รีวิว “The Wild Robot หุ่นยนต์ผจญภัยในป่ากว้าง” แอนิเมชันที่ทำให้สะอื้นได้ทั้งเรื่อง

การ์ตูนสองมิติ

ดูเหมือนว่าเราจะเพิ่งค้นพบอีกหนึ่งหนังแอนิเมชันเรื่องที่ชวนประทับใจที่สุดของปีนี้อีกเรื่องซะแล้วนั่นก็คือ หุ่นยนต์ผจญภัยในป่ากว้าง แอนิเมชันเรื่องใหม่จากสตูดิโอดรีมเวิร์กส์ที่กลายเป็นหนังการ์ตูนที่ค่อนข้างอยู่นอกสายตาแต่ปรากฏว่ามอบผลลัพธ์ออกมาได้อย่างเกินความคาดหมายในระดับที่ชวนขนลุกและชวนสะอึกสะอื้นได้พร้อมๆกันเพราะว่ามันช่างงดงามเหลือเกินหุ่นยนต์ผจญภัยในป่ากว้างเป็นเรื่องราวของรอซซัมยูนิต 7134 หรือรอซหุ่นยนต์ที่ต้องมาติดอยู่ยังเกาะร้างแห่งหนึ่งและจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้เพื่อปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายรวมไปถึงค่อยๆสร้างความสัมพันธ์กับเหล่าสิงห์สาราสัตว์บนเกาะแห่งนี้และกลายมาเป็นพ่อแม่บุญธรรมของลูกห่านตัวหนึ่ง

ต้องปรบมือให้ดังๆอีกครั้งกับ”คริส แซนเดอร์ส”ที่สามารถผลิตผลงานมาสเตอร์พีชชิ้นใหม่ของเขาได้อีกครั้งโดยคริสรับหน้าที่ทั้งกำกับและเขียนบทหนังเรื่องนี้ด้วยตัวของเขาเองเอาจริงๆพล็อตเรื่องและโครงสร้างหนัง The Wild Robot อาจจะไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนเลยด้วยซ้ำอีกทั้งยังเป็นการหยิบเอาโครงเก่าๆมาปรุงแต่งใหม่อะไรทำนองนั้นแต่กลายเป็นการชงเครื่องดื่มแก้วใหม่ที่น่าประทับใจไม่เบาคริส แซนเดอร์ส แทบจะใช้สูตรความสำเร็จของผลงานเก่าๆของเขาทั้ง Lilo & Stitch และ How to Train to Your Dragon มาประกอบร่างสร้างออกมาเป็นเรื่องนี้เขารู้ดีว่าอันไหนและตรงไหนที่จะปรุงออกมาให้ได้ครบรสชาติยิ่งขึ้นพร้อมกับไฮไลต์เด็ดที่ใช้สูตรสำเร็จความผูกพันระหว่าสายใยแม่ลูกเข้ามาเป็นด้วยขับเคลื่อนเรื่องราวนั่นจึงเป็นความเจิดจรัสในพาร์ทสตอรี่ของหนังเรื่องนี้นั่นเอง

ทางด้านองค์ประกอบงานสร้างก็ต้องบอกว่า The Wild Robot ชวนให้ประทับใจไม่น้อยเช่นกันเพราะเป็นหนังแอนิเมชันสามมิติที่ยังทิ้งกลิ่นอายความเป็น การ์ตูนสองมิติ เอาไว้ได้อย่างมีกิมมิกและรสชาติการดีไซน์ฉากป่ากว้างทำออกมาได้อย่างน่าหลงใจรวมทั้งการผลิตตัวละครสรรพสัตว์ต่างๆก็เต็มไปด้วยความไหลลื่นและน่ารักน่าชังที่ทำให้คนดูหลงใหลตามไปด้วยแบบไม่ยากเย็นอะไรเลยงานประพันธ์เพลงของ “คริส โบเวอร์ส” ในหนังเรื่องนี้ก็แอบโดดเด่นไม่เบาเพราะกลายเป็นว่าเสียงดนตรีเนี่ยแหละที่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนอารมณ์ให้กับตัวหนังได้อย่างยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นนี่น่าจะเป็นผลงานที่น่าประทับใจของคอมโพสเซอร์หนุ่มรุ่นใหม่ที่ทำออกมาได้อย่างชวนฟังและเหมาะเจาะกับอรรถรสเนื้อหาของหนังได้แบบต้องยกนิ้วให้เลยจริง ๆ

ขณะที่ฝั่งการให้เสียงพากย์ในหนังนั้นก็เต็มไปด้วยความประทับใจเสียงพากย์ของ “ลูพิต้า เอ็นยองโง”จับใจและเสนาะหูดีเยี่ยมแม้ว่าเธอจะไม่ได้พากย์อะไรบ่อยนัก แต่น้ำเสียงของเธอในหนังเรื่องนี้คือกุญแจที่โดดเด่นของหนังและทำให้เรารู้สึกเพลินกับอบอุ่นไปได้ตลอดทั้งเรื่องขณะที่ “เปโดร ปาสคาล” กับ “คิท คอนเนอร์”ก็มอบเสียงที่เป็นวอยซ์ทาเลนท์แบบที่เราคาดไม่ถึงว่าจะทำออกมาได้เจ๋งขนาดนี้ทุกๆน้ำเสียงของพวกเขาช่างลงตัวกันดีจริง ๆ