อนิเมะแนะนำ ดาบพิฆาตอสูร

อนิเมะแนะนำ ดาบพิฆาตอสูร

นับว่าเป็น อนิเมะ แห่งปีก็ว่าได้เลยนะคะ สำหรับ “ดาบพิฆาตอสูร” หรือ “Kimetsu no Yaiba” หรืออีกชื่อก็คือ Demon Slayer ที่เป็นอนิเมะยอดนิยมทาง Netflix เราก็เป็นอีกคนที่ได้มีโอกาสดูและติดตามทั้ง อนิเมะ และ มังงะ ดาบพิฆาตอสูร เป็นเรื่องราวของคามาโดะ ทันจิโร่ ที่ครอบครัวถูกอสูรโจมตี สมาชิกในครอบครัวทุกคนถูกฆ่าตาย ยกเว้นแต่น้องสาว คามาโดะ เนะซึโกะที่รอดมาได้แต่ก็กลายเป็น อสูร ทันจิโร่จึงตั้งใจว่าจะหาทางรักษาน้องสาวของตนให้กลับมาเป็นมนุษย์ให้ได้ค่ะ ส่วนตัวเราชอบอนิเมะเรื่องนี้นะคะ และเรื่องนี้ก็กลายเป็นกระแส คนรอบข้างเราดูกันเยอะมาก แถมบางคนไม่เคยติดตาม อนิเมะญี่ปุ่น ด้วยซ้ำ เราจึงคิดว่าอนิเมะเรื่องนี้มีเหตุผลดี ๆ ที่ทำให้อนิเมะประสบความสำเร็จค่ะ

1.การ์ตูนแอนิเมชั่นภาพสวย

“ดาบพิฆาตอสูร” เป็นหนึ่งในอนิเมะที่ภาพสวย ลายละเอียดชัด ไม่แม้กระทั้ง ฉาก background ซึ่งเหตุผลนี้ทำให้คนดูเพลิดเพลิน และเทใจให้ค่ะ ส่วนตัวเราชอบมาก ๆ กับการเสพผลงานที่ละเอียด คุณภาพสูง ดูแล้วสบายตา เพลิดเพลิน และคุ้มค่าให้เสียเวลาค่ะ หลาย ๆ คนก็อาจจะชอบตรงจุดนี้เหมือนเรา โดยเฉพาะลายเส้นปราณของแต่ละคน สวยมาก ๆ

2. เนื้อเรื่องไม่ยืดเยื้อ

เนื้อเรื่องเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คนดูเลือกที่จะเท หรือติดตามต่อจนจบนะคะ เปรียบเทียบกับเนื้อเรื่อง แนวโชเน็ง เรื่องอื่น ๆ “ดาบพิฆาตอสูร” ก็มีพล็อตเรื่องตามฉบับการ์ตูนโชเน็งค่ะ แต่การแบ่งเวลาให้กับการต่อสู้เราว่าไม่ยืดเยื้อเกินไป และไม่ตัดจบไวเกินไป อีกทั้งเส้นเรื่องหลักก็ดำเนินไปเรื่อย ๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจมาช่วงเนือย ๆ บ้าง แต่ก็ดูต่อไปได้ไม่สะดุดค่ะ

3. ตัวละครหลักน่าสนใจ

ตรงนี้ขอพูดถึงพระเอกของเรื่อง “คามาโดะ ทันจิโร่” ส่วนตัวเราประทับใจพัฒนาการของตัวละครตัวนี้ค่ะ เนื้อเรื่องสามารถทำให้คนดูอินกับตัวละครได้ เพราะทันจิโร่ค่อย ๆ เรียนรู้และพัฒนาทั้งพลัง ความสามารถ ความคิดโตขึ้น และความสามารถต่าง ๆ ก็ได้มาเพราะการฝึกฝน และความอดทน ซึ่งส่วนตัวเราคิดว่าอนิเมะทำให้เห็นได้ชัดเจนมากกว่าลายเส้นในมังงะค่ะ อาจจะเป็นเพราะเราสามารถเห็น สี ลายเส้น เสียงและเวลาที่นานขึ้นจากอนิเมะที่ถ่ายทอดออกมา

หลาย ๆ คนที่ได้ดูอนิเมะเรื่องนี้แล้ว อาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเรานะคะ แต่สำหรับเราแล้ว ขอยกให้ “ดาบพิฆาตอสูร” เป็นอีกหนึ่งอนิเมะแนะนำที่ควรค่าแก่การดูค่ะ ซึ่งใครที่ยังไม่ได้ดูสามารถดูอย่างถูกลิขสิทธิ์ได้ทาง Netflix และพากย์ไทย ได้อีกหลากหลายช่องทางเลยค่ะ และอย่าลืมภาคต่อ The Movie ในโรงภาพยนตร์ ในเดือนพฤศจิกายน ที่จะถึงนี้นะคะ