แล้วก็ถึงเวลาที่นิยาย ซอมบี้ ระทึกขวัญภาษาสเปนที่เป็นหนังสือชุดขายดีกลายมาเป็นหนังขึ้นจอแล้วกลายออกมาเป็น Apocalypse Z: The Beginning of the End อะโพคาลิปเซต้าจุดเริ่มต้นของจุดจบหนังโลกแตกที่เป็นการเล่าถึงจุดเริ่มต้นของหายนะได้บังเกิดขึ้น ภายใต้ความหวังอันริบหรี่แบบฉบับภาษาสเปน นี่คือผลงานใหม่ของผู้กำกับการ์เลส ตอร์เรนส์” ที่เคยแจ้งเกิดมาจากหนังหลอนปั่นประสาท Apartment 143 เมื่อทศวรรษก่อนที่นับว่าเป็นชิ้นงานที่เขาได้คัมแบ็กกลับมาอีกครั้ง
ด้วยประสบการณ์ที่เพิ่มพูนมากขึ้น กับลีลาและสไตล์การสร้างความเขย่าขวัญได้ดี เพิ่มเติมคือการหยอดประเด็นความหวังและดรามาสิ้นหวังเข้ามาตามรูปแบบหนังประเภทนี้ ที่นับว่าเป็นสเกลงานของเขายิ่งใหญ่ขึ้นไปตามทุนสร้างด้วยApocalypse Z: The Beginning of the End อะโพคาลิป เซต้า: จุดเริ่มต้นของจุดจบ เป็นเรื่องราวสถานการณ์อันเลวร้ายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ประเทศสเปนหลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสลึกลับคล้ายกับพิษสุนัขบ้าที่คืบคลานไปทั่วภูมิภาคยุโรปและทวีปอื่น ๆ ในเวลาอันรวดเร็วมาเนลชายหนุ่มที่เพิ่งจะเผชิญหน้ากับการสูญเสียคนรัก ต้องเริ่มตั้งสติและออกเดินทางกับแมวตัวโปรด เพื่อไปยังพื้นที่ที่เชื่อว่ายังปลอดภัย ที่ทำให้เขาได้พานพบกับเพื่อนร่วมทางที่ไม่คาดคิด
หนังซอมบี้ ดัดแปลงสร้างมาจากนิยายชุดของ “มาเนล ลูเรโร” นักเขียนที่ได้ฉายาว่าเป็นสตีเฟน คิง เวอร์ชันสเปน ที่ได้หยิบเอาเนื้อหามาจากเล่มแรกที่ตีพิมพ์ในปี 2007 ที่นับว่าเป็นหนังสือนิยายซอมบี้เล่มหนึ่งที่ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้อ่าน ได้ “แองเกิล อะกูโด” มือเขียนบทหนังระทึกขวัญจากสเปนมาช่วยดัดแปลงและปลุกปั้นเรื่องให้ที่นับว่าเป็นหนังสเกลใหญ่ระดับสากลเรื่องแรกของเขาในแง่ของบทหนังอาจจะไม่ได้มีอะไรซับซ้อนและแปลกใหม่อะไร เพราะด้วยต้นฉบับนิยายค่อนข้างมีทิศทางและเส้นเรื่องที่สนุกชวนติดตามดีอยู่แล้ว กลิ่นอายของมันจึงออกจะซ้ำๆ ไปตามสไตล์หนังแนวนี้ อย่าง World War Z หรือ 28 Days Later อะไรทำนองนั้น
ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะว่าหนังมีโลเคชันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุโรปเหมือนกันด้วย สตอรีของหนังเรื่องนี้จึงนำทางคนดูไปเรื่อย ๆ พาไปสู่เส้นเรื่องไปสู่ความหวังที่แทบจะไม่มีหวังทางด้านโปรดักชันงานสร้างก็ต้องชื่นชมว่าทำออกมาได้ดีตามมาตรฐาน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีมุมมองและทิศทางการออกแบบที่แปลกตาเท่าไหร่ แต่ก็สามารถสร้างบรรยากาศและเก็บรายละเอียดความวังเวนสิ้งหวังภายใต้เมืองที่คราคร่ำไปด้วยการแพร่ระบาดที่ชวนระทึกใจได้ดีตลอดทั้งเรื่อง ถึงจะยังหาซีนไฮไลต์เด็ด ๆ ไม่ได้เลยสักฉากก็ตาม แต่ก็นับว่าโปรดักชันก็ยังทำถึงได้ตามงบที่ได้มาก
เรื่องนี้ใช้ทีมนักแสดงชาวสเปนทั้งหมด ที่เราอาจจะไม่ได้รู้จักและคุ้นเคยกับพวกเขาเลย แต่ “ฟรานซิสโก ออร์ติส” ก็รับหน้าที่แบกหนังทั้งเรื่องนี้เอาไว้ได้อย่างมุมานะ ถึงแม้ว่าคาแรกเตอร์ของเขาจะไม่ได้แปลกใหม่ หรือมีมิติอะไรเท่าไหร่ แต่เขาก็รับมือกับมันได้เป็นอย่างดี และเป็นตัวละครหลักที่เชิญชวนคนดูออกเดินทางไปสู่โลกที่ต้องเผชิญหน้ากับความกลัวทุกรูปแบบได้สไตล์คนธรรมดา ที่ไม่ใช่ฮีโรที่เก่งกาจอะไรแต่ใด ๆ อีกหนึ่งตัวละครที่แอบขโมยซีนได้ไม่น้อยก็คือ ลูคูโล่ เจ้าเหมียวลายสลิด ที่ถือว่าเป็นอีกตัวละครนำของเรื่องนี้
แน่นอนว่าสูตรสำเร็จจ๋า ๆ กับพล็อตเรื่องที่หยิบเอาสัตว์เข้ามามีส่วนประกอบในโครงเรื่องด้วย คัมภีร์ที่ต้องขีดเส้นไว้เลยว่า “ห้ามให้สัตว์ตาย!” นับว่าเป็นการใช้คาแรกเตอร์นี้มาช่วยปรุงแต่งอารมณ์ของผู้ชมได้เป็นอย่างดี และน้องก็แสดงดี ถึงจะมีแค่เสียงร้องเหมียวก็ตามทีโดยภาพรวมแล้วนั้นก็จัดได้ว่าเป็นหนังระทึกขวัญผจญภัยหนีตายจากไวรัสที่ทำออกมาได้ใช้ได้ตามมาตรฐาน อาจจะยังไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นและประทับใจได้ขนาดนั้น แต่ก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ปูทางของหายนะเอาไว้ได้อย่างมั่นคง แม้ว่าหนังยังมีจุดอ่อนและจุดโหว่อยู่เต็มไปหมด กระนั้นก็ยังสามารถสร้างอรรถรสได้ดีกับคนดูได้ระดับหนึ่ง

