ถ้าหากว่าคุณมี หนังโรแมนติก ในดวงใจจากเกาหลี เป็นความรอมคอมสุดคลาสสิก อย่าง My Sassy Girl และโรแมนซ์หลากหลายบุคลิกแบบใน The Beauty Inside หรือจะรักก๋ากั๋นเฟี้ยวฟ้าวสไตล์ Love and Leashes ก็บอกได้เลยว่า Pretty Crazy เดี๋ยวสวย เดี๋ยวแสบ ผมแทบจะเครซี่ หนังรักเบอร์ล่าสุดในฤดูร้อนที่ผ่านมาจากแดนกิมจิเรื่องนี้ จะสามารถทะลุทะลวงความประทับใจและเข้าไปนั่งอยู่ในใจคุณเรื่องใหม่ล่าสุดได้อย่างแน่นอน
สำหรับเรื่อง Pretty Crazy เดี๋ยวสวย เดี๋ยวแสบ ผมแทบจะเครซี่ ซอนจีเชฟขนมหวานผู้น่ารักและทะเยอทะยาน แต่เธอมีความลับบางอย่างที่แม้แต่ตัวเธอเองที่ไม่รู้คือเธอตกอยู่ใต้คำสาปที่จะเปลี่ยนร่างเธอให้กลายเป็นหญิงปีศาจที่ยากจะรับมือในทุกๆ คืน โดยที่ซอนจี ในร่างยามกลางวันไม่ได้มีความทรงจำเกี่ยวกับร่างกลางคืนรวมไปถึงพฤติกรรมอันไร้มารยาทของเธอด้วยจนกระทั่งในคืนฤดูร้อนคืนหนึ่ง ซอนจี ร่างกลางคืนได้พบกับกิลกูเพื่อนบ้านที่กำลังตกงานในสถานการณ์สุดแปลกประหลาด ในโอกาสนี้เอง ที่ครอบครัวของ ซอนจี ได้จ้าง กิลกูให้ดูแลเธอในเวลากลางคืนในขณะที่กิลกูตกหลุมรักซอนจี ร่างกลางวันเข้าอย่างจัง
และออกผจญภัยในเดทยามค่ำคืนสุดปั่นป่วนกับร่างกลางคืน เขามุ่งมั่นที่จะเปิดเผยความลับของคำสาป และช่วยทั้งสองร่างของหญิงสาวคนนี้ให้มีอนาคตเป็นของตัวเองนี่ผลงานล่าสุดของผู้กำกับ “อีซางกึน” ที่หายหน้าไปนับตั้งแต่แจ้งเกิดจากหนังตลก Exit เมื่อปี 2019 ถูกกลืนไปพร้อม ๆ กับคลื่นแห่งโควิด-19 ที่แท้ก็บ่มเพาะทำหนังเรื่องที่ 2 ของเขาอยู่นั่นเอง สำหรับ เรื่องนี้ เขาก็ยังคงรับหน้าที่กำกับและเขียนเองอีกเช่นเคย มาพร้อมกับพื้นฐานความเป็นหนังรักรอมคอมแบบเกาหลีที่เต็มไปด้วยสูตรสำเร็จแบบก๋ากั๋น
อาจจะไม่ใช่หนังประเภทที่แหวกแนวและออกนอกลู่ไปเท่าไหร่ แต่สูตรที่ หนัง เลือกใช้ก็ยังค่อนข้างมีประสิทธิภาพในการสร้างศักยภาพให้หนังได้อย่างเปี่ยมล้นพล็อตเรื่องก็อาจจะดูเป็นการหยิบเอาเสน่ห์จากหนังรักคลาสสิกของเกาหลีหลาย ๆ เรื่องมาประกอบร่างขึ้นใหม่ แม้ว่าจะไม่ได้มีกิมมิกอะไรที่แปลกใหม่มากนัก แต่หัวใจสำคัญของหนังเรื่องนี้ก็ยังถูกเติมเต็มเข้าไปได้อย่างมีน้ำหนักและสร้างโครงเรื่องออกมาได้อย่างหนักแน่นดีตลอดทั้งเรื่อง ถึงจะเป็นบทที่คนดูน่าจะเดาทางกันได้อยู่แล้ว การจับเอาประเด็นความสัมพันธ์หยิกแกมหยอก
ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ ก็ยังเป็นสูตรหนังรักที่เมื่อมาอยู่ในมือของเกาหลี ก็ยังทำได้มือขึ้นมาก ๆ อีกเช่นเคย ซ้ำยังมองว่าพล็อตเรื่องนี้มีความเป็นสากลอยู่ไม่น้อย และจะไม่แปลกใจเลยถ้าในอนาคตหนังจะถูกนำไปรีเมคสร้างเป็นหนังภาษาอื่น ๆ ทางด้านองค์ประกอบงานสร้างอาจจะไม่ได้หวือหวาโดดเด่นอะไรมากนัก เพราะเป็นแค่เพียงหนังรักกวนหัวใจเรื่องนี้เท่านั้น การเซ็ตฉากและโปรดักชันต่าง ๆ ก็มาพร้อมกับลูกเล่นตามมาตรฐานแบบหนังเกาหลีทั่วไป แต่ที่น่าสนใจหน่อยก็คือการดีไซน์ออกแบบลักษณะของคาแรกเตอร์ตัวละครในทุกๆ บทบาท
ที่เน้นการให้ความสำคัญกับเสื้อผ้าหน้าผมที่ชวนสะดุดตาได้ดีตลอดทั้งเรื่อง พอมาสวมใส่ตบแต่งอยู่บนร่างนางเอกสวยและพระเอกหล่อ ก็กลายออกมาเป็นอีกองค์ประกอบดี ๆ ที่น่าเชยชมดี”อิมยุนอา” กลับมาร่วมงานกับผู้กำกับ อีซางกึน อีกครั้ง เพราะเธอก็แสดงนำในหนังแจ้งเกิดของผู้กำกับด้วยนั่นเอง ก็ถือว่าเป็นการหวนทำงานที่น่าเข้าขาและรู้ใจกันดีแล้วว่าผู้กำกับต้องอย่างไร นี่จึงกลายเป็นหนังที่ยุนอาได้ทำการปลดปล่อยและพรั่งพรูลีลาทางการแสดงสไตล์หนังรอมคอมได้อย่างเต็มที่ พร้อมกับเสน่ห์ของเธอที่กระจุยกระจายไปอย่างฟุ่มเฟือยจริง ๆ โดยเฉพาะการที่ต้องมาสวมบทบาทในคาแรกเตอร์เดียวกันที่แตกต่าง เป็นสิ่งที่เธอรับมือและตีความมันออกมาได้น่าประทับใจ

