แล้วมาก็ถึงงานสร้างชิ้นล่าสุดจาก Studio Ponoc สตูดิโอ แอนิเมชัน น้องใหม่จากญี่ปุ่นที่แตกแขนงออกมาจากต้นตำหรับจิบลิออกมาเป็นหนังการ์ตูนผจญภัยที่ชื่อง่าย ๆ ว่า The Imaginary ที่ได้ฤกษ์ลงจอฉายในผู้ชมทั่วโลกได้ประจักษ์กันอย่างเป็นทางการหลังจากที่หนังฉายล่าช้าเพราะสถานการณ์โควิด-19 และได้ลงโรงฉายในญี่ปุ่นไปเมื่อช่วงปลายปี 2023 ที่ผ่านมากับฟีดแบกที่น่าพึงพอใจเป็นเรื่องราวการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ของหนูน้อยที่ชื่อว่าอแมนดากับเพื่อนรักในจินตนาการของเธอที่มีนามว่ารัดเจอร์เด็กชายที่ไม่มีใครมองเห็นนอกจากเธอคนเดียวและเมื่อเธอกับรัดเจอร์ได้เดินทางมาถึงเมืองแห่งจินตนาการก็ได้เผชิญหน้ากับเหล่ามโนภาพที่ถูกลืมได้หล่อรวมอาศัยกันอยู่ที่นี่และต้องพบกับภัยคุมคามลึกลับจากบางสิ่งบางอย่างที่อยากจะตามหาคำตอบนั้น
ในขณะที่โลกกำลังเพลิดเพลินไปกับห้วงอารมณ์จากหนังพิกซาร์ภาคต่อและไม่ค่อยอภิรมย์เท่าไหร่กับคอนเซ็ปต์โลกมโนหรรษาใน IF เพื่อนในจินตนาการที่ทำเงินรายได้ได้ค่อนข้างน่าผิดหวังการมาของเรื่องนี้ก็เหมือนกันเป็นเรื่องที่เชื่อมเอาหนังทั้ง 2 เรื่องข้างต้นมาผนวกรวมกันเข้าไว้ออกมาเป็นผลผลิตที่ชวนตื่นตาตื่นในแต่ก็รู้สึกเอะใจแปลกๆขึ้นบางอย่างงานสร้างและวิสัยทัศน์ของโยชิยูกิโมโมเสะถือว่าไว้วางใจได้ดีเพราะเขาก็คือผลผลิตจากใต้ชายคาของสตูดิโอจิบลิตั้งแต่เนินนานประสบการณ์ของเขาสั่งสมมาตั้งแต่สุสานหิ่งห้อยบัดนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับหนังอนิเมะที่โดดเด่นอันเป็นสไตล์ เพราะฉะนั้นงานภาพและวิชวลต่างๆในถือว่าละมุมละไม และยังสร้างเอกลักษณ์ที่น่าหลงใหลได้เป็นอย่างดีเป็นการ์ตูนเด็กที่ช่วยมาเติมแต่งแนวคิดได้เป็นอย่างดี
จินตนาการ ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมเยาวชนสุดคลาสสิกจากศตวรรษก่อนของเอ.เอฟ.ฮาร์โรลด์กับเอมิลีกราเว็ตต์”ที่ได้โปรดิวเซอร์มือฉมังโยชิอากิ นิชิมูระ (จาก The Boy and the Heron และ When Marnie Was There) ที่มาช่วยเขียนบทหนังเรื่องนี้แม้ว่าเขาจะไม่ได้มีประสบการณ์ด้านงานเขียนบทสักเท่าไหร่แต่อย่างน้อยๆการรับหน้าที่เป็นผู้สร้างหนังการ์ตูนญี่ปุ่นมานับทศวรรษก็ทำให้เขามีมุมมองและไอเดียที่จะละเลงใส่ในหนังเรื่องนี้

