ปี 2023 ถือว่าเป็นปีที่บรรดาค่ายหนังต่างๆ ยื้อแย่งกันซื้อลิขสิทธิ์หนังเกาหลีมาลงโรงฉายในไทยกันอย่างดุเดือด สังเกตได้ชัดเจนเลยว่าหนังเกาหลีมีเรียงคิวฉายกันแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ และยิ่งนับวันก็นำเข้ามาฉายเกือบพร้อม ๆ กับฝั่งเกาหลีแล้ว และเบอร์ล่าสุดที่จะฉายสุดสัปดาห์นี้ก็คือ Ransomed คู่ระห่ำไถ่ข้ามโลก หนังแอคชั่นสุดระทึกปนขำ จากฝีมือการสร้างของผู้กำกับซีรีส์สุดปัง Kingdom ที่ออกมาเป็นสมการความสนุกที่ค่อนข้างลงตัวดี
Ransomed คู่ระห่ำไถ่ข้ามโลก มินจุน เป็นข้าราชการที่ทำงานให้กับรัฐบาลเกาหลีใต้ในตำแหน่งนักการทูต แต่เขาไม่มีผลงานโดดเด่นอะไรเลย แม้จะมุ่งมั่นตั้งใจทำงานมาโดยตลอด ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเป็นอาสาสมัครไปช่วยชีวิตนักการทูตเกาหลีที่หายตัวไป ด้วยเงื่อนไขว่าหากถ้าเขาทำสำเร็จ หัวหน้าจะต้องส่งเขาไปทำงานที่สหรัฐอเมริกาตามที่เฝ้าฝันมาโดยตลอดเขาจึงออกเดินทางไปยังเลบานอนเพียงลำพัง ที่ในเวลานั้นสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะมีเหตุสงครามการเมืองเกิดขึ้นอยู่ ที่นั่นเขาได้พบกับ พันซู โชเฟอร์แท็กซี่รับจ้างที่คนเกาหลี แต่สามารถพูดภาษาอาหรับได้คล่อง ซ้ำยังรู้จักเส้นทางต่าง ๆ ในท้องถิ่นเป็นอย่างดี
แต่หารู้ไม่ว่านิสัยที่แท้จริงของเขาก็คือนักต้มตุ๋นนั่นเอง แล้วแบบนี้ปฏิบัติการช่วยเหลือนักการทูตจะสำเร็จหรือไม่?เรื่องนี้เป็นผลงานล่าสุดของผู้กำกับ คิมซองฮุน ที่เราคุ้นเคยกันดีจากซีรีส์ชุด Kingdom ถือว่าเป็นการคัมแบ็กกลับมาทำหนังอีกครั้งในรอบ 6 ปีเลย และแน่นอนว่าเขายังคงวาดลวดลายในชิ้นงานของตัวเองออกมาได้อย่างช่ำชอง ส่วนหนึ่งก็ต้องขอบคุณเคมีของการจับคู่นักแสดงนำ ที่ล้วนแต่เป็นนักแสดงคู่บุญของผู้กำกับรายนี้ทั้งสิ้น ทำให้จังหวะจะโคนต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้ออกมาได้เหมาะเจาะและสร้างความบันเทิงได้เป็นอย่างดี
แม้ว่าคู่ระห่ำไถ่ข้ามโลก จะเป็น หนัง พล็อตสูตรสำเร็จแบบเดิม ๆ ที่เห็นได้ตามหนังเกาหลีในยุคหลัง ๆ มานี้ แต่โครงสร้างหนังก็รู้จังหวะดีว่า คนดูต้องการอะไรและอยากเห็นอะไร พวกเขาจึงใส่วัตถุดิบแบบง่าย ๆ เข้าและทำงานกับปฏิกิริยาของคนดูได้ดีตลอดทั้งเรื่อง ถึงนื้อหาเกี่ยวกับเกาหลีในดินแดนแถบตะวันออกกลางอะไรทำนองนี้ ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา จะสร้างออกมาเกลื่อน ไล่มาตั้งแต่ The Point Men หรือ Escape from Magadishu จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้หนังเรื่องนี้ที่มาทีหลัง ขาดความสดใหม่และแปลกใหม่ได้โดยปริยาย
แต่ถึงแม้ว่าพล็อตมันจะซ้ำซากก็ตาม แต่หัวใจหลักและเป็นองค์ประกอบที่โดดเด่นของหนัง ก็ต้องยกให้เคมีของ 2 นักแสดงนำ ที่พวกเขาสามารถผนึกกำลังรวมร่างพากันประคองหนังเรื่องนี้ไปแบบสุดทาง ถึงจะยังไม่ใช่ผลงานระดับมาสเตอร์พีชและสมบูรณ์แบบที่สุด แต่ทั้งสองก็นำพลังความเป็นซุปตาร์และมืออาชีพในการเป็นนักแสดงถ่ายทอดออกมาให้คนดูปล่อยจอยไปกับหนังได้ตลอด 2 ชั่วโมง
พวกเขาทั้งสองต่างเคยร่วมงานกับผู้กำกับคิมมาแล้วทั้งสิ้น “ฮาจองอู” เคยแสดงนำในหนังเรื่องก่อนของผู้กำกับรายนี้ อย่าง Tunnel เมื่อปี 2016 ขณะที่ จูจีฮุน ก็คุ้นเคยกันดีกับซีรีส์ Kingdom นั่นเอง นับว่าเป็นหนังที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์และเสน่ห์ทางการแสดงของนักแสดงที่ทำออกมาได้ดีจริง ๆ พวกเขาสมบทบาทได้อย่างไหลลื่น เพลิดเพลิน และเต็มไปด้วยอินเนอร์ที่ทรงพลัง ทั้งที่บทหนังก็แทบจะไม่มีพาวเวอร์ใด ๆ เลยก็ตาม

