รีวิวหนัง Brick กำแพง ไขปริศนาติดอยู่ในตึกคอนเซ็ปต์แจ่ม..แต่กระบวนท่าอาจยังโฉบไม่ถึง

Brick กำแพง

ถ้าหากว่าคุณเป็นแฟนตัวยงในคอนเทนท์สยองลึกลับคลี่คลายปริศนาสไตล์  The Platform หรือ Squid Game หนังเยอรมัน เรื่องนี้ก็น่าจะมาช่วยเติมเต็มความต้องการของคุณได้ใน Brick กำแพง หนังระทึกขวัญไซไฟที่มาพร้อมกับปริศนาในรูปแบบกำแพงหนาและประเด็นที่รอคอยให้ตัวละครและผู้ชมมาช่วยกันสืบค้นหากันไปสู่คำตอบเรื่องราวของทิมกับโอลิเวียคู่รักที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาชีวิตคู่ระหองระแหงแต่เมื่อตื่นเช้าขึ้นมาพวกเขาก็ค้นพบว่าอะพาร์ตเมนต์ที่อาศัยอยู่ที่ปิดล้อมไปด้วยกำแพงอิฐลึกลับอย่างเป็นปริศนามันคือกำแพงประหลาดที่ไม่สามารถเจาะหรือทำลายมันได้เลย ซ้ำร้ายสิ่งอุปโภคต่างๆถูกตัดขาดไม่มีน้ำไม่มีอาหารไม่มีสัญญาณการสื่อสารทำให้พวกเขาต้องร่วมมือกับเหล่าเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในตึกเดียวกันเพื่อค้นหาทางออกก่อนจะทุกอย่างจะสายเกินไป

นี่คือผลงานล่าสุดของนักสร้างหนังชาวเยอรมันฟิลลิปคอชจากหนัง Piccoโดยเขารับหน้าที่กำกับและเขียนบท หนัง เองทั้งหมดแน่นอนว่าเรื่องย่อหรือตัวอย่างหนังแทบจะไม่บอกข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเนื้อหาของหนังเรื่องนี้มากนักเป็นกิมมิกที่ทำให้ผู้ชมต้องไปร่วมแก้ปมและเสาะหากันเองต่อเองกันในหนังนั่นจึงเป็นสิ้่งที่ทำให้คนดูก็รู้สึกสับสนไม่ต่างไปจากตัวละครในหนังว่าแท้ที่จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับสตอรี่เรื่องนี้กันแน่หนังค่อยๆไล่เรียงความลึกลับไปตามเส้นทางรอยเท้าของคาแรกเตอร์ต่างๆใส่ปริศนาและวความลึกลับเพิ่มขึ้นทีละน้อยแต่ทว่าความซับซ้อนอาจจะไม่ได้กลมกล่อมและจัดจ้านในอรรถรสขนาดนั้นเป็นเพียงหนังที่สร้างสถานการณ์บีบคั่นทีละเรื่อยๆให้ผู้ชมได้เกิดความตึงเครียดตามโดยที่ข้อมูลต่างๆก็แทบจะไม่ได้ช่วยเพิ่มพูนความกระจ่างได้มากขึ้นสักเท่าไหร่ไปจนกว่าจะถึงฉากสุดท้ายของเรื่องนั่นเอง

จังหวะการเล่าเรื่องดูเหมือนความลึกลับจะเป็นไอเดียที่สนุกแต่ว่า Brick กำแพง ยังไม่สามารถร้อยเรียงออกมาได้อย่างลงตัวเท่าไหร่หนังยังค่อนข้างขาดหลายๆองค์ประกอบในเส้นเรื่องที่ยังไม่ค่อยชัดเจนมากนักถึงตัวหนังจะพยายามใส่ประเด็นหลักและประเด็นรองเข้ามาเพื่อเพิ่มน้ำหนักแต่น้ำหนักของมันก็อาจจะยังไม่ทรงพลังเพียงพอที่จะตราตรึงใจในแง่องค์ประกอบงานสร้างอาจจะไม่มีอะไรที่โดดเด่นเท่าไหร่เพราะหนังลำเลียงฉากต่างๆไปอยู่หน้าฉากที่เซ็ตขึ้นมาเป็นแต่ละห้อง ดีไซน์ต่างๆก็ตามสไตล์หนังลึกลับไขปริศนาแนวนี้โปรดักชันดีไซน์ถ่ายทอดออกมาได้ตามมาตรฐานเทคนิคพิเศษซีจีอาจจะล่องลอยไปสักนิดส่วนมุมภาพกับมุมกล้องก็เป็นไปตามสูตรการตัดต่อของหนังเรื่องนี้ถือว่าฉึบฉับกำลังดีขณะที่ซาวน์เพลงประกอบในหนังเรื่องนี้มาในจังหวะที่ดีแต่ยังไม่ค่อยโดดเด่นนัก

ขณะที่พาร์ทการแสดงมาพร้อมกับแคสติ้งที่เหมือนจะไม่มีอะไรแต่ก็คุมเกมนี้เอาไว้ได้อยู่หมัด”แมตเธียส ชเวกเฮอเฟอร์”ซุปตาร์จากเยอรมันที่ถือว่าเป็นลูกรักของเน็ตฟลิกซ์ เป็นตัวหลักในการแบกพยุงหนังเรื่องนี้เอาไว้โดยที่มี”รูบี้โอฟีมาช่วยอีกแรงพวกเขาทั้งคู่ช่วยกันประคับประคองทำการแสดงในบทหนังที่พยายามสร้างมิติแต่อาจจะไม่ค่อยสำเร็จสักเท่าไหร่แต่ช่วยกันถ่ายทอดออกมาได้ดีที่สุดเท่าที่พวกเขาจะทำได้