รีวิวหนัง “Materialists รักแบบไหนที่ใจตามหา” เช็กลิสต์ติ๊กถูกทุกข้อ นี่คือหนังรักแห่งปี 2025

Materialists รักแบบไหนที่ใจตามหา
Materialists รักแบบไหนที่ใจตามหา

“เซลีน ซง” ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักสร้างหนังผู้หญิงเชื้อสายเอเชียที่กำลังเจิดจรัสจับจ้องในฮอลลีวูดสุด ๆ ในตอนนี้ แม้ว่าเพิ่งจะแจ้งเกิดมีผลงานสร้างหนังแค่เรื่องเดียว และมาถึงหนังเรื่องที่ 2 ของเธอใน Materialists รักแบบไหนที่ใจตามหา ก็มาพร้อมกับคอนเทนท์ที่กอบกู้สถานการณ์ หนังโรแมนซ์ บนบ็อกซ์ออฟฟิศในยุคนี้ได้อีกครั้ง กับเนื้อหาและสตอรี่รักในเมืองใหญ่ที่ถ่ายทอดออกมาได้ละมุนละไม สมราคาคุยกับเป็นตัวแม่หนังรักสายต๊าชใจแห่งยุค

เรื่องราวของ Materialists รักแบบไหนที่ใจตามหา ลูซี่ หญิงสาวที่ไม่เวิร์กกับการเป็นนักแสดง เธอจึงได้ผันตัวไปเป็นแม่สื่อให้กับเอเยนซีหาคู่ชื่อดังในมหานครนิวยอร์ก พร้อมกับกลายเป็นดาวเด่นในอาชีพนี้ ด้วยความสำเร็จที่สามารถแมตซ์ลูกค้าคู่รักที่นำไปสู่วันวิวาห์ได้ถึง 9 ครั้ง นับว่าเป็นการปลดล็อกหนึ่งในความสำเร็จแห่งชีวิตของเธอ

แต่กลับสวนทางกับชีวิตส่วนตัว ที่ยังครองโสดและทุ่มเทให้กับอาชีพที่ถนัด จนกระทั่งมีสองชายหนุ่มได้โคจรเข้ามาพัวพันกับหัวใจเธอ คนหนึ่งก็คือชายหนุ่มผู้เพรียบพร้อมไปทุก ๆ อย่าง สมบูรณ์แบบดั่งตำแหน่งยูนิคอร์นของหนุ่มโสดในเมืองใหญ่ กับอีกคนก็คืออดีตคนรักที่เลิกรากันไปเพราะความไม่สมบูรณ์แบบ แต่ยังเป็นความคิดถึงที่ยังไม่ลืมเลือน แล้วใครที่เป็นคนที่เธอกำลังตามหาให้หัวใจอยู่

เซลีน ซง รับหน้าที่ทั้งกำกับและเขียนบทหนังของเธอเองอีกเช่นเคย และก็ยังอำนวยการสร้างหนังอีกตำแหน่ง โดยผลงานหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นชิ้นงานที่เฉียดใกล้ความเป็นทุนนิยมมากขึ้นมานิด เพราะเป็นการที่อยู่ภายใต้การบริหารของสตูดิโอหนังอินดี้ชื่อดัง แต่อย่างน้อย ๆ ก็ยังคงเปิดทางอิสระให้เธอได้พรั่งพรูความคิดสร้างสรรค์และละเลงไอเดียพรรณนาหนังรักออกมาได้อย่างกลมกล่อมอีกครั้ง

เอาจริง ๆ จะว่าไปในส่วนของพล็อตและบทหนังก็อาจจะไม่ได้แปลกใหม่ ตามประสาพล็อตหนังรักที่ก็มีลูกเล่นไม่กี่อย่าง หนังอาจจะชูโรงว่าเป็นหนังรักสามเส้า สไตล์อยากเก็บเอาไว้ทั้งสองคน แต่เมื่อมาอยู่ในมือของนักสร้างที่ชื่อว่า เซลีน ซง เธอคนนี้สร้างรับมือกับคอนเทนท์หนังรักชวนเลี่ยน ปรุงแต่งออกมาให้เห็นเลิฟสตอรี่ที่รสชาติละมุนลิ้นได้อย่างบรรเจิด กล้าพูดได้เลยว่านี่คือหนังรักที่เนื้อหาเกือบ 2 ชั่วโมง แต่ไม่มีจุดไหนที่น่าเบื่อเลยสักฉากเดียว

และเธอก็ยังใช้เสน่ห์ในการปรุงแต่งในผลงานตัวเองได้อย่างเป็นเอกลักษณ์จึงกลายออกมาเป็นหนังที่เต็มไปด้วยไดอะล็อกและบทสนทนาเรื่อย ๆ แต่ถึงแม้ว่าจะพูดกันไม่หยุด แต่เซลีนใช้ประโยคต่าง ๆ ในทุกคำพูดในคาแรกเตอร์ต่าง ๆ มาเป็นอาวุธเด็ด เพราะทุกถ้อยคำของตัวละครล้วนแต่มีน้ำหนักที่แข็งขัน พร้อมกับไฮไลต์ที่ชูได้อย่างโดดเด่นมาก ๆ นับว่าเป็นอีกครั้งที่เธอใช้บทสนทนามาช่วยขับเคลื่อนเล่าเรื่องในหนังได้อย่างเฉียบขาด

หลาย ๆ ประโยคอาจจะฟังดูเลี่ยน ดูจั๊กกะจี้หู แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุก ๆ คำเป็นการกลั่นกรองออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติของพฤติกรรมการจีบกันของมนุษย์โดยแท้จึงน่าจะกลายเป็นหนึ่งใน หนังรักยุคใหม่ ที่ทำการผลิตวลีเด็ดและแคปชันคำคมเกี่ยวกับความรักยุคสมัยใหม่ ที่อาจจะกระแทกใจผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่มากก็น้อย