ถึงคิวของ หนังไทย ที่เคยมีกระแสสุดฮือฮาในตอนที่ปล่อยภาพและทีเซอร์แรกออกมา พร้อมกับบรรยายสรรพคุณว่าเป็นอีโรติกไสยศาสตร์สุดแซ่บแห่งปี แต่พอถึงคิววันเข้าฉายจริง ๆ พลังความแซ่บกลับแผ่วปลายลงไปอย่างน่าเสียดาย นี่คือ นะหน้าทอง Black Magic Mask ผลงานล่าสุดจากค่าย ไอรยาฟิล์ม ที่พอจะมีพื้นที่ยืนโรงฉายอยู่บ้าง และก็เพื่อผู้อ่านทุกคน..เราคือผู้กล้าที่ขอตีตั๋วไปพิสูจน์ความ(เสว)สะพรึงให้นะหน้าทอง เป็นเรื่องราวของโสเภณีชื่อ เอม เธอมีชีวิตรันทดและถูกทำทารุณทางเพศในระหว่างที่ให้บริการเสมอๆ
ก่อนที่เธอจะได้รับคำแนะนำจากโสเภณีรุ่นพี่ประจำซ่องให้ไปลงคุณไสยที่เรียกว่า นะหน้าทอง เพื่อให้เป็นที่รักและหลงจะได้พ้นจากความทุกข์ยาก ทำให้ชีวิตที่เป็นอยู่ที่ดี แต่หารู้ว่าเธอจะต้องแลกอะไรบางอย่างมาด้วยความสยองขวัญแห่งชีวิตนี่คือหนังที่เดินเข้าไปในโรงหนังพร้อมกับความไม่คาดหวังใด ๆ และออกมาด้วยความไม่ผิดหวังเลยสักนิดเดียว นั่นถือว่าเป็นเกราะที่แข็งแกร่งมาก ๆ ที่เหมาะจะหยิบมาใช้ก่อนดูหนังเรื่องนี้ เพราะ นะหน้าทอง คือหนังที่ค่อนข้างเละเทะและล้มเหลวเกือบจะทุกด้าน จนแอบเสียดายที่หนังมีวัตถุดิบค่อนข้างดีที่สามารถนำเสนอออกมาได้น่าสนใจกว่านี้ได้ แต่กลับเลือกที่แตะต้องมันแบบผิวเผิน ตื้นเขิน และพยายามที่จะคอมโพสแบบอาร์ต ๆ เกินไป
หนังมาในลักษณะแบบ หนังอีโรติก ลงแผ่นขาย หรือ หนังเทลิมูฟวี่ เมื่อสักประมาณ 15-20 ปีก่อน ที่ใครทันยุคนั้นก็มักจะเห็นดาราเซ็กซี่ถูกจับมาเล่นหนังยั่ว ๆ ขายความวาบหวิวแบบที่ไม่สนเนื้อหาอะไร เช่นเดียวกัน นะหน้าทองเป็นหนังที่บทหนังอยู่แค่นิดเดียว แต่พาคนดูลอยออกทะเลไปเรื่อย ๆ ล่องลอยเหมือนไม่รู้ทิศทางว่าจะไปจบลงตรงไหนดี กับฉาก 18+ ที่ไม่ได้มีอะไรที่ดึงดูดอรรถรสได้เลยการโฟกัสเกี่ยวกับอาชีพขายบริการและเข้าถึงคนในอาชีพนี้ถือว่าหนังทำออกมาใช้ได้ ต้องยอมรับเลยว่าประมาณ 30 นาทีแรกของหนังที่อยู่ในวังวนของซ่องโสเภณีนั้น หลาย ๆ องค์ประกอบถือว่าไม่แย่เลย การจัดฉากและจัดแสงต่าง ๆ เป็นศิลปะที่สื่ออารมณ์ได้ดี
แม้ว่ามันจะขัดอารมณ์อยู่ตลอด ๆ กับจังหวะการแสดงและบทพูดในหนังที่เหมือนจะเป็นธรรมชาติ แต่กลับไม่ธรรมชาติสักเท่าไหร่เลยการเล่าเรื่องของหนังก็เชยมาก ถึงแม้ว่าในองก์แรกจะค่อนข้างปูทางมาได้น่าสนใจ แต่ถัดไปในองก์ที่ 2 กับองก์ที่ 3 กลายเป็นความเลอะเทอะและทอดทิ้งสิ่งที่ปูทางเอาไว้เบื้องต้นไปแบบไม่แยแส เข้าใจว่าหนังคงอยากจะเน้นย้ำถึงประเด็นะหน้าทอง แต่กลายเป็นความเสน่ห์ของนะหน้าทองในหนังเรื่องนี้แทบจะไม่เกิดเลย มันกลายเป็นหนังอะไรก็ไม่รู้ ที่จะดราม่าไม่ดราม่า จะสยองก็ไม่สยอง
และสิ่งที่ขัดใจและบกพร่องที่สุดของนะหน้าทองเรื่องนี้ก็คือการตัดต่อ นี่เป็นหนังแค่ 90 นาทีนิด ๆ แต่ให้ความรู้สึกที่ยาวนานเหลือเกิน สารภาพตรง ๆ เลยว่าระหว่างดูต้องก้มมองดูนาฬิกาทุก ๆ 2 นาที เพราะการเล่าเรื่องที่ไม่ได้ดีอะไร มาเจอการตัดต่อแบบฉึบฉับไปมา ไม่ได้เน้นจังหวะต่อเนื่องระหว่างฉากกันเลย หรืออยากจะใส่อินเซิร์ทอะไรมาคั่นก็ใส่เข้ามา แบบไม่ได้สนใจมูทแอนด์โทนของหนังสักนิด
ขณะที่แคสติ้งนักแสดงของหนังเรื่องนี้ค่อนข้าง..พังพินาศ การที่เอาเซเลบมาเล่นหนัง ก็ย่อมได้ผลลัพธ์ที่ไม่น่าจะคาดหวังอะไรได้เยอะ “มิวกี้ ไปรยา” ถือว่ายังค่อนข้างใหม่ในฐานะนักแสดง แล้วบทของเธอในหนังเรื่องนี้ค่อนข้างเป็นงานใช้อารมณ์อยู่บ้าง ทุกซีนที่ถ่ายทอดมาก็ค่อนข้างไร้ชีวิตชีวา ยังต้องขัดเกลาอีกเยอะมาก ๆ โดยเฉพาะจังหวะลีลาในการสื่อสารอารมณ์ ที่ส่วนใหญ่จะถูกกลบไปด้วยท่าทีตาแข็งและตาปรือของเธอไปทั้งหมด
แต่สิ่งที่ดีและเป็นสิ่งเดียวที่เหมือนเป็นเพชรเม็ดงามของหนังก็คือ “ทราย เจริญปุระ” นี่น่าจะเป็นนักแสดงมืออาชีพและนักแสดงที่กระทำการแสดงเป็นคนเดียวในเรื่องนี้เลยก็ได้ว่า ตัวจริง-ของจริงต้องแบบนี้ ถือว่าเธอเข้ามาพยายามช่วยผลักดันหนังเอาไว้มาก ๆ ทุกซีนที่มีเธออยู่ด้วยก็คือสิ่งที่ใช่และทิศทางที่ใช่ เพียงแต่ว่ามันจะมีฉากที่มี ทราย เจริญปุระ อยู่ในเรื่องไม่ถึง 30% ด้วยซ้ำไป

