รีวิวหนัง Ruk-Luang-Lorn รักลวงหลอน

หนัง Ruk-Luang-Lorn รักลวงหลอน
หนัง Ruk-Luang-Lorn รักลวงหลอน

Ruk-Luang-Lorn รักลวงหลอน เรื่อราวในคืนแต่งงาน จุดเริ่มต้น ชีวิตคู่ ของกานต์ (พิชญะ นิธิไพศาลกุล) กับ อ้อม (สุชาร์ มานะยิ่ง) ที่ หวังจะสร้างครอบครัว เล็กๆ ในแบบของตนเอง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว สยองขวัญ เมื่อ อ้อมพบศพสิตา (มาลินิ โคทส์) พี่สะใภ้ของ กานต์ ผูกคอตายในบ้านหลังจากวันนั้นอ้อม เริ่มรู้สึกถึงความ ผิดปกติร่างกายที่เคย เป็นของตน  ถูกผีสิตาพยายาม เข้าครอบครอง อ้อมเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ท่ามกลางความงุนงง ของกานต์ รวมทั้ง กุล (วรัลชญาน์ จินดา รักษ์ วงศ์) พี่สาวคนโต และ กรณ์ (เศรษฐพงศ์ เพียงพอ) พี่ชาย คนรอง และ สามี ของสิตา กับ มุก ผู้เป็นเสมือนพี่เลี้ยงของหนุ่มสาวทั้งสามมาตั้งแต่เด็ก ผีสิตานำพาอ้อมและกานต์ไปสู่ โศกนาฏกรรม และ ความสยองขวัญ ยิ่งทั้งสองต่อสู้เพื่อจะหลุดพ้นจากผีสิตา กลับยิ่งเข้าใกล้ปริศนาการตายของเธอ และยิ่งพบกับด้านมืดของคนรอบข้าง หรือ แม กระทั่งระหว่างตัวกานต์กับอ้อมเอง

เนื้อเรื่อง Ruk-Luang-Lorn รักลวงหลอน

ทั้งที่มีการปูทางได้น่าสนใจในช่วงเซ็ตอัพแรกๆ แต่บางอย่างก็ไม่เข้าที  อย่างการสร้างตัวละครอย่างรัฐมนตรี(ปิ๊บ-รวิชญ์) มันดูจงใจเกินไปและใหญ่เกินหนังโดยไม่จำเป็น  การเป็นแค่คนรวยเลวๆ ไม่ต้องมีตำแหน่งทางการเมืองน่าจะมีมิติที่น่าสนใจกว่าเมื่อเรื่องราวไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางการเมืองจริงๆ ไปมากกว่านี้  ซิการ์ในมือตัวละครที่จับสังเกตไม่ยากเชื่อมโยงกับรอยดำรูปวงกลมบนแผ่นหลังศพได้ง่ายๆ แทนที่จะสร้างร่องรอยให้เกิดความสงสัยแต่กลับคลี่คลายจนแทบเฉลยปมได้ทั้งหมดตั้งแต่ต้น  แต่ส่วนตัวในตอนนั้นก็ยังคิดว่าหนังต้องฉลาดและซับซ้อนมากกว่านี้แน่ๆ แต่สุดท้ายจนจบเรื่องก็ไม่ได้นำพาไปสู่สิ่งใดนอกจากการนั่งดู หนังผี แก้แค้นให้คนพวกนี้ตายไปทีละคน

แผลใหญ่ๆ ในช่วงเซ็ตอัพยังมีอยู่ทั่วไป  แต่ทั้งหมดนี้มันยังซ่อนอยู่เพราะเรายังไม่ได้รู้สึกปวดแสบแผลพวกนี้มากนักด้วยความหวังที่ว่าหนังต้องฉลาดและซับซ้อนมากกว่านี้  จนมาถึงช่วงกลางเรื่องที่ตัวละคร กุล(จ๋า-วรัลชญาน์) ถูกฆ่า  เป็นสัญญาณว่าหมดเวลาปลูกผักชีเพราะจะนำไปสู่ช่วงวิ่งหนีผีหลอกกันเต็มที่แล้ว  ทั่งที่เรายังไม่ได้รู้สึกอินกับความผูกพันของตัวละครตัวไหนเลยแม้กระทั่งพระเอกนางเอก  ฉากสูบบุหรี่ช็อตแรกที่เปิดเรื่องด้วยภาพความสัมพันธ์และลักษณะตัวละครได้น่าสนใจมากๆ แต่ก็ไม่มีอะไรไปมากกว่าหน้าที่เล่าบุคลิกแตกต่างนั้น  

ฉากชวนไปเที่ยวฮันนี่มูนในห้องน้ำเป็นฉากลองเทคที่โรแมนติกดีนะ  แต่เมื่อการสัญญาจะไปมัลดีฟไม่ได้สร้างความรู้สึกผูกพันอะไรไปมากกว่าการไปเกาะเต่าซึ่งมันก็ไม่ได้เอ็ฟเฟ็กต์รุนแรงกับฉากสุดท้ายมากเท่าที่ควร  คือการเลือกบทสนทนาหรือเลือกฉากมาเล่าความผูกพันมันขาดสื่อที่จะนำพาความรู้สึกได้มากกว่านี้  หรือสิ่งที่เจอบนจอแล้วจะรู้สึกถึงความผูกพันของพระเอกนางเอก  อย่างเช่น ชุดวันแต่งของผีสิตาที่ตัดสองชุด มีเพื่อเล่าอะไรนอกจากใช้เป็นมุกผี  การที่พระเอกตัดผมนางเอกให้สั้นมีเพื่ออะไรนอกจากเล่าคาแร็กเตอร์และความสัมพันธ์แต่มันยังไม่ได้ใช้เป็นฟังก์ชั่นในการต่อยอดความรู้สึกในเหตุการณ์ต่อไป  ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นตามนี้นะแต่รู้สึกว่ามันขาดอะไรประมาณนี้

บทสนทนาในแฟลชแบ็กตั้งแต่ต้นเรื่องระหว่างผีสิตากับนางเอกก็ไม่ได้นำพาไปสู้เงื่อนงำหรือเงื่อนไขอะไรระหว่างผีกับคนที่ถูกเข้าสิง  อาจารย์วรรณาที่ล่องลอยไม่มีตัวตนเหมือนถูกนักแสดงแคนเซิ่ลคิวถ่าย  ส่วนเหล่านี้ค่อยๆ ทำให้เรารู้สึกตัวว่าทุกอย่างที่เรารู้สึกว่าดีในระดับขั้นชอบมากๆ จริงๆ แล้วเป็นแค่ทุ่งผักชีสวยสดที่ช่วงกลางๆ มันเริ่มขาดปุ๋ยดีๆ เพราะคนทำผสมสูตรพลาด  หนำซ้ำยังปล่อยแมลงตัดต่อหรืออาจจะเป็นแมลงถ่ายมาไม่ครบก็ไม่ทราบเข้ามาแทะฉากไคลแม็กซ์จนผักชีเหลือแต่ตอ  ถัดจากการตายของ มุก(เจีย-สฤญรัตน์/แม่ดาวฮอร์โมน) ที่การตัดต่อจังหวะนั้นทำลายมากๆ  

เราก็ได้แต่หวังว่ามันจะไม่เลวร้ายไปมากกว่าและมันก็ดีขึ้มาได้จริงๆ ในฉากสุดท้ายของ กร(เต๋า-เศรษฐพงษ์) ที่รุนแรงสาสม  โดยเฉพาะฉากจบที่ถ้าหากก่อนหน้านั้นหนังทำดีมาทั้งเรื่องฉากจบนี้จะกลายเป็นหนึ่งในฉากใน หนังไทย ที่น่าจดจำมากที่สุดในปีนี้และสามารถฉุดความรู้สึกเราให้ดำดิ่งไปพร้อมกับเข่าทรุดได้โดยที่ไม่ต้องพร่ำพรรณนาแม้แต่ประโยคเดียว  แววตาที่พร้อมจะเสียสละน่าสงสารของ ออม-สุชาร์ และสายตาความกลัวและอาฆาตแค้นของ กอล์ฟ-พิชญะ มันส่งอารมณ์ได้ดีจนน่าเสียดาย