High-Rise invasion หน้ากากเดนนรก อนิเมะเอาชีวิตรอดบนตึกเสียดฟ้า

High-Rise invasion หน้ากากเดนนรก อนิเมะ
High-Rise invasion หน้ากากเดนนรก อนิเมะ

High-Rise invasion หรือชื่อไทย หน้ากากเดนนรก มังงะลิขสิทธิ์โดย Luckpim มังงะ เอาชีวิตรอดบนเว็บ Manga box สุดดัง สู่อนิเมะเน็ตฟลิกซ์ออริจินัล เรื่องราวของ ฮอนโจ ยูริ ที่ได้ตื่นขึ้นมาบนตึกเสียดฟ้าล้อมรอบตัวเธอนับไม่ถ้วน และมีสะพานเชื่อมตามเหล่าตึกเหล่านี้ไว้ กฎการเอาชีวิตรอดนี้โลกนี้มีเพียงแค่สองสิ่งเท่านั้นคือ ฆ่าคนอื่น หรือจะโดนคนอื่นฆ่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นอนิเมะ เรื่องแรกของปีที่ฉายพร้อมกันทั่วโลก โดยที่ยังไม่ฉายภายในญี่ปุ่นก่อน นอกจากนี้หน้ากากเดนนรกยังมีพากย์ไทยสำหรับคนที่ไม่ชอบอ่านซับไทยด้วย

High-Rise invasion หน้ากากเดนนรก เรื่องย่อกล่าวถึง ฮอนโจ ยูริ ที่ตื่นขึ้นมาในดาดฟ้าแห่งหนึ่ง พร้อมพบว่าตัวเธอนั้นกำลังถูกไล่ล่าโดยชายผู้สวมหน้ากากอยู่ พวกเขาไม่แม้แต่จะคุยหรือแสดงความปราณีใดๆ ต่อตัวเธอเลย ราวกับว่าโดนควบคุมอยู่ นั้นจึงทำให้เธอต้องหาทางเอาชีวิตรอดจากสถานที่แห่งนี้ และพร้อมหาวิธีไปยังพี่ชายของเธอที่ได้มาสถานที่เดียวกันกับเธอนั้นให้ได้ แต่ระหว่างทางเธอกลับพบว่าที่นี้คือสถานที่ไว้สำหรับหา “ผู้ใกล้เคียงพระเจ้า” แล้วสิ่งนี้มันคืออะไรกันแน่!? ทำไมเหล่าคนสวมหน้ากากถึงไม่โจมตีพวกเขาเหล่านั้นกัน?

การเล่าเรื่องในช่วงแรกของเรื่องนี้ เรียกได้ว่ามีความเร่งรีบเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับตัวมังงะต้นฉบับ ทั้งในระดับรายละเอียดปลีกย่อยและหลัก ทางอนิเมะเลือกที่จะตัดบางสิ่งออกไป และเสริมบางสิ่งเข้ามาแทนเพื่อให้มีความน่าสนใจมากขึ้น แต่ช่างน่าเสียดายที่มังงะสามารถเก็บรายละเอียดเริ่มต้นได้ดีกว่าอย่างมาก อย่างใน อนิเมะ เมื่อ ยูริ ตื่นขึ้น เธอโทรไปหาพี่ชายของเธอทันที่เพื่อจะสอบถามเรื่องราวทั้งหมดของสถานที่แห่งนี้ พร้อมได้รับคำแนะนำที่จะทำให้เธอสามารถรอดจากสถานการณ์แบบนี้ได้

แต่ในขณะที่มังงะจะมีชั้นเชิงมากกว่านั้น ฉากแรก ยูริ จะถูกไล่ล่าโดยชายสวมหน้ากากตั้งแต่หน้าแรก และพยายามหนีมาติดต่อพี่ชายเธอผ่านโทรศัพท์ แต่ก็ยังไม่คุยจบดีเธอก็โดนชายสวมหน้ากากไล่ตามทันเสียแล้ว และพังโทรศัพท์เธอทิ้ง จึงทำให้เธอต้องเรียนรู้โลกใบนี้ผ่านประสบการณ์เอง ซึ่งตัวอนิเมะเองจะเล่าให้จบภายใน 2-3 นาทีเลยก็ว่าได้ ซึ่งมันกระชับรวดเร็วเกินไป ทำให้ไม่มีอารมณ์ร่วมต่อตัวละครมากเท่าไหร่ เมื่อปัญหามันจบลงเร็วและง่ายเกินไป

พอดูหลังดูจบไปหนึ่งตอนจะพบว่าเนื้อหาตัดทอนส่วนสำคัญไปเยอะมากจนทำให้ 1 ตอนอนิเมะ เท่ากับมังงะประมาณ 20 กว่าตอนเลยก็ว่าได้ จนทำให้ผู้ชมที่ไม่เคยดูมาก่อนรู้สึกว่ามันเร็วมาก และไม่สามารถตามแก่นเรื่องและตัวละครได้ทัน อาจจะต้องไปทำความเข้าใจใหม่ แต่พอฉายไปเรื่อย ๆ จะพบว่าการเล่าเรื่องจะค่อย ๆ เล่ากระชับยิ่งขึ้นไม่เหมือนช่วงตอนแรก จะเริ่มมีการเฉลยปมว่า อย่างหน้ากากสไนเปอร์เป็นใคร? สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่ออะไร? เหล่าหน้ากากมีหน้าที่ทำอะไร? การเฉลยปมเหล่านี้จะเฉลยไปเรื่อย ๆ

ทีละตอน ทำให้ความสนุกระหว่างดูมีมากขึ้น พอเข้าสู่ช่วงกลางเรื่อง ที่เริ่มแนะนำตัวละครและปมเสร็จหมดแล้ว เหล่าตัวละครจะเริ่มรู้บทบาทของโลกนี้มากขึ้น มันจึงทำให้เปลี่ยนแนวจาก เอาชีวิตรอด เป็น การหาทางถล่มที่นี้แทน ช่วงกลางถึงท้ายจึงเปลี่ยนแนวเป็นการทำสงครามกันแทน พล็อตแบบนี้อาจจะเห็นได้ทั่วไปในทั้งในซีรีส์และหนังทั่วไปเลยก็ว่าได้ในหนังเอาชีวิตรอดยกตัวอย่างเช่น

เรียกได้ว่ามีกันให้เห็นในตลาดเต็มไปหมด และตัวละครช่วงหลังจะมีความสามารถขึ้นเรื่อย ๆ จากมนุษย์ธรรมดากลายเป็นมีพลังเหนือมนุษย์ เพราะความเวอร์นี้แหละ เลยทำให้ช่วงนี้สนุก แต่ละคนโชว์ของเต็มที่ สนุกมากสำหรับช่วงท้าย ที่มีแต่สู้กันรัว ๆ แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบอะไรเวอร์วังอาจจะไม่ชอบเรื่องนี้ในตอนท้ายก็ได้

พูดถึงงานภาพกันบ้าง การดัดแปลงและเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าใหม่ของตัวละครในอนิเมะทำออกมาได้สวยงาม ตัวละครในแต่ละฉากทำมาค่อนข้างละเอียดทั้งเรื่องดีเทลบนหน้า และชุดเสื้อผ้าขาด มีการเก็บลายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ดูเล่น แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีงานเผา บางฉากมีการนำโมเดล 3D ของตัวละครมาใส่แทน และการใส่ท่าทางสีหน้าบางฉากของเรื่องยังทำออกมาได้ไม่ดีพอ