รีวิวเกม Divine Edge: A Bond Beyond Destiny

รีวิวเกม Divine Edge: A Bond Beyond Destiny

Divine Edge: A Bond Beyond Destiny เป็นเกมแนว Action RPG ผสมกลิ่นอายแฟนตาซีที่เข้มข้น และมีองค์ประกอบของการเล่าเรื่องแบบดราม่าที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ตัวเกมเล่าถึงโลกที่แบ่งออกเป็นสองมิติ คือโลกมนุษย์และโลกแห่งทวยเทพที่เคยเชื่อมโยงกันด้วยพลังแห่งขอบฟ้า แต่ภายหลังเกิดหายนะทำให้ทั้งสองโลกถูกแยกจากกัน และพลังของ “Divine Edge” กลับกลายเป็นสิ่งเดียวที่สามารถฟื้นฟูสมดุลได้ ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น “คีออส” นักรบที่ถูกเลือกจากชะตา ให้ร่วมมือกับ “อิเรน่า” เทพธิดาผู้ถูกเนรเทศ ซึ่งทั้งสองจะต้องฟันฝ่าความขัดแย้งระหว่างเผ่าพันธุ์ ปริศนาแห่งอดีต และการทรยศหักหลัง เพื่อปกป้องสิ่งที่เหลืออยู่ของโลกทั้งสอง

จุดเด่นของเกมนี้คือการเล่าเรื่องที่ลึกซึ้งและสัมพันธ์กับ ระบบเกมเพลย์ อย่างแนบแน่น ความสัมพันธ์ของตัวละครหลักไม่ได้เป็นเพียงเรื่องรักหรือมิตรภาพธรรมดา แต่เป็นการเติบโตผ่านเหตุการณ์เลวร้ายที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกอินอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเนื้อเรื่องยังมีหลายฉากที่ให้ผู้เล่นเลือกเส้นทาง ส่งผลต่อฉากจบและความสัมพันธ์กับตัวละครอื่นๆ ทำให้การเล่นแต่ละครั้งมีความแตกต่างอย่างชัดเจน เพิ่มความน่าสนใจและความอยากกลับมาเล่นซ้ำอย่างมาก

ระบบต่อสู้พลิกแพลงลื่นไหล ภาพงามระดับคอนโซล



ระบบต่อสู้ของ Divine Edge: A Bond Beyond Destiny ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ด้วยการผสมผสานการโจมตีแบบเรียลไทม์และการใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ร่วมกับอาวุธเวทโบราณ ผู้เล่นสามารถสลับอาวุธและพลังธาตุได้อย่างอิสระ โดยพลังของ Divine Edge จะถูกปลดล็อกตามระดับความสัมพันธ์ของคีออสกับอิเรน่า และยังมีระบบคอมโบร่วมที่ต้องใช้จังหวะและการกดคำสั่งให้ตรงกัน เพื่อปล่อยท่าไม้ตายที่อลังการ

กราฟิกของเกมทำออกมาได้อย่างงดงาม ด้วยการใช้ Unreal Engine ที่ถ่ายทอดฉากแฟนตาซีออกมาได้อย่างทรงพลัง ทั้งภูเขาคริสตัล เมืองกลางอากาศ ไปจนถึงมิติที่บิดเบี้ยวจากการล่มสลายของพลังศักดิ์สิทธิ์ เอฟเฟกต์การโจมตีถูกออกแบบอย่างละเอียด มีแสงเงาและสีสันที่ช่วยขับอารมณ์การต่อสู้ออกมาได้ชัดเจนมาก โดยเฉพาะตอนปลดล็อกพลังของ Divine Edge ที่จะมีฉากคัตซีนสั้นๆ ที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังชมอนิเมะแอ็กชันชั้นดี

อีกหนึ่งจุดแข็งของเกมนี้คือระบบเสียง ทั้งดนตรีประกอบที่ช่วยสร้างบรรยากาศแฟนตาซีให้เข้มข้นยิ่งขึ้น รวมถึงการพากย์เสียงของตัวละครหลักที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีอย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะบทสนทนาระหว่างคีออสและอิเรน่าที่ให้ความรู้สึกลึกซึ้ง มีความซับซ้อนและสมจริง จนทำให้รู้สึกผูกพันกับตัวละครอย่างแท้จริง

โดยรวม Divine Edge: A Bond Beyond Destiny ถือเป็นหนึ่งใน เกมแอ็กชันแฟนตาซี ที่มีทั้งเนื้อเรื่องทรงพลัง ระบบต่อสู้ที่ลื่นไหล และงานภาพระดับ AAA ที่มอบประสบการณ์การผจญภัยแบบเต็มอิ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นที่ชอบเกมเนื้อเรื่อง หรือสายต่อสู้แอ็กชัน ก็สามารถดื่มด่ำไปกับโลกแห่งโชคชะตาและพันธะลับระหว่างมนุษย์กับเทพได้อย่างไม่ผิดหวังเลยทีเดียว