ได้เชื่อว่าเป็นคอนเทนท์หนังจากฝั่งญี่ปุ่นก็มักจะเป็นชาติที่มีไอเดียและคอนเซ็ปต์ที่แหวกแนวของตัวเองออกมาอยู่เสมอๆเช่นเดียวกับ บันทึกความทรงจำข้ามดวงดาว ผลงานไซไฟเรื่องล่าสุดจากฝั่งญี่ปุ่นที่ยังคงมากับพล็อตที่เหมือนจะธรรมดาแต่หมกเม็ดเอาไว้ด้วยความไม่ธรรมดาเกือบชั่วโมงของเรื่องนี้ที่กลายเป็นกลิ่นอายโรแมนซ์แบบสโลว์เบิร์นที่ค่อยๆพาคนดูดำดิ่งไปสู่ห้วงความลับแอบจิตที่พีคขึ้นทีละสเต็ป Previously Saved Version ว่าด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโลกในอนาคตช่วงยุคปี 2200 ที่มนุษย์อพยพไปอาศัยในอวกาศและมีเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถจัดการความทรงจำได้นาโอกิและมายูมิอาศัยอยู่ในที่พักสุดหรูในอวกาศพวกเขาเป็นคู่รักสมบูรณ์แบบที่ใครๆต่างชื่นชมตั้งแต่แรกเห็นมายูมิชื่นชอบการทำเซรามิกเป็นงานอดิเรกขณะที่นาโอกิทุ่มเทให้กับงานวิจัยของเขาพวกเขาเป็นคู่รักในอุดมคติที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขชอบฟังดนตรีไพเราะ ทำอาหารและกินอาหารร่วมกัน
แต่แท้จริงแล้วตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาคือความรักที่บิดเบี้ยวของนาโอกิ สามีผู้ที่ต้องการแก้แค้นภรรยาที่เคยรักเขาในสมัยที่เขาเคยรักเธอโดยนาโอกิได้ทำให้มายูมิกลายเป็นหุ่นแอนดรอยด์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อไขว่คว้าและสร้างภรรยาในอุดมคติของเขาขึ้นมาใหม่ ภาพยนตร์โรแมนติก แนวจิตวิทยาระทึกขวัญเรื่องนี้นำเสนอรูปแบบของความรักที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกที่ในอนาคตอันใกล้นี่ผลงานใหม่ของผู้กำกับอิชิคาวะเคอิที่ยังคงรักษามาตรฐานการเป็นเจ้าพ่อหนังสไตล์บีบคั้นจิตใจได้อีกเช่นเคยโดยในงานชิ้นนี้กลายมาเป็นผลงานแอบจิตสไตล์ไซไฟแห่งโลกอนาคตที่ยังเต็มไปด้วยลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ของนักสร้างหนังรายนี้เอาไว้ในหลายๆอนุภาคของชิ้นงานแต่ใช้วิธีการเล่าเรื่องค่อนข้างตรงไปตรงมาค่อยๆเปิดเผยรายละเอียดความจริงทีละน้อยพร้อมกับการเปิดใจและเปิดประเด็นแก่นแท้ของเรื่องราวทีละเรื่องๆในลักษณะที่เข้มข้นและกดดันมากขึ้น
แต่ก็ยังคงติดความเป็นหนังญี่ปุ่นอยู่เบาๆที่มักจะใช้วิธีการร้อยเรียงเรื่องราวแบบค่อยเป็นค่อยไปพยายามแบ่งเบาการจัดการทางอารมณ์ในหนังไปเป็นลำดับขั้น สลับไปมาระหว่างความโรแมนซ์ความเข้าใจจนนำไปสู่ห้วงอารมณ์ไฮไลต์สำคัญของหนังในรูปแบบต่างๆที่อาจจะเป็นจังหวะที่ค่อนข้างดำเนินไปช้าๆทีละเรื่อยๆซึ่งอาจจะเป็นจุดที่ส่งผลทำให้ตัวหนังค่อนข้างถูกบั่นทอนความบันเทิงลงไปทีละน้อยท่ามกลางความยาวของหนังที่เกือบจะ 2 ชั่วโมง ที่อาจจะดูเยิ่นเย่อเกินจำเป็นไปสักนิดอย่างน้อยๆบทหนังของ Previously Saved Version ก็ไปได้ค่อนข้างสุดในแง่การดำเนินเรื่องราวของผู้ชายที่เต็มไปด้วยแนวคิดประหลาด ๆเพียงเพื่อหวังจะอยากได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการเท่านั้นที่นำมาสู่ผลลัพธ์ที่ทำให้เขาก็ต้องแลกมาด้วยคำตอบที่ไม่อาจจะเลี่ยงได้พล็อตเรื่องอาจจะไม่ใช่อะไรที่เกินการคาดเดาแต่หนังก็พาคนดูออกเดินทางไปตามท่วงทำนองแห่งความทะเยอทะยานของตัวละครหลักที่สุดโต่งขึ้นทีละน้อย
ขณะที่งานสร้างในหนังเรื่องนี้อาจจะไม่ได้มีอะไรที่หวือหวามากนักแม้ว่าจะเป็นหนังไซไฟที่ส่วนหนึ่งต้องดีไซน์ฉากในห้วงอวกาศออกมาแต่ก็จัดได้ว่าเป็นโปรดักชันที่ค่อนข้างดีใช้ได้ตามแบบฉบับงานสร้างของญี่ปุ่นที่งานละเอียดและใส่ใจได้อย่างครบถ้วนถึงมันจะไม่ได้แปลกใหม่และโดดเด่นมากนักแต่หนังก็ไม่ได้วนเวียนอยู่กับฉากเดิมๆทั้งหมดเพราะบางส่วนของหนังก็ปักหลักถ่ายทำในเมืองไทยใช้โลเคชันเมืองริมหาดของไทยสลับปรับเปลี่ยนโหมดอารมณ์ของหนังได้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน

