The First Slam Dunk ปิดตำนานศึกสุดท้ายสุดเดือด งดงาม ครบรส สมบูรณ์แบบ

The First Slam Dunk ปิดตำนานศึกสุดท้ายสุดเดือด งดงาม ครบรส สมบูรณ์แบบ

เชื่อว่าหลังจากอาจารย์อิโนะอุเอะทาเคฮิโกะผู้แต่งมังงะบาสเกตบอลในตำนานอย่างออกมาประกาศผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวเมื่อปี 2021 ว่า การ์ตูน จะถูกสร้างเป็นเวอร์ชันภาพยนตร์แฟนมังงะและอนิเมะคงตื่นเต้นรวมถึงลุ้นกันไปต่างนานาว่าเราจะได้เห็นเรื่องราวแบบไหนในเวอร์ชันนี้กันแน่ถึงตอนนี้หลายคนคงได้พิสูจน์แล้วว่า The First Slam Dunk คือของขวัญสุดพิเศษหลังจากรอคอยมานานกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าเรื่องราวได้อย่างงดงามสมบูรณ์และสมศักดิ์ศรีการ์ตูนบาสเกตบอลที่ดีที่สุดอย่างแท้จริงเข้าฉายในประเทศญี่ปุ่นส่วนในประเทศไทยมีการฉายรอบพิเศษในวันที่ 18 และ 25 – 26 กุมภาพันธ์ 2023 ที่ผ่านมาส่วนรอบปกติเริ่มฉายในโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2023

เรื่องย่อ ปิดตำนานศึกสุดท้ายสุดเดือด เล่าเรื่องราวการดวลเดือดของศึกบาสเกตบอลนัดสำคัญที่แฟน อนิเมะ ไม่เคยมีโอกาสได้ดูนั่นคือการแข่งขันระดับประเทศระหว่างทีมโชโฮคุกับทีมสุดแกร่งเทคนิคซังโนซึ่งศึกครั้งนี้มีอยู่ในฉบับมังงะเท่านั้นโดยบอกเล่าผ่านมุมมองของพอยต์การ์ดเบอร์ 7 ทีมโชโฮคุมิยางิเรียวตะผู้มีปมชีวิตในวัยเด็กที่ต้องสูญเสียพี่ชายคนสำคัญจนกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแม่เริ่มห่างเหินมีเพียงบาสเกตบอลเท่านั้นที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจสุดท้ายแล้วผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไรมาร่วมพิสูจน์ได้เลยในเดอะเฟิสต์สแลมป์ดังก์เมื่อพูดถึงเราจะคุ้นเคยกับภาพของตัวเอกผมแดงสุดกวนอย่างซากุรางิฮานามิจิและคู่แข่งตลอดกาลของเขารุคาวะคาเอเดะที่เป็นศูนย์กลางของเรื่องในมังงะและอนิเมะต้นฉบับแต่ใน

ศูนย์กลางของเรื่องคือมิยางิเรียวตะทำให้รู้สึกแปลกใหม่พอสมควรถึงอย่างนั้นการให้มิยางิมาเป็นตัวเอกก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดเลยเพราะบทที่เขียนออกมาอย่างดีเล่าเรื่องในอดีตสลับกับการแข่งสุดเดือดในปัจจุบันได้อย่างลงตัวเข้มข้นกระชับไม่ยืดเยื้อใช้เวลาไม่นานก็ทำให้รู้สึกอินไปกับมิยางิได้ทันทีเปิดเรื่องโดยใช้การแข่งขันระหว่างทีมโชโฮคุกับเทคนิคซังโนเป็นหลักตัดสลับกับการเล่าปมชีวิตของมิยางิรวมถึงสมาชิกคนอื่นในทีมตลอดเวลา 2 ชั่วโมง 4 นาทีของหนังเรื่องนี้การแข่งขันมีทั้งจังหวะที่สูสีจังหวะที่ถูกทิ้งห่างและจังหวะสำคัญในการโต้กลับทุกช่วงถูกเล่าออกมาได้กลมกล่อมลุ้นเกร็งจิกเบาะรู้ตัวอีกทีหนังก็จบแล้ว