ถือว่านี่เป็นการกลับมาสู่ยุุครุ่งเรืองสุดๆอีกครั้งของวงการหนังผีไทยเพราะหากลองไล่ดูไลน์อัปโปรแกรมหนังไทยยาวไปถึงกลางปีหน้าจะพบว่าร้อยละ 70 ของกองหนังไทยทั้งหมดคือหนังผีและนั่นก็ทำให้ผู้กำกับ หนังผี ที่ฝีมือเด็ดดวงที่สุดณ นาทีนี้ในวงการอย่างคุ้ย-ทวีวัฒน์วันทามองเกมและเห็นศักยภาพที่ดีในช่วงช่วงชิงเวลานี้เปิดสตูดิโอหนังผีของเขาออกมาเป็น 13 Studios ที่ประเดิมผลงานเรื่องแรกด้วย Attack วิญญาณเลขที่ 13 หนังสยองขวัญที่เป็นการโหมโรงด้วยการดึงเอาวิชาและประสบการณ์ที่ผ่านมาในการทำหนังผีของเขามายำรวมกันในระดับแตกแตน!ความขัดแย้งระหว่างแก๊งนักกีฬาวอลเล่ย์บอลของโรงเรียนบุษบาหัวโจกประจำโรงเรียนที่มักจะระรานและรังแกคนที่อ่อนแอกว่าเสมอได้แก่หงส์อรและ หยาจนกระทั่งวันหนึ่งนักกีฬาวอลเล่ย์คนใหม่จินก็ถูกบุษบาจ้องจะหาเรื่องเช่นกัน แต่จินเป็นคนไม่ยอมคนจึงมักจะมีปากเสียงกันประจำและความบาดหมางระหว่างจินและบุษบา
เรื่องราว Attack กลับยิ่งแย่ลงไปอีกเมื่อกรรณแฟนของบุษบาหลงเสน่ห์และตามจีบจินทำให้บุษบายิ่งทวีความเกลียดชังจินมากขึ้นไปอีกไล่ตามคอยกลั่นแกล้งสารพัดกระทั่งมาถึงจุดที่เลวร้ายถึงขีดสุดเมื่อจู่ๆร่างของบุษบาถูกแขวนอยู่บนแป้นบาสของโรงยิมจุดเริ่มต้นความวุ่นวายและความสยองจึงเกิดขึ้นด้วยการที่ออกมาทำค่ายเองผลิตเองดูแลงานสร้างเอง ทำให้งานชิ้นนี้เป็นการเปิดกว้างอิสระสุดๆของพี่คุ้ยเพราะเมื่อเราได้เสพย์ผลงานชิ้นนี้ออกมาแล้วก็คิดว่าคงจะเรียกฉายาว่า “ตัวพ่อหนังผีไทยแห่งศักราชนี้กับเขาคนนี้ได้อย่างเต็มปากเต็มคำได้แล้วนี่คือแดดดี้แห่งผีไทยของแท้ที่สามารถรังสรรค์และปรุงแต่งอรรถรสความหลอนของไทยได้อย่างเข้าถึงต่อมที่คนไทยจะบันเทิงไปด้วยได้ออกรสคอหนังยุคนี้อาจจะคุ้นเคยกับชื่อของพี่คุ้ย ในฐานะผู้กำกับเฟรนไชส์หนังผีเรื่องดัง ธี่หยด ทั้ง 2 ภาค แต่กลับสะดุดที่บนใบปิดได้ชูเอาผลงาน ทองสุก 13 หนังสยองขวัญวัยรุ่นเมื่อสิบกว่าปีก่อนมาช่วยโปรโมตด้วย
ซึ่งเมื่อได้ดูหนัง วิญญาณเลขที่ 13 แล้วก็จะได้รับคำตอบที่สงสัยเหล่านั้นในทันที ด้วยความที่หนังเรื่องนี้เป็นงานสร้างที่งัดเอาประสบการณ์ของพี่คุ้ยมาละเลงได้อย่างอยู่หมัดกับอรรถรสลูกเล่นที่ถึงใจอาจจะปฏิเสธไม่ได้ว่าวิญญาณเลขที่ 13 ก็เป็นหนังผีไทยที่ไม่ได้มีอะไรที่แปลกใหม่เพียงแต่ว่าจังหวะของหนังไทยผีในลักษณะนี้มันได้เลือนหายไปจากวงการหนังบ้านเรามาเป็นทศวรรษได้แล้วและพี่คุ้ยก็ทำการปลุกเสกเรียกผีในท่วงทำนองที่คุ้นเคยให้กลับมาโลดแล่นบนจอใหญ่ได้อีกหนในปีพ.ศ.นี้ที่ไม่ได้แค่ปลุกผีกลับคืนมาแต่ยังสามารถใส่รสมือความหลอนเอาไว้ได้อย่างสาแก่ใจด้วยบอกตามตรงว่าในส่วนของบทหนังมีลักษณะแบบ Guilty Pleasure เพราะมันเป็นองค์ประกอบที่เกือบจะไม่น่าอภิรมย์แต่กลับหยอดกิมมิกลูกเล่นเข้าไปเหมือนรถไฟเหาะในช่วงกำลังตีลังกาทำให้บทหนังเรื่องนี้ออกมาเป็นความสยองระดับซ่องแตกได้แบบไม่ยากเย็นนักโดยเฉพาะความพยายามสร้างมิติให้กับตัวละครต่างที่บอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ไม่มีใครดีและไม่มีใครเลวทางฝั่งเทคนิคงานสร้างต่างๆในหนังเรื่องนี้ก็ต้องยอมใจให้กับทีมงานพี่คุ้ยเขาเลย

