รีวิวหนัง “มังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่” ได้เซียวจ้านมาโชว์เจ๋ง แต่ความสนุกยังเคว้งอยู่อีกไกล

รีวิวหนัง “มังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่” ได้เซียวจ้านมาโชว์เจ๋ง แต่ความสนุกยังเคว้งอยู่อีกไกล

ถึงคราวมาสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ยุทธภพกันอีกครั้งกับ ภาพยนตร์จีน แนวแอ็กชันกำลังภายในมังกรหยกจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่นี่คืออีกหนึ่งแฟรนไชส์ของนิยายระดับตำนานมังกรหยกจากผู้เขียนกิมย้งที่ได้นำมาสรรค์สร้างออกมาเป็นภาพยนตร์อีกครั้งแม้เนื้อหาจะจำเจแต่ดูเหมือนว่าการคัดเลือกนักแสดงจะพยุงให้ภาพยนตร์น่าติดตามมากยิ่งขึ้นประกอบกับการใช้เอฟเฟกต์ผสมผสานเข้ามาอย่างต่อเนื่องแต่หากถามว่าความสนุกในเนื้อหาสมราคาความยิ่งใหญ่หรือไม่?เราอาจจะตอบได้แบบไม่เต็มปากสำหรับเนื้อหาของ มังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ อาจจะไม่ได้มีความแปลกใหม่มากนักเพราะเราอาจจะเคยสัมผัสโมเมนต์เนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์มาจากการรับชมหลากหลายเวอร์ชันก่อนหน้าซึ่งหากถามว่าแล้วถ้าไม่เคยรับชมมาก่อนจะเข้าใจในเนื้อหาหรือไม่? คำตอบคือเข้าใจเพราะว่าส่วนหนึ่งของเนื้อหามีการเกริ่นความเป็นมาของความสัมพันธ์และภูมิหลังของตัวละครซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณหนึ่งสลับไปมาในระหว่างการดำเนินเนื้อหาเหมือนกันนั่นจึงอาจเป็นข้อดีที่ทำให้เรารู้สึกเพลิดเพลินไปกับเนื้อหาทว่าหากผู้ชมที่ชื่นชอบในการลงรายละเอียดก็อาจจะเล็งเห็นว่าบทของภาพยนตร์อาจจะยังไม่สมบูรณ์และถูกลดทอนรายละเอียดบางส่วนพอสมควรเช่นกัน

โดยความรู้สึกของเราที่สัมผัสได้จากเนื้อหาอาจกล่าวว่ามีรสชาติจืดชืดและเจือจางอยู่ไม่น้อยเพราะไม่สามารถดำเนินเนื้อหาไปให้สุดในทางใดทางหนึ่งไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนพลังของตนเองการเผชิญหน้ากับศัตรูและความขัดแย้งในสงครามแต่ละปมปัญหาเล่าออกมาได้ยังไม่ค่อยเต็มรูปแบบมากนักอาจเพราะต้องการทำให้กระชับในเวลาที่จำกัด จึงทำให้แรงจูงใจในเหตุการณ์ต่างๆสื่อสารออกมาแบบผิวเผินเกินไปสักเล็กน้อยขณะเดียวกันมุมมองของเรารู้สึกว่าบทของภาพยนตร์ให้ความสำคัญกับการตีแผ่ความรักของก๊วยเจ๋งและอึ้งย้งโดดเด่นขึ้นมาจากปมอื่นๆพอสมควรทำให้ปมหลักจากชื่อเรื่อง Legends of the Condor Heroes เหมือนจะขมวดจบแบบตรงไปตรงมาราวกับว่าตะโกนคำว่าจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ออกมาซะอย่างนั้นแต่ถึงแม้พล็อตเนื้อหาจะทำออกมายังไม่ค่อยโดดเด่นมากนักแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ตอบโจทย์ความสนุกและความเข้มข้นของภาพยนตร์เพราะเรายังคงได้สัมผัสการต่อสู้อันเกือบจะดุเดือดของก๊วยเจ๋งอยู่เป็นระยะและยังเผยถึงความท้าทายในการเลือกระหว่างความภักดีต่อประเทศชาติหรือความกตัญญูต่อผู้ที่เลี้ยงดูมาจึงเป็นการเติมมิติของตัวละครให้ดีขึ้นมาในระดับหนึ่งซึ่งผู้รับบทหลักในการถ่ายทอดอารมณ์เหล่านี้คือเซียวจ้านเขาสามารถทำความเข้าใจในคาแรกเตอร์และสื่อสารอารมณ์ผ่านการแสดงของแววตาใบหน้าท่าทางต่างๆได้ดีโดยเราเองก็ติดตามเบื้องหลังของการถ่ายทำเป็นระยะทำให้เราเห็นถึงความทุ่มเทในการฝึกซ้อมของเซียวจ้านไม่น้อยซึ่งเขาก็ทำออกมาได้ดีจริงๆสมกับความคาดหวังและแสดงทักษะในด้านต่างๆได้ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ