รีวิวหนัง “Ruby Gillman Teenage Kraken รูบี้ สาวน้อยอสูรทะเล” บันเทิง..แบบเซฟโซน

Ruby Gillman Teenage Kraken
Ruby Gillman Teenage Kraken

มาต่อคิวกับหนัง แอนิเมชั่น อีกเรื่อง ที่กระแสอาจจะเบาบางสักหน่อยเพราะจังหวะที่เข้าฉายเผชิญหน้ากับคู่แข่งหลายเรื่องทีเดียว นี่คือ Ruby Gillman Teenage Kraken รูบี้ สาวน้อยอสูรทะเลหนังใหม่จากฝั่งดรีมเวิร์คส์ แอนิเมชั่น ที่ส่งเรื่องราวสไตล์ Coming-of-Age ผสมผสานกับตำนานสมุทรมาขึ้นจอกลายมาเป็นหนังการ์ตูนที่สร้างความบันเทิงกลมกล่อม แม้ว่ามันจะยังวนอยู่ในอ่างของเซฟโซนไปหน่อยรูบี้สาวน้อยอสูรทะเลเล่าเรื่องราวของ รูบี้สาวน้อยนักเรียนมัธยมจอมเขินอาย ที่้เพิ่งจะได้รู้ว่าเธอมาจากครอบครัวคราเคนชนชั้นสูงในเทพนิยาย และโชคชะตาของเธอหลบซ่อนอยู่ภายใต้ท้องทะเลซึ่งยิ่งใหญ่กว่าที่เธอเคยจินตนาการถึง ก่อนที่มันจะกลายมาเป็นเรื่องยุ่งยากมากยิ่งขึ้น เมื่อความลับต่างๆ ที่เธอไม่เคยล่วงรู้เริ่มปรากฏขึ้นและส่งผลต่อตัวเธอ

และนี่คือผลงานล่าสุดของผู้กำกับ เคิร์ก เดอมิกโก ที่เขายังรับหน้าที่ทั้งกำกับและร่วมเขียนหนังเช่นเคยก็อย่างที่เกริ่นเอาไว้ข้างต้นเลยว่า Ruby Gillman Teenage Kraken รูบี้ สาวน้อยอสูรทะเล ยังค่อนข้างเป็นหนังแอนิเมชั่นที่สร้างอยู่บนพื้นฐานของเซฟโซนหนังเต็มไปด้วยสูตรสำเร็จเดิมๆ แบบย่อยง่ายและกลืนง่ายเป็นความบันเทิง 90 นาทีที่คนดูสามารถเอ็นจอยได้ง่ายๆ แต่เพราะว่าหนังสไตล์นี้มีเยอะแยะเต็มไปหมดในตลาดปัจจุบันและส่วนหนึ่งมันก็เป็นหนังสตรีมมิ่งไปแล้วเสียด้วยถ้าสร้างออกมาเป็นหนังเพื่อฉายผ่านสตรีมมิ่งคิดว่าน่าจะเวิร์กยิ่งกว่านี้เพราะไม่ต้องมาเจ็บตัวกับเก็บรายได้แบบหืดขึ้นคอบนบ็อกซ์ออฟฟิศการฉายทางออนไลน์น่าจะทำกำไรให้กับหนังมากกว่าเพราะดูทรงหนังเรื่องนี้แทบจะคล้ายๆ กับผลงานชิ้นก่อนของผู้กำกับผู้นี้อย่าง Vivo ที่สตรีมฉายไปเมื่อ 2 ปีก่อนทั้งท่วงทำนองและลีลาการเล่นเรื่องอย่างกับลอกคราบกันมาประมาณนั้น

ก็มาพร้อมกับพล็อตง่ายๆ เดิมๆ กับการค้นหาตัวเองของเด็กสาวมัธยมที่มักจะต้องเผชิญหน้ากับความกล้าความเสี่ยงในการเข้าสังคมเมื่อเติบโตขึ้นแต่ขณะเดียวกันก็ยังมีความลับในครอบครัวที่เธอต้องรับมือกันมันอีก ถึงบทหนังจะเป็นอะไรที่เล่นง่ายมาก ๆ แต่อย่างน้อยก็ยังพอจะมีชั้นเชิงในการสร้างความบันเทิงและสื่อสารตรงถึงคนดูได้อย่างประสบความสำเร็จคอนเซ็ปต์ของหนังก็ค่อนข้างดีใช้ได้ โดยเฉพาะการพลิกขั้วภาพจำของคาแรกเตอร์หลักหยิบเอาคราเคนมาเป็นฝ่ายดี แล้วเอาเงือกสาวมาเป็นฝ่ายเลว เป็นการสร้าง Mindset ใหม่ ๆ ให้กับคนดูได้อย่างมีอรรถรสดี ขณะที่งานสร้างของหนังเรื่องนี้ก็ถือว่าใช้ได้ ทั้งฉากบนบกและใต้น้ำดีไซน์ออกมาได้น่าตื่นตาดี ถึงจะไม่ได้เน้นถึงความสมจริงอะไรมากนักปะปนจินตนาการความเป็นการ์ตูนไปเยอะหน่อย แต่โดยรวม ๆ ก็ถือว่ายังทำออกมาน่าพอใจ

ทางด้านเสียงพากย์ก็ได้ทีมนักแสดงระดับชั้นแนวหน้ามา เป็นวอยซ์ทาเล้นท์ที่ถือว่าช่วยบิ้วท์อารมณ์ด้วยน้ำเสียงของพวกเขาได้ดี นำทีมมาด้วย “ลาน่า คอนดอร์” ที่เสียงของเธอสร้างเอกลักษณ์ได้ดีให้กับรูบี้ และยังมี “โทนี คอลเล็ตต์” หรือรุ่นใหญ่ “เจน ฟอนด้า” ร่วมด้วย “วิล ฟอร์เต” หรือ “แซม ริชาร์ดสัน” มาช่วยเป็นทีมวอยซ์ที่ลงตัวในหนังเรื่องนี้เป็นอย่างดี และช่วยขับความบันเทิงได้อีกทาง