ามาแทนที่เขาจึงตัดสินใจใช้เงินประกันชีวิตของแม่มาซื้อร้านอาหารเก่าแก่บนเกาะสแตเทน เพื่อหวังจะเปิดร้านอาหารที่ดึงเอารสชาติอาหารอิตาเลียนดั้งเดิมสูตรของที่บ้านมาเผยแพร่พร้อมกับการร่วมมือของคุณย่าคุณยายที่เปี่ยมไปด้วยรสมือสุดเด็ดแม้ว่าประสบการณ์จะเป็นศูนย์

ถ้าหากว่าคุณชอบที่เสพย์สุขกับหนังฟีลกู้ดบรรยากาศดีพล็อตเรื่องง่ายสบายใจสบายกาย Nonnas รักนะย่ายายจ๋าเรื่องนี้ก็เหมาะเจาะกับคุณเป็นอย่างยิ่งเพราะนี่คือผลงานล่าสุดของผู้กำกับชื่อดัง “สตีเฟน ชโบสกี” จาก Wonder และ The Perks of Being a Wallflower ที่ได้หวนกลับมาละเลงความสุขในผลงานแนวถนัดของเขาอีกครั้งแม้ว่าหนนี้เขาจะไม่ได้ลงมารับหน้าที่เขียนบทหนังเองเพราะได้ ลิซแม็คซีจากซีรีส์ Siren มาช่วยปั้นเรื่องราวที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชีวิตจริงของโจดี้สคาราเวลลาชายเจ้าของร้านอาหารชื่อดังของเกาะสแตเทนที่เคยเล่าเรื่องผ่านหนังสือที่ชื่อว่าที่กลายเป็นหนังสือขายดีติดชาร์ตเมื่อทศวรรษที่แล้วอาจจะไม่ใช่หนังที่สดใหม่แต่อย่างใดแต่อย่างน้อยหนังก็สื่อสารออกมาได้ตรงประเด็น และลึกซึ้งได้อย่างตรงไปตรงมาเป็นหนังชีวิตที่สะท้อนผ่านมุมมองของผู้คนระหว่างเจเนอเรชันฝั่งคนวัยกลางคนกับคนวัยไม้ใกล้ฝั่งนี่คือการโปรยสตอรี่ของผู้คนที่ล้วนแต่พานพบประสบการณ์ชีวิตมายาวนานถึงชีวิตเต็มไปด้วยเรื่องราว เปี่ยมล้มไปด้วยความสุขและความทุกข์ที่ปะปนกันไปเสมอ

ด้วยสตอรี่ที่ค่อนข้างมั่นคงและทรงพลังด้วยดีทำให้พล็อต หนัง เรื่องนี้กลั่นกรองออกมาได้อย่างลงตัวถึงแม้ว่าจะเป็นบทที่เฉิ่มเชยไปหน่อยก็ตามแต่เป็นความเรียบง่ายที่ร้อยเรียงออกมาได้อย่างกินใจออกมาเป็นหนังฟีลกู้ดที่อบอวลไปด้วยความหวังและความคิดถึงชวนสะกิดใจให้คนบางกลุ่มอาจจะกระตุ้นให้นึกถึงวันวานที่หวานชื่นอีกครั้งทีมนักแสดงก็คือไฮไลต์ที่โดดเด่นหวนกลับมารับบทบาทในชีวิตฟีลกู้ดที่นับว่าเขายังเสมอต้นเสมอปลายกับการรับมือในหนังทุกประเภทได้ด้วยดี ยิ่งมาเสริมเข้ากับเหล่าดาราอาวุโสที่ลงตัวอย่างลอร์เรนแบรกโซ,ทาเลียเชียร์เบรนดาแวคคาโรและซูซานซาแรนดอน” พวกเธอกลายเป็นสีสันที่มาช่วยละเลงและยกระดับหนังเรื่องนี้ได้อย่างอบอุ่นหัวใจจริง ๆ