รีวิวหนัง Logan โลแกน

Logan โลแกน
Logan โลแกน

Logan โลแกน โดยครั้งนี้ ฮิวจ์ แจ็คแมน กลับมารับบท โลแกน หรือ วูล์ฟเวอรีน มนุษย์กลายพันธุ์สุดแข็งแกร่งคงกระพันเช่นเดิม กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 2024 โลแกนและศาสตราจารย์ ชาร์ลส์ ซาเวียร์ (โปรเฟสเซอร์เอ็กซ์) จะต้องรับมือกับการสูญเสียของ เหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ เมื่อนาธาเนียล เอสเซ็ก (มิสเตอร์ซินนิสเตอร์) ประธานบริษัท Essex Corp ส่งนักฆ่า Reavers ออกทำลายล้างเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์พร้อมกับพลังพิเศษที่มีในตัวเริ่มเสื่อมถอยลง ชาร์ลส์ ซาเวียร์ ต้องเผชิญหน้ากับโรคความจำเสื่อมส่วนโลแกนก็ต้องพบกับความเจ็บปวดจากการที่พลังในการฟื้นฟูตัวเองก็ลดถอยลงทั้งคู่ต้องร่วมกันปอกป้องเด็กสาวที่มีพลังพิเศษเช่นเดียวกับ โลแกน ซึ่งต้องการพลังในการเยียวยาและกรงเล็บอันแข็งแกร่งจากองค์กรที่ต้องการใช้ประโยชน์ในพลังของเธอ

พล็อตเรื่อง Logan โลแกน

หลังจากแจ้งเกิดและรับบทบาทมนุษย์กลายพันธุ์ผู้เป็นอมตะและมีเล็บเหล็กอดาเมนเทียมสุดโหดมาเป็นเวลากว่าสิบปีดูเหมือนว่าจะถึงเวลาเสียทีที่ฮิวจ์แจ็คแมนจะอำลาบทบาทที่แฟนๆติดตากับเขามากที่สุดกับผลงานเรื่องสุดท้ายในแฟรนไชส์ x-men ของเขา กับ Logan โดยเรื่องนี้ได้เจมส์ แมนโกลด์จาก The Wolverine มากำกับอีกครั้งซึ่งนอกจากฮิวจ์แล้วโลแกนก็ยังเป็นเรื่องสุดท้ายสำหรับเซอร์แพททริคสจ๊วต ในบทบาทของ โปรเฟสเซอร์ x เช่นกันและหลังจากที่ Deadpool ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากกับการมาในรูปแบบของหนังฮีโร่เรท R ทำให้ Fox เดินเสนอฮีโร่ออกมาในรูปแบบที่แหวกไปจากเดิมยิ่งขึ้น

Logan เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 2029 ที่ซึ่งเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์แทบจะสูญพันธุ์ไปจนหมด ตัวโลแกนหรือวูล์ฟเวอรีนเองแม้จะยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็มีพลังที่ถดถอย เขาไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเดิม โลแกนใช้ชีวิตแฝงตัวอยู่กับคนทั่วไป จนอยู่มาวันนึงเขาถูกขอให้ช่วยเหลือ ให้พาเด็กคนนึงหนีไปจากการตามล่าขององค์กรลึกลับ ซึ่งเด็กคนนี้เป็นมนุษย์กลายพันธุ์ที่มีพลังคล้ายกับโลแกนเป็นอย่างมาก แม้จะไม่เต็มใจนักแต่เขา รวมไปถึงชาลส์ เซเวียร์ และเด็กน้อยมนุษย์กลายพันธุ์ ต้องหลบหนีไปยังสถานที่ที่เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับมนุษย์กลายพันธุ์

จาก หนังแอ็คชั่น บู๊ล้างผลาญ และโชว์พลังกันสุดฤทธิ์ตามแบบฉบับของ x-men โลแกนได้แหวกขนบอันหวือหวานั้นมากลายเป็นหนังโร้ดทริป ดราม่า ที่เข้มข้นโดยมีกลิ่นอาย หนังคาวบอย ซึ่งต้องบอกว่าผมค่อนข้างถูกใจกับสไตล์แบบนี้มาก แต่ก็ใช่ว่าหนังจะไม่มันส์ ไม่สนุกนะครับ ฉากแอ็คชั่น ที่แม้จะไม่มากเหมือนก่อน แต่ก็มีใส่มาและดุเดือดมากสมกับความเป็นเรท R เลือดสาด หัวขาดกันเลยทีเดียว แต่ที่เพิ่มเติมมาก็คือความไม่กลวงโบ๋ของหนังที่ในภาคนี้เน้นไปที่ความโดดเดี่ยวอย่างจริงจังของตัวโลแกน

สิ่งเดียวที่ผมอาจจะติดๆ อยู่บ้างก็ในส่วนของตัวร้ายที่มันอาจจะไม่โดดเด่น หรือน่าจดจำมากนัก ทั้งรายของรีฟเวอร์เอง รวมไปถึงตัวอื่นๆแต่มันก็ไม่ได้ลดทอนความดีงามของหนังไปเท่าไหร่ นับว่าเป็นการปิดตำนานของฮิวจ์ แจ๊คแมน ในบทบาท โลแกน หรือ วูล์ฟเวอรีนอย่างสมบูรณ์และน่าจดจำมากๆ ใครเป็นแฟน วูล์ฟเวอรีน หรือ x-men ห้ามพลาดอย่างยิ่งแม้ว่ามันจะไม่ต่อเนื่องจากเรื่องอื่นๆ ในแฟรนไชส์แต่โลแกนครบถ้วนทั้งความสนุก ความสวยงามและความซาบซึ้ง ครบรสเลยทีเดียว