ถึงคิวของ หนังแอคชัน ไซไฟผจญภัยฟอร์มใหญ่ที่กระแสเบาบางไปหน่อย อย่าง “Atlas ล่าข้ามจักรวาล” นับว่าเป็นอีกแนวหนังที่ค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับอาชีพนักแสดงของคุณแม่เจโลที่ได้ยินมาว่านี่คือหนังระดับทุนสร้างยิ่งใหญ่พอสมควร พร้อมกับขนกองทัพนักแสดงชั้นนำเอาไว้แน่น ๆ กับทีมผู้สร้างที่ไว้วางได้แต่ปรากฏว่านี่คือหนังที่ทำให้เราขนลุกได้ดีตั้งแต่นาทีแรกที่เริ่มฉาย Atlas เล่าเรื่องราวของแอตลาส เชพเพิร์ด นักวิเคราะห์ข้อมูลระดับหัวกะทิ แต่เธอไม่เคยไว้วางใจสิ่งที่เรียกว่าปัญญาประดิษฐ์เลยเธอจึงเข้าร่วมภารกิจการจับตัวหุ่นเอไอหัวขบถที่ถูกหมายหัวจากโลกมนุษย์เพราะเคยก่อกบฎครั้งรุนแรงและลี้ภัยหลบหนีไปดาวดวงอื่น แต่เมื่อการเดินทางไปติดตามล่าตัวมันเกิดผิดแผนเธอต้องพยายามกอบกู้อนาคตของมวลมนุษยชาติ ด้วยการเปิดใจและไว้วางใจกับเหล่าเอไออีกครั้ง
นี่คือผลงานล่าสุดของผู้กำกับชื่อดังแบรดเพย์ตันจาก Rampage และ San Andreasที่นับว่าเป็นการคัมแบ็กสร้างหนังอีกครั้งในรอบ 5-6 ปีของเขาเลยแน่นอนว่าเขาใช้ประสบการณ์และวิสัยทัศน์การเป็นนักสร้างหนังเอามาใส่เอาไว้ในเรื่องนี้ได้อย่างเหมาะเจาะแต่น่าเสียดายที่หนังยังค่อนข้างเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่ไม่สามารถชูความโดดเด่นในตัวเองได้ทำให้เป็นเพียงหนังไซไฟรสชาติเก่าๆที่หาอะไรที่สดใหม่ไม่ได้เลยบทและพล็อตของหนังเรื่องนี้คือจุดอ่อนที่แทบจะเยียวยาไม่ได้เลย น่าจะค่อนข้างอ่อนมาตั้งแต่ขั้นตอนการวางคอนเซ็ปต์แล้วน่าแปลกใจที่ผู้สร้างไม่ชวนเอะใจอะไรสักนิดเลยหรือ บทหนังของนักเขียนมือใหม่ลีโอซารดาเรียนกับแอรอนอิไลโคเล็ตต์จากซีรีส์The Spiderwick Chroniclesที่ค่อนข้างเบาโหวงกับขนาดหนังมหึมาที่ได้ทุนสร้างมากองโตขนาดนี้เป็นจุดเชื่อมที่ไม่สามารถเชื่อมต่อกับหนังได
พล็อตกับไดอะล็อกเของหนังชวนประดิษฐ์พอๆกับปัญญาประดิษฐ์ในหนัง ที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานที่ไม่เป็นธรรมชาติเลยสักนิด หนังพยายามปูทางว่านางเอกเป็นคนที่ไม่ไววางใจพวกเอไอเลยแต่ปรากฏว่าแค่ฉากแค่ๆ ก็ทำให้เรารู้สึกฉงนกับพฤติกรรมชีวิตประวันของตัวนางเอกที่ดูยังไงเธอก็ยังคงคลุกคลีและสนิทกับระบบเอไอรอบๆ ตัวอยู่ดีช่างเป็นความย้อนแย้งเล็กน้อยที่ทำให้รู้สึกงงงวยเหมือนกันขณะที่งานสร้างและโปรดักชันต่างของ ล่าข้ามจักรวาล เรื่องนี้ถือว่าทำออกมาได้พอใจถึงจะยังไม่ใช่เนื้อหาไซไฟที่พิถีพิถันชวนตระการตาอะไรนักก็ตามโทนของหนังคล้ายกับงานสร้างซีจและเทคนิคแบบเดียวกับงานออกแบบสร้างวิดีโอเกมบ้างก็ชวนดูขึงขังบ้างก็ออกมาแข็งกระด้างเป็นงานสร้างที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกประหลาดใจและแปลกใหม่อะไรเป็นจุดที่พอจะเป็นเซฟโซนให้กับหนังเรื่องนี้

