The Super Mario Bros. Movie เด็กน้อย-เด็กหนวดมีกรี๊ด ถือว่าเป็นคู่สร้างคู่สม-คู่เวรคู่กรรมโดยแท้สำหรับค่ายเกมอย่าง The Super Mario Bros เด็กน้อย-เด็กหนวดมีกรี๊ด เจ้าของลิขสิทธิ์เกมและค่ายหนัง Universal Studios ผู้สร้างหนังระดับตำนานของฮอลลีวูดที่เริ่มต้นกันไม่ค่อยสวยเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของวงการบันเทิงเมื่อปี 1983 เมื่อทาง ยูนิเวอร์แซลฟ้องร้องลิขสิทธิ์ตัวละครลิงยักษ์ในเกม เด็กน้อยเด็กหนวดมีกรี๊ด ว่าลอกคิงคอง ตัวละครดังใน หนังคลาสสิก ซึ่งตอนนั้นนินเทนโดเพิ่ง มาทำตลาดตะวันตกเป็นบริษัทต่างชาติตัวจ้อยที่ถ้าแพ้ยักษ์ใหญ่คือคงต้องม้วนเสื่อกลับประเทศไปเลย และผลคือนินเทนโดเป็นฝ่ายชนะคดี และส่งผลให้บริษัทญี่ปุ่นหน้าใหม่ ได้แจ้งเกิดในอเมริกาทำธุรกิจยาวนานมาจนกลายเป็นยักษ์ใหญ่วงการบันเทิงหนึ่งในปัจจุบันนอกจากนี้ยังทำให้ทนายความที่ช่วยนินเทนโดชนะคดีอย่างจอห์น เคอร์บี ได้มีตัวละครและเกมของตัวเองอย่าง Kirby ด้วย
เรื่องย่อ The Super Mario Bros. Movie เด็กน้อย-เด็กหนวดมีกรี๊ด

และผลพวงอีกอย่างคือทำให้ตัวละคร เด็กน้อย-เด็กหนวดมีกรี๊ดในเกมดองกี้คองภาคแรกได้กลายมาเป็นตัวเอกชื่อมาริโอตามชื่อของผู้สนับสนุนคนสำคัญของค่ายเกมอย่าง มาริโอ ซีเกล ในเกม The Super Mario Bros. Movie เด็กน้อย-เด็กหนวดมีกรี๊ด จนมีซีรีซ์ของตัวเองอีกยาวไกลซึ่งความบาดหมางของสองบริษัทนั้นก็จบไปนานแล้วเมื่อยูนิเวอร์แซลทำหนังที่เอาเกมมาริโอมาใช้ใน The Wizard จะเห็นว่าในแง่หนึ่งยูนิเวอร์ แซลก็มีผลทางอ้อมให้กำเนิดนินเทนโดในอเมริกาและมีมาริโอที่ยิ่งใหญ่ตามมาในปัจจุบันและนี่ก็เป็นการกลับมาทำงานร่วมกันอีกรอบในช่วง 30 กว่าปี เป็นเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง
เพราะยูนิเวอร์แซลก็กำลังอยู่มือกับค่าย Illumination ที่ผลิตหนังซีจี แอนิเมชัน ชั้นดีหลายเรื่องอย่าง The Super Mario Bros. Movie และมีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมร่วมกับนินเทนโดในการทำธีมพาร์ก Super Nintendo World ด้วยความน่าเสียดายเพียงอย่างเดียวสำหรับโปรเจกต์หนังที่มีศักยภาพยิ่งใหญ่ เรื่องนี้คือทางยูนิเวอร์แซล เลือกใช้แอรอนฮอร์วาธ และ ไมเคิล เยเลนิก ที่เป็นผู้กำกับใหม่ถอดด้ามมาทำหน้าที่สำคัญนี้ และเอามือเขียนบท แมตธิว โฟเกล Matthew Fogel ที่เคยเขียนบทหนังคำวิจารณ์กลางๆ
อย่าง ‘The Lego Movie 2: The Second Part’ (2019) มาเขียนบททำให้พอมองเห็นว่าค่ายน่าจะลุยให้หนังเน้นบันเทิง และจับกลุ่มเด็กน้อยเป็นหลักไปเลยซึ่งว่ากันตามตรงหนังก็ให้ความบันเทิงในระดับที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับคอเกมหรือคอ แอนิเมชัน และมีลูกเล่นในการเล่าที่ดี โดยเล่าเรื่องของสองพี่น้องมาริโอกับลุยจิที่ถูกมองว่าเป็นลูกที่ไม่เอาไหนแต่ทั้งสองคนก็เชื่อว่าถ้ารวมพลังกันสองพี่น้องก็ต้องผ่านทุกอุปสรรคคำถากถางทั้งหลายไปได้แต่แล้ววันหนึ่งพวกเขาก็หลุดเข้าไปในอาณาจักรแฟนตาซีที่วายร้ายบาวเซอร์กำลังทำลายอาณาจักรต่างๆเพื่อครองโลกและเอาชนะใจเจ้าหญิงพีชแห่งอาณาจักรเห็ดไปพร้อมกัน
หนังมีการใช้ความสัมพันธ์พี่น้องที่น่าสนใจเป็นตัวตั้งต้นมาริโอพยายามพิสูจน์ตัวเองและให้กำลังใจน้องชายขณะที่ลุยจิก็เชื่อมั่นในพี่ชายโดยไม่ปริปากบ่นอยู่เสมอ และเมื่อหลุดไปโลกแฟนตาซีหนังก็ใช้จุดนี้ในการนำพาตัวละครมาริโอมีแรงจูงใจเพื่อไปช่วยน้องชายที่ถูกจับไปด้วยเช่นกันทว่าแม้หนัง จะมีซีจีที่งดงามราวกับทำให้ตัวละคร ในเกมมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ มีลูกเล่นฉากหลังกิมมิกและตัวละครมหาศาลให้ใช้ แถมเนื้อเรื่องก็เรียก ว่าตามสูตรเอาท่าง่ายชนิดที่เปิดมาดูช่วงไหนก็เข้าใจ เรื่องได้เลย แต่ด้วยความอ่อนประสบการณ์เล็กๆน้อย ๆ ที่เก็บไม่ละเอียดของผู้กำกับก็ทำให้หนังไม่สามารถทำให้ เราอินไปได้มากพอ
หลายตัวละครขาดมิติหรือที่มาที่ไปของ แรงจูงใจไปอย่างน่าเสียดายเช่นเจ้าหญิงพีชมีมุมที่เธอสามารถแสดงความอ่อนแอและต้องฝืนเข้มแข็งเพื่อปกป้องพวกเห็ดรวมถึง ความขัดแย้งในใจที่เธอเป็น มนุษย์เพียงคนเดียวในอาณาจักรเห็ดแต่หนังก็พลาดที่จะใส่ฉากความลังเลหรือหยุดคิด ไปแบบน่าเสียดายมันเลยเห็นแต่เจ้าหญิงพีช ที่ห้าวหาญแข็งกระด้างและทำอะไรไปแบบถูกบทบัญชาอย่างน่าเสียดายเช่นเดียวกับบาวเซอร์ที่เราก็ไม่ได้เห็นว่าทำไมตัวละครนี้ ถึงฝังใจในเจ้าหญิงพีชขนาดนั้นถ้าใส่ฉากในอดีตว่าทั้งคู่เคยเจอกันตอนเด็ก
หรืออะไรไปก็อาจทำให้เรื่องมีมิติมากกว่านี้ หรืออย่างเจ้าเห็ดโท้ดถ้าอยู่ใน มือผู้กำกับที่เล่นเป็น นี่จะเป็นคาแรกเตอร์น้อนที่ยิงมุกกระจายและขโมยซีนได้ตลอดเรื่องแน่นอน แต่ในเรื่องนี้ก็เป็นได้แค่ตัวละคร ประกอบฉากเสียอย่างนั้นเช่นเดียวกันกับอีกหลายตัวละครที่คงมีฉากโชว์มิติลึกๆหรือได้ซีนเฉิดฉายของตัวเองชัวร์น่าเสียดายมาก

