Attack on Titan 137 สปอย Titans รวมพลัง ปวงอสูร ไททัน ทุกตนตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันและอนาคต กับศึกตัดสินชี้ขาดระหว่างไททันทั้งมวล กับบทสรุปของสองตัวละครสำคัญอย่าง ลีไว และ ซีค พร้อมกับนับถอยหลังในอีกสองตอนสุดท้ายพันธมิตรของพวก มิคาสะ อาร์มิน ลีไว ไรเนอร์ ที่ได้กำลังเสริมอย่าง แอนนี่ และไททันปีกของฟัลโก ทำให้ทุกคนสามารถบุกโจมตีลงมาบนร่างของไททันเอเรน ในขณะที่อาร์มินซึ่งถูกกลืนเข้าไปก่อนหน้านี้ ก็ได้พบความหวังสุดท้าย และการเจรจากับซีค ที่ถูกพบในเส้นทาง เพื่อหาทางพลิกสถานการณ์อีกครั้ง
หลังจากเรื่องราว Attack on Titan 137 ในตอนก่อนหน้า มังงะ เปิดฉากมาตอนนี้ เมื่อพวกมิคาสะและคนอื่นๆ บุกโจมตีลงมาบนร่างของ ไททันเอเรน แล้วต้องเผชิญหน้ากับเอเรนที่สามารถควบคุมพลังของไททันทั้ง 9 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ที่ได้ยูมีร์ช่วยอีกางหนึ่ง ทำให้สามารถสร้างร่างจำลองของไททันตนอื่นออกมาโจมตีได้ ในขณะที่อาร์มินก็กำลังเปิดฉากเจรจากับซีค ที่เขาพบว่านั่งก่อกองทรายอยู่ลำพัง
“เมื่อนานแสนนานมาแล้ว เมื่อในตอนที่โลกยังไม่มีสรรพชีวิตใดๆ มีเซลล์ของสิ่งมีชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วนที่เกิดขึ้นแล้วก็สูญสิ้นไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระทั่งหนึ่งในนั้นมีชีวิตรอดมาได้ นั่นแหละคือสิ่งที่พวกเรารู้กันดีว่าคือ ชีวิตเหตุผลที่ชีวิตอยู่รอดมาได้นั้น เป็นเพราะกระบวนการคัดสรรของธรรมชาติ ชีวิตได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบไปมากมายเพื่อให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม จนกระทั่งนำพวกเรามาถึงตอนนี้ ขยายใหญ่ขึ้นเป็นวงกว้าง มากขึ้นๆ และนี่เองคือเป้าหมายของชีวิต มันคือการเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ”
“สิ่งเหล่านี้ ทราย น้ำ พวกมันไม่พยายามจะขยายพันธุ์ออกไป แต่ชีวิตเหล่านั้นก็ยังพยายามที่จะสืบพันธุ์ของตนออกไป โดยมีความตายคือสิ่งขัดขวาง นั่นแหละ ทำไมความ “กลัวตาย” จึงเป็นอารมณ์ที่ยังคงมีอยู่” เด็กคนนั้น ยูมีร์ ฟริทซ์ สิ้นหวังในการหนีออกไปจากโลกนั้น เพราะความกลัวนั่นแหละ แต่แล้วเธอก็ได้พบกับสิ่งนั้น มันแข็งแกร่ง ใหญ่โต ช่วยให้เธอแปลงร่างเป็นไททันได้ ทำให้เธอหนีเข้าไปสู่โลกนั้น ที่เป็นอิสระได้ แม้แต่ความตาย
อาร์มิน “ยูมีร์ เด็กหญิงคนนั้นคือ ไททันบรรพบุรุษ และที่นี่คือ โลกที่อิสระจากความตาย ถ้าอย่างนั้นแล้ว อะไรคือเป้าหมายของเธอ”ซีค “ฉันใช้เวลาอยู่ในห้วงจิตนี้ พยายามเข้าใจเธอให้ได้ ทั้งที่เธอมีพลังมากขนาดนั้นแล้วทำไมถึงไม่สามารถหนีจากกษัตริย์ฟริทซ์ได้กันนะ มันเพราะอะไร ตั้งสองพันปีมาแล้ว แต่เธอก็ยังคงเชื่อฟังเขา…ใช่ เธอยังคงรู้สึกว่าโลกนี้ทอดทิ้งเธอก็เป็นได้”
“เอเรนเข้าใจเรื่องนั้น ในขณะที่ฉันกลับไม่ เพราะอย่างนั้นแหละทำไมยูมีร์ถึงเลือกเขา” อาร์มิน “คุณช่วยบอกผมหน่อย มีทางไหนที่จะสามารถกลับออกไปโลกภายนอกได้ไหม” ซีค “ฉันคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก” อาร์มิน “แต่ผมยังไม่ตัดใจหรอกนะ” ซีค “ทำไม หรือเพราะนายยังคงยึดติดกับการแพร่พันธุ์หรือไง นั่นคือจุเป้าหมายสำคัญที่สุดของชีวิตนายสินะ” อาร์มิน “เพื่อนของผมกำลังต่อสู้อยู่ในตอนนี้ เพราะพวกเขายังคงสามารถช่วยผู้คนมากมายจากการเข่นฆ่านี้ได้ นั่นแหละคือสิ่งที่พวกเราต่อสู้อยู่”
ซีค “แล้วมันจะผิดอะไรหากพ่ายแพ้ในการต่อสู้ นายก็รู้อยู่แล้วว่า สักวันคนเราก็ต้องตายไม่ใช่หรือไง บางทีในชั่วเวลาพริบตาสุดท้าย มันอาจจะโล่งใจกว่าก็ได้ บางทีในช่วงสุดท้ายของชีวิต นายอาจจะยังไม่รู้ความหมายของการทวีคูณที่แท้จริงด้วยซ้ำ อีกไม่ช้าพวกนายก็จะรู้ว่า ได้พ่ายแพ้ต่อกระบวนการคัดสรรของธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้…เหมือนกับ อิสรภาพ”
อาร์มิน “มีวันหนึ่ง…ตอนที่รุ่งสางที่พระอาทิตย์ขึ้น พวกเราวิ่งไปที่ต้นไม้บนเนิน พวกเราสามคน วิ่งแข่งกัน” เอเรนน่ะ…เป็นคนออกความคิดที่จะวิ่งแข่ง แล้วเขาก็วิ่งออกไปทันที มิคาสะก็วิ่งตามหลังไปติดๆ และแน่นอนว่าผมเป็นคนที่รั้งท้าย แต่นั่นช่างเป็นวันที่อากาศดีเหลือเกิน แค่ออกวิ่ง ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับทุกสิ่ง และด้วยเหตุผลบางอย่าง ผมคิดว่า“…บางที สาเหตุที่ผมเกิดขึ้นมาในโลกนี้…ก็คือการทำให้พวกเราสามคนสามารถวิ่งแข่งกันแบบนั้นได้”
“ผมคิดแบบนั้นอีกเมื่อเวลาอ่านหนังสือในคืนฝนตก เมื่อตอนที่ให้อาหารกระรอก เมื่อตอนที่พวกเราเดินเล่นในตลาด ช่วงเวลาที่พวกเราอยู่กันสามคนนั้น คือสิ่งมีค่ามาก”อาร์มินพูดพลางหยิบใบไม้ขึ้นมา ซีคได้แต่งง อารมินจึงบอกว่า “นี่มันฝังอยู่ในทราย” แล้วใบไม้ในมือของเขาก็กลายเป็นลูกเบสบอลไป เพราะสิ่งนี้คือความทรงจำล้ำค่าของซีคนั่นเองซีคยอมรับว่า นี่คือความทรงจำที่ล้ำค่าของเขา แค่ช่วงเวลาที่เคยขว้างและรับ กับคนสำคัญ

