กลับมาอีกครั้งกับหนังอาชญากรรมที่จัดได้เป็นหนังสายเด็กช่างที่เคยสร้างปรากฏการณ์และปลุกเทรนด์ขึ้นมาได้อย่างเกรียงไกร เมื่อ 2 ปีก่อนครั้งนี้มาสานต่อในฐานะหนังภาคต่อและแต่งเติมจักรวาลนี้ให้เป็นปึกแผ่นยิ่งขึ้นใน 4Kings 2 ที่ยังพาคนดูดำดิ่งไปสู่วังวนเด็กนักเรียนอาชีวะที่ใครๆต่างพากันมองว่าพวกเขาเป็นเด็กนักเลงที่มักจะต่อกรกันแบบวายปวงกันทุกคราจนกลายเป็นหนึ่งในเศษเสี้ยวปัญหาในสังคมเป็นการปะทะของ 2 อริต่างสถาบันกนกและบุรณพนธ์เริ่มต้นขึ้นในค่ำคืนหนึ่งตุ้มเม้งกนกถูกดักทำร้ายร่างกายจนปางตายบ่างกนกเตรียมการหวังแก้แค้นคู่อริต่างสถาบันเอกบุรณพนธ์และรก บุรณพนธ์เมื่อความแค้นที่ถูกสะสมได้เวลาเอาคืนบ่างและรกเผชิญหน้ากันโดยมียาทเด็กบ้านเป็นตัวแปรที่จุดชนวนครั้งใหญ่ เพิ่มอุณหภูมิความเดือดในการล้างแค้นครั้งนี้
ครั้งนี้ก็ยังคงได้อดีตเด็กช่างตัวจริงพุฒิ-พุฒิพงษ์นาคทองมารับหน้าที่กำกับและร่วมเขียนบทอีกเช่นเคยที่แน่นอนว่าเขารู้ดีว่าควรจะมีอะไรและใส่อะไรลงไปใน หนัง เพียงแต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะมีอะไรหลายๆอย่างที่ต่างจากที่ภาคแรกเคยทำเอาไว้อย่างน้อยที่สัมผัสได้ชัดเจนก็คงจะเป็นเสน่ห์ที่กลายเป็นว่าภาคต่อได้ทำเสน่ห์ที่ควรจะมีเลือนหายไปอย่างเสียดายสาเหตุที่เสน่ห์ของในภาคนี้ไม่สามารถตรึงใจได้เหมือนกับที่มาตรฐานเดิมทำเอาไว้ คงจะต้องบอกว่าปัญหาหลักและน่าจะเป็นปัญหาเดียวของเรื่องนี้คือบท ภาพยนตร์ ด้วยความที่โครงสร้างของบทหนังภาคนี้แทบจะไม่มีอะไรเลยผู้สร้างมันแต่ไปเน้นย้ำกับวัฒนธรรมการเรียกตีนขออนุญาตใช้ภาษาตามในหนังซ้ำซากเกินไปจนทำให้แก่นสารของหนังภาคนี้แทบไม่มีอะไรเลยนอกจากเเจอหน้าแล้วยกพวกรุมกัน
ก็คงจะใช่ที่เจตนาของผู้สร้างน่าจะต้องการสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมอันป่าเถื่อนของกลุ่มคนพวกนี้ที่พวกเขาเองก็ยังให้คำตอบตัวเองไม่ได้เช่นกันว่าสิ่งที่ทำลงไปคืออะไร และมันเป็นสิ่งเลวร้ายแค่ไหน นอกจากความคึกคะนองที่แทบจะหาเหตุผลมาประกอบไม่ได้เลยซึ่งมันกลายเป็นจุดที่ด้อยค่าและฉุดรั้งตัวหนังลงไปอย่างเลี่ยงไมได้กลายเป็นว่าบทหนังไม่สามารถมีปฏิกิรยาใดๆกับคนดูได้เลยอีกทั้งปมดรามาต่างๆที่ใส่เข้ามาก็เบาโหวงเหมือนกับละครหลังข่าวทำนองนั้น

