รีวิวหนัง Pilot ต้าวนักบิน จิ้นกันไหมจ๊ะ ปล่อยจอยฮาสุดตัวกับวิกฤตฉบับชายแต่งหญิง

รีวิวหนัง Pilot ต้าวนักบิน จิ้นกันไหมจ๊ะ ปล่อยจอยฮาสุดตัวกับวิกฤตฉบับชายแต่งหญิง

ทุกๆปีฝั่งเกาหลีก็มักจะผลิตพวกหนังไทป์ที่ขายได้ง่ายๆดูได้ง่ายๆพล็อตที่ไม่ซับซ้อนพร้อมกับนักแสดงนำระดับซุปตาร์ตัวท็อปออกมาดึงดูดใจและดูดเงินค่าตั๋วของผู้ชมกันเป็นประจำและในปี 2024 ก็ออกมาเป็นPilotต้าวนักบินจิ้นกันไหมจ๊ะ หนังตลก ขบขันที่สอดแทรกด้วยเนื้อในการกระแทกกระทันเสียดสีสังคมเกาหลีในปัจจุบันแบบคันๆกับวิกฤตวัยกลางคนและความเท่าเทียมทางเพศของกันและกัน Pilot ต้าวนักบินจิ้นกันไหมจ๊ะ?เล่าเรื่องราวชีวิตของฮันจองอูหนุ่มนักบินสายการบินพาณิชย์ที่กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตวัยกลางคนแบบฟ้าผ่าเมื่อเขาเสี่ยงที่จะสูญเสียงานประจำที่เขารักและถนัดที่สุดไปเพื่อให้เอาชีวิตรอดและยังมีที่ยืนอยู่ในวงการนี้ เขาจึงตัดสินใจยืมชื่อน้องสาวฮันจองมีพร้อมกับแปลงโฉมปลอมตัวเองให้กลายเป็นผู้หญิงเพื่อเข้าสมัครเป็นนักบินหญิงแล้วปรากฏว่าเขาดันได้รับการว่าจ้างงานนี้เสียด้วย

หนังเรื่องนี้เป็นผลงานใหม่ของผู้กำกับหญิงรุ่นใหม่ไฟแรง”คิมฮันกยุล”ที่เคยแจ้งเกิดมาจากหนังโรแมนซ์ประกบคู่ดาราตัวท็อปCrazy Romanceเมื่อช่วงก่อนโควิด-19 ที่ผ่านมาที่ทำให้ชื่อของเธอกลายเป็นหนึ่งในผู้กำกับหน้าใหม่ที่น่าจับตามองแต่กว่าจะคัมแบ็กกลับมาก็ติดปัญหาซบเซาเพราะโรคระบาดและต้องทิ้งช่วงไปถึง 5 ปีกว่าโปรเจกต์นี้จะคลอดออกมาในที่สุดและเธอก็ยังคงได้รับความไว้วางใจจากสตูดิโอหนังชั้นนำของเกาหลีอีกเช่นเคยโดยการกลับมาหนนี้ก็ยังได้รับงานสร้างในระดับที่ใหญ่เช่นเคยแน่นอนว่าเธอสามารถรับมือมันได้อย่างช่ำชองทีเดียวด้วยความที่เนื้อหาของหนังก็ค่อนข้างวนเวียนอยู่ความคอมเมดี้หรรษาและจิกกัดสังคมปัจจุบันของเกาหลีใต้แบบสะกิดๆอยู่ตลอดทั้งเรื่อง ทำให้จึงออกมาเป็น หนังชีวิต ที่ตลกและดูได้เพลิดเพลินดีตลอดระยะเวลาเกือบๆ ชั่วโมงด้วยพล็อตที่ง่ายๆถึงจะจำเจแต่ก็ยังสนุกกับพรสวรรค์กับอารมณ์ขันเป็นธรรมชาติของทีมนักแสดงที่ช่วยเอาไว้ได้เยอะ

แต่คงจะบอกอย่างตรงไปตรงมาได้ว่า Pilot ต้าวนักบิน จิ้นกันไหมจ๊ะ แอบทำให้รู้สึกผิดหวังนิดหน่อยเพราะถึงแม้ว่าพล็อตกับการเล่าเรื่องของหนังจะทำออกมาได้สนุก แต่กลายเป็นว่าหนังมาแค่เพียงเซอร์วิสคนดูแบบซ้ำซากก็เท่านั้นเองไม่มีอะไรที่แปลกใหม่เลยซ้ำความพยายามที่หนังดูเหมือนจะตั้งใจปูทางมาโดยเฉพาะเรื่องความเท่าเทียมทางเพศร่วมด้วยปัญหาความเหลื่อมล้ำในสถานที่ทำงานแต่ท้ายที่สุดประเด็นต่างๆเท่านั้นกลับดูปัดตกไปแบบไม่ได้แยแสและใส่ใจสักเท่าไหร่หยิบยกขึ้นมาแค่แตะแบบผิวเผินก็เท่านั้นเองจึงกลายเป็นว่าก็เป็นการร้อยเรียงความสนุก ที่ยังไงก็ขายออกพร้อมกับเป็นโจทย์ที่ผู้ชมทั่วไปอ้าแขนเปิดตัวกันเป็นอย่างดีก็คือพล็อตคลาสสิกวางสถานการณ์ให้ผู้ชายต้องลุกขึ้นว่าปลอมตัวเป็นผู้หญิงในลักษณะคอมเมดี้ แต่งหน้าทำผมเชิงสัญลักษณ์แบบเก่าๆที่ไม่ได้เน้นเนื้อหาสาระอะไรมากนัก เพราะท้ายที่สุดหนังเกาหลีเรื่องนี้ยังคงวนเวียนกับการเอาใจและให้พื้นที่ความเป็นสังคมปิตาธิปไตยทั่วๆไปนั่นแหละ