และนี่ก็คือหนังไทยที่เป็นตัวแทนประจำปีนี้ ที่ได้รับคัดเลือกส่งไปช่วงชิงสู่เวทีรางวัลออสการ์ 2026 สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นผลงานที่ฉายแววและเฉิดฉายเจิดจรัสมาตั้งแต่ปฐมทัศน์โลก ณ เทศกาลหนังเมืองคานส์ 2025 ที่ผ่านมา นี่ก็คือ A Useful Ghost ผีใช้ได้ค่ะ หนังนอกกระแสที่แน่นอนว่าไม่ได้เหมาะกับทุกกลุ่มผู้ชมโดยทั่วไป เพราะมีหลายครั้งที่อาจจะต้องตะแคงคอดูเรื่องนี้
มาร์ช สามีที่กำลังโศกเศร้ากับการเสียชีวิตของภรรยาค้นพบว่า แนท ภรรยากลับจากความตายมาเป็นผีที่สิงในเครื่องดูดฝุ่น ทั้งสองดีใจที่ได้กลับมาอยู่ด้วยกัน ท่ามกลางความไม่พอใจของครอบครัว ที่ไม่ยอมรับความรักระหว่างคนกับผี ทั้งสองพยายามพิสูจน์ความรักครั้งนี้ แนทต้องเสนอตัวเพื่อช่วยกำจัดผีร้ายที่สิงในโรงงานของครอบครัว และเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ เธอต้องกำจัดผีตัวอื่นที่ไม่เป็นที่ต้องการเพื่อเป็น A Useful Ghost ผีใช้ได้ค่ะ เป็นผลงานเดบิวต์กำกับหนังใหญ่เรื่องแรกของ “รัชฎ์ภูมิ บุญบัญชาโชค” ผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการหนังสั่นและหนังโฆษณาในบ้านเรา
โดยที่ผลงานชิ้นแรกของเขาก็ได้รับการสนับสนุนและผลักดันอย่างเต็มที่ จากบท หนัง ที่เขาก็รังสรรค์ปลุกปั้นมันขึ้นมาเองกับมือ ซ้ำยังได้ทีมงานและทีมนักแสดงระดับเทพมาร่วมสร้างสีสันประชันบทบาทกันอย่างจัดจ้านด้วยได้ชื่อว่าเป็นหนังเมืองคานส์ หนังจากเทศกาล และหนังที่ไม่ได้อยู่ในระดับแมสทั่วไป สิ่งแรกที่คนดูจะต้องทำความเข้าใจก็คือห้วงอารมณ์และโทนของหนังจะค่อนข้างกับหนังเชิงพาณิชย์ตามตลาดอย่างแน่นอน ซึ่งผลลัพธ์ออกมาก็เป็นเช่นนั้น ผีใช้ได้ค่ะ กลายเป็นหนังที่ทำออกมาในลักษณะทีเล่นทีจริง เพราะเมื่ออยู่ในโหมดละเลงความสนุกแบบร้องห๊ะ ก็ใส่เข้ามาแบบไม่ยั้ง และเต็มไปด้วยคารมขบขันแบบตลกร้ายได้อย่างแสบสันต์ไม่เบา
ในช่วงครึ่งแรกของผีใช้ได้ค่ะ น่าจะเป็นบททดสอบที่ยิ่งใหญ่และสำคัญของผู้ชมคนดูไม่น้อย เพราะถ้าหากว่าคุณสามารถผ่านด่านตรงนี้ไปได้ ก็น่าจะโฟลว์ไปได้ต่อในช่วงครึ่งหลังของเรื่อง เพราะเอาจริง ๆ ประมาณชั่วโมงแรกของหนังเต็มไปด้วยความพิลึกแบบแฟนตาซีเหนือจินตนาการไปเสียหมด บางครั้งก็แอบอุทานในใจขึ้นมาว่า ‘อิหยังหวะ’ ออกมา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าโหมดทีเล่นของหนังเรื่องนี้ก็ไปเรื่อยและไปได้จริงจังกว่าที่คิดแต่พอย่างเข้าสู่ในช่วงครึ่งหลังของเรื่อง กับชั่่วโมงเศษ ๆ ที่ร้อยเรียงเรื่องราวสุดพิสดารผ่านไป ปรากฏว่าหนังเหมือนสลับด้านเหรียญอย่างชัดเจน เข้าสู่ประเด็นที่จริงจังขึงขัง และสัญญะต่าง ๆ ที่สอดแทรกเข้ามาได้ชวนสะอึก
แน่นอนว่าหนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยการสอดเสียดถึงประเด็นเหตุบ้านการเมืองในอดีตจนถึงปัจจุบันของเมืองไทย ที่เป็นการย่อยข้อมูลออกมาในเชิงการแสดงและภาพที่สะท้อนให้ชวนสะกิดต่อมรับรู้ของคนไทยได้เป็นอย่างดี มันคือข้อความเชิงการเมืองที่บดขยี้สังคมได้อย่างแสบฉกรรจ์ไม่เบาในช่วงท้ายทางด้านองค์ประกอบงานสร้างก็อาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างในหนังก็เหมาะสมกับงบประมาณที่หนังได้ตามแบบฉบับหนังนอกกระแสทั่วไป ไม่ได้แนบเนียน ไม่ได้เฉียบคม เป็นลูกเล่นตามกระแสหนังอินดี้ที่จะสอดแทรกเข้ามา ที่เผลอๆ ก็กลายเป็นมุมมองที่จิกกัดได้ไม่น้อยทีเดียว การตัดต่อเหมือนจะดูมึนงง
แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไหลลื่นพอใช้ได้ ขณะที่โลเคชันและโปรดักชันดีไซน์ต่างๆ ก็สรรหารังสรรค์ออกมาได้อย่างมีรสนิยม ที่สอดคล้องได้ดีทั้งสัญญะทางสังคมและการเมืองบอกตรง ๆ หนังเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องใช้นักแสดงระดับซุปตาร์ อย่าง “ใหม่ ดาวิกา” ก็ได้ เพราะว่าเป็นใครมาแสดงก็ได้ แต่เมื่อดาราสาวท่านนี้ได้รับโอกาสมาสวมบทบาทเป็นผีเครื่องดูดฝุ่น แน่นอนว่าการแสดงระดับมืออาชีพของเธอก็ช่วยถ่ายทอดหนังเรื่องนี้ออกมาได้โฟลว์ดีตลอดทั้งเรื่องจริง ๆ คงจะต้องบอกว่าลีลาการแอคติ้งในหนังเรื่องนี้ อาจจะไม่ใช่ลักษณะของหนังทั่ว ๆ ไป
เพราะเป็นการแสดงที่มีจังหวะ มีเกินเบอร์ อารมณ์กึ่งเป็นละครเวที กึ่งเป็น ภาพยนตร์ อะไรทำนอง โมสต์ วิศรุต ที่อาจจะโดนดาราสาวซุปตาร์กลบออร่าไปสักหน่อย แต่เขาก็รับหน้าที่่ถ่ายทอดการแสดงออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจ เช่นเดียวดีบ “อุ้ม วัลลภ” ดาราหนุ่มสายหนังอินดี้ คนนี้ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ เพราะทำออกมาดีทุกซีนอยู่แล้ว การแสดงที่เซอร์ไพรส์ไม่น้อยของติ๊กต็อกเกอร์คนดัง “บลาบูม วิศรุต” ก็ทำให้ทึ่งไม่น้อย เพราะนางสวมวิญญาณเป็นกะเทยวิชาการได้อย่างน่าประทับใจ และที่ต้องปรบมือให้ดัง ๆ ก็คงจะเป็น “อุ๋ม อาภาศิริ” กับแอคติ้งน้อยแต่มาก ทรงพลังอย่างจริงจัง ที่ดูเหมือนว่าเธอจะต้องมีชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงหญิงสมทบแน่ ๆ

