รีวิว “Kung Fu Panda 4 กังฟูแพนด้า 4” จุดประกายครั้งใหม่กับคำคมแน่นเหลือเกิน

Kung Fu Panda 4 กังฟูแพนด้า 4

ก็นับว่าเป็นเวลากว่า15ปีแล้วที่โลกได้รู้จักมักคุ้นกับเจ้าแพนด้าตุ๋ยนุ้ยที่เป็นสุดยอดนักรบหนัง แอนิเมชัน ที่เราคิดว่าไม่น่าจะมีต่อแล้วตามกระแสและความนิยมที่เจือจางไปในช่วงทศวรรษก่อน แต่กลับมีการสานต่อลมหายใจและปลุกชีพขึ้นมาอีกครั้งใน Kung Fu Panda 4 ท่ามกลางเทรนด์ฮอลลีวูดที่มักจะหวนกลับไปแตะต้องแฟรนไชส์เก่าๆให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งและนี่ก็เหมือนจะเป็นการจุดประกายรอบใหม่ที่พวกเขาอาจจะตั้งความหวังเป็นไตรภาคใหม่หรือเปล่าสำหรับเรื่องราวในนั้นอาโปนักรบมังกรที่หลังจากทำหน้าที่ปกป้องยุทธจักรและบ้านเมืองอย่างต่อเนื่องหลายปีก็ถึงเวลาที่เขาจะต้องหาผู้ที่จะมาสืบทอดตำแหน่งอันสูงส่งของเขาต่อไปแต่เพราะข่าวลือเกี่ยวกับกิ้งก่าแปลงกายที่สามารถเปลี่ยนร่างเป็นสัตว์ชนิดไหนก็ได้ความโลภของนางต้องการไม้เท้าแห่งปัญญาที่อาโปครอบครองอยู่ทำให้ความสั่นคลอนครั้งนี้เป็นการผจญภัยครั้งใหม่กับเจินจิ้งจอกสาวกลายเป็นคู่หูคู่ตลกนี้จะต้องจับอุ้งเท้าร่วมงานกัน

โดยในภาคนี้แม้ว่าจะยังคงอยู่ใต้ชายคาดรีมเวิร์กส์แอนิเมชันเหมือนเคยแต่ทีมงานส่วนใหญ่ก็ปรับเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะหลักก็คือได้ผู้กำกับคนใหม่มารับหน้าที่นำโดยไมค์มิตเชลล์จากหนังภาคแรกที่มาคู่กับนักแอนิเมเตอร์หญิงไฟแรงสเตฟานีสไตน์ผู้เคยอยู่เบื้องหลังงานสร้างในหนังดังๆอย่างได้มีโอกาสมาเป็นผู้ช่วยผู้กำกับสร้างหนังใหญ่เป็นเรื่องแรกทางด้านงานสร้างสามารถไว้วางใจได้เลยเพราะการทิ้งช่วงห่างไปจากภาคที่แล้วถึง 8 ปีดูเหมือนว่าเทคโนโลยีฝั่งแอนิเมชันก็พัฒนาสร้างขึ้นเรื่อยๆทำให้  กังฟูแพนด้า 4 เหมือนกับฉบับอัปเกรดขึ้นจากไตรภาคที่ผ่านมาแม้ว่าจะยังค่อนข้างคลุมโทนกับแวดล้อมที่คุ้นเคยแต่งานโปรดักชันและรายละเอียดในการสร้างยิบย่อยออกมาเป็นแอนิเมชันสวนระยิบระยับให้เรื่องนี้ทำออกมาได้ดีใช้ได้แม้ว่าจะเป็นการ์ตูนจ๋าๆ อยู่มากก็ตามภาคนี้ก็ยังคงได้คู่หูมือเขียนบทคู่เดิม”โจนาธานอัลเบลกับเกลนน์ เบอร์เกอร์กลับมารับหน้าที่พ่วงด้วยดาร์เรน เลมเกจากหนังชุด Gossebumps มาช่วยตบมุกต่างๆให้คงจะต้องบอกว่าอรรถรสของบทหนังก็ยังค่อนข้างคงเส้นคงวาเหมือนเคยด้วยความที่ได้คนเก่ามาสานต่อทำให้พวกรอยเชื่อมรอยต่อต่างๆถูกผสานกันด้วยดีเพียงแต่ว่าแนวทางในการพัฒนาบทนั้นอาจจะไม่ได้มีมากมายอะไรขนาดนั้น