ภาพยนตร์โรแมนติกแฟนตาซี ที่นำเสนอไอเดียแปลกใหม่และลึกซึ้งในเวลาเดียวกัน เรื่องราวติดตามแคลวิน นักเขียนหนุ่มที่เคยประสบความสำเร็จอย่างสูงตั้งแต่อายุยังน้อย แต่กลับตกอยู่ในภาวะตันทางความคิดและใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว เขาเป็นคนเก็บตัว ขี้กังวล และติดอยู่กับความทรงจำเก่า จนกระทั่งคืนหนึ่งเขาฝันเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ทั้งน่ารัก มีเสน่ห์ และดูเหมือนจะเข้าใจเขาอย่างลึกซึ้ง เมื่อเขานำภาพผู้หญิงในฝันมาสร้างเป็นตัวละครในนิยาย เธอกลับปรากฏตัวขึ้นมาในโลกจริงในชื่อ “รูบี้ สปาร์กส์” และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือทุกสิ่งที่เขาเขียนเกี่ยวกับเธอจะกลายเป็นจริงทันที
ในตอนแรก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เต็มไปด้วยความหวานและความตื่นเต้นเหมือนฝันที่เป็นจริง รูบี้มีชีวิตชีวา เป็นอิสระ และดึงแคลวินออกจากเปลือกที่เขาสร้างขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไป แคลวินเริ่มเผชิญความจริงว่าความรักที่เขาสามารถ “ควบคุมได้” ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด เพราะทุกครั้งที่รูบี้มีพฤติกรรมหรือความรู้สึกที่ไม่ตรงกับความต้องการ เขาสามารถเขียนแก้ไขเธอได้ แต่การทำเช่นนั้นกลับค่อย ๆ ทำลายความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเธอ และทำให้ความสัมพันธ์เริ่มบิดเบี้ยว

หนังนำเสนอประเด็นเชิงลึกเกี่ยวกับความรักและเสรีภาพในความสัมพันธ์ ผ่านการเปรียบเปรยว่าการพยายามเปลี่ยนอีกฝ่ายให้เป็นในแบบที่เราต้องการ อาจทำให้เราสูญเสียสิ่งที่ทำให้เขาเป็นตัวเขา ภาพยนตร์ยังสะท้อนให้เห็นความเปราะบางของมนุษย์ที่กลัวการสูญเสียจนเผลอใช้การควบคุมเป็นเกราะป้องกันใจ การแสดงของพอล เดโน ในบทแคลวิน ถ่ายทอดความซับซ้อนของชายที่ทั้งรักและกลัวได้อย่างสมจริง ขณะที่ โซอี้ คาซาน ในบทรูบี้ ก็สามารถสลับระหว่างความสดใสและความเศร้าลึกได้อย่างน่าจับตา
โทนภาพของหนังอบอุ่นด้วยแสงธรรมชาติและการจัดองค์ประกอบภาพที่สวยงามเหมือนโปสต์การ์ด แต่ภายใต้ความงามนั้นซ่อนความขมขื่นที่ค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้นเรื่อย ๆ ดนตรีประกอบก็ช่วยขับบรรยากาศได้ดี ทั้งในช่วงโรแมนติกและช่วงตึงเครียด Ruby Sparks จึงไม่ใช่แค่ หนังรักแฟนตาซี ธรรมดา แต่เป็นการตั้งคำถามสำคัญว่าแท้จริงแล้ว ความรักคือการยอมรับตัวตนของอีกฝ่าย หรือเป็นเพียงภาพฝันที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อปลอบใจตัวเอง

