เมื่อ 10 ปีที่แล้วฮายาโอะมิยาซากิแอนิเมเตอร์ผู้กำกับแอนิเมชันและผู้ก่อตั้งสตูดิโอแอนิเมชันสัญชาติญี่ปุ่นระดับโลกอย่างสตูดิโอจิบลิเคยลั่นวาจาเอาไว้ว่า The Wind Rises จะเป็นผลงานการกำกับภาพยนตร์ อนิเมะ ชิ้นสุดท้ายของเขาก่อนจะเกษียณแต่สุดท้ายมิยาซากิที่เพิ่งอายุครบ 83 ปีหมาดๆ ก็กลับมาอีกครั้งกับ The Boy and the Heron ผลงานหนังอนิเมะเรื่องใหม่ล่าสุดของจิบลิและผลงานการกำกับเขียนบทชิ้นแรกในรอบ 10 ปีของมิยาซากิที่มาแรงทั้งคำวิจารณ์และรายได้ทั้งในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาและเพิ่งโฉบคว้ารางวัลภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยมจากเวทีลูกโลกทองคำปีล่าสุดไปแล้วเรียบร้อยตัวหนังได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือนวนิยายเล่มโปรดในวัยเด็กของเขาในชื่อคิมิตาจิวะโดอิกิรุคะผลงานของโยชิโนะเก็นซาบุโรที่ตีพิมพ์ในปี1937แต่ว่าเนื้อเรื่องจะไม่ได้เป็นการดัดแปลงโดยตรงมาจากหนังสือนะครับ
แต่เป็นการอ้างอิงแรงบันดาลใจและชื่อเรื่องเฉยๆผสมผสานกับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวในวัยเด็กของมิยาซากิทั้งพ่อที่เป็นเจ้าของกิจการโรงงานและการสูญเสียคุณแม่ของตัวเองโดยได้ทาเคชิฮอนดะคีย์แอนิเมเตอร์จากและ From up on Poppy Hill มารับหน้าที่กำกับ แอนิเมชัน และโจฮิซาอิชิคอมโพสเซอร์ขาประจำของจิบลิอาทิมาประพันธ์เพลงสกอร์ให้เช่นเคยตัวหนังเล่าเรื่องช่วงเวลาปี 1943 ในช่วงเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่2มาฮิโตะมากิเด็กชายที่สูญเสียแม่อย่างกะทันหันจากเหตุเพลิงไหม้ที่โรงพยาบาลในโตเกียวเขาและโชอิจิพ่อผู้เป็นเจ้าของโรงงานผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์จึงอพยพมาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ในชนบทของนัตสึโกะน้าสาวของมาฮิโตะและภรรยาใหม่ของพ่อมาฮิโตะต้องใช้ชีวิตอันยากลำบากท่ามกลางความรู้สึกสูญเสียคุณแม่การปรับตัวในโรงเรียนใหม่และการปรับตัวเข้ากับน้าสาวในฐานะแม่เลี้ยงจนกระทั่งวันหนึ่งมาฮิโตะได้พบกับนกกระสาสีเทาที่ได้ชักชวนให้เขาไปตามหาแม่ที่จากไปในหอคอยลึกลับจนทำให้เขาได้เข้าไปผจญภัยเพื่อตามหาความลับบางอย่างในโลกใบใหม่

