รีวิวหนัง The Woman in Cabin 10 ฝันร้ายในห้องหมายเลข 10 ไขปริศนาบนเรือหรูแบบชวนกล้ำกลืน

The Woman in Cabin 10
The Woman in Cabin 10

ได้เวลามาร่วมไขปริศนาฆาตกรรมบนเรือสุดลึกลับสไตล์ อกาธา คริสตี กับ หนังระทึกขวัญ สืบสวนเรื่องใหม่จากเน็ตฟลิกซ์ The Woman in Cabin 10 ฝันร้ายในห้องหมายเลข 10 ที่หยิบเอานิยายปริศนาสืบสวนขายดีมาขึ้นจอเล่มล่าสุด ที่มองดูไกล ๆ พล็อตอาจจะดูซ้ำซาก แต่เชื่อเถอะว่าหนังแนวนี้และประเภทนี้จะไม่ทำให้ผู้ชมต้องผิดหวัง เพราะยังมีอีกหลายแง่มุมที่คาดไม่ถึง อะไรที่คิดว่าใช่..บางทีอาจจะไม่ใช่ก็ได้นะ

The Woman in Cabin 10 เป็นเรื่องราว ลอร่า แบล็กล็อก นักข่าวสาวที่กำลังมีผลงานเข้าตากับบทความเปิดโปงสังคม ได้ถูกเชื้อเชิญไปร่วมงานเฉลิมฉลองของมูลนิธิแห่งหนึ่งบนเรือสำรวญสุดหรูหรา ระหว่างการเดินทางในทริปนี้เธอได้บังเอิญพบเห็นผู้โดยสารคนหนึ่งถูกจับโยนทิ้งลงน้ำช่วงกลางดึก แต่ปรากฏว่าผู้โดยสารบนเรือทุกคนยังอยู่กันครบ และไม่มีใครเชื่อเธอเลย เธอแน่ใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การมโนและความฝัน เธอจึงพยายามสืบเสาะหาคำตอบต่อไป แม้ว่าจะเป็นการนำพาชีวิตตัวเองไปแขวนอยู่บนเส้นด้ายที่อันตราย

ผลงานงานสร้างเรื่องล่าสุดของผู้กำกับหนุ่มไฟแรงจากอังกฤษ “ไซมอน สโตน” จากอดีตนักแสดงดาวรุ่งผันตัวมาเป็นนักสร้างหนังที่อนาคตกำลังไปได้ไกลในตอนนี้ หลังจากที่แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวมาจากหนังอินดี้ขวัญใจนักวิจารณ์ อย่าง The Dig เมื่อไม่กี่ปีก่อน บัดนี้เขาก็ได้เวลาที่จะเฉิดฉายยิ่งขึ้นกับการก้าวมากำกับหนังฟอร์มใหญ่ยิ่งขึ้น ที่กลายมาเป็นหนังเชิงพาณิชย์เรื่องแรกในชีวิตของเขาที่ได้สร้างสรรค์ โดยที่เขาก็ยังได้ร่วมเขียนบทหนังเรื่องนี้อีกด้วย

ดัดแปลงมาจากนิยายชื่อเดียวกันของ รูธ แวร์ ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2016 ที่ยังได้ “แอนนา วอเตอร์เฮาส์” กับ “โจ ชาร์ปเนล” จาก Rebecca และ The Gray Man มาช่วยปลุกปั้นบทหนังเรื่องนี้ออกมากับไซมอน สโตน พล็อตเรื่องอาจจะฟังดูซ้ำ ๆ กับ Death on the Nile ของอกาธา คริสตี แต่ดูเหมือนว่าเป็นการสืบเสาะไขปริศนาแบบอัปเกรด ที่ปรับเป็นการสืบสวนเข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ ก็ยังไม่ใช่ลีลาที่แปลกใหม่อะไร เพราะหนังแนวนี้ก็ยังมีเสิร์ฟออกมาเรื่อย ๆ กับพล็อตที่พยายามปั่นหัวตัวละครและคนดูให้ไขว่เขว้

ก็ต้องยอมรับว่าพล็อตหนังในไม่มีอะไรที่ใหม่ แต่ก็ยังคงเป็นท่วงท่าที่ทำให้คนดูสนุกและเอ็นจอยไปกับมันได้ตลอดทั้งเรื่อง เพราะทิศทางที่หนังนำทางไปสู่การเสาะหาเบาะแสและค่อย ๆ คลี่คลายปริศนาออกมาทีละน้อย ยังคงเป็นกิมมิกและไฮไลต์ที่โดดเด่นสำหรับหนังประเภทนี้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นพล็อตที่ไม่ได้ใหม่ใด ๆ ก็ยังสามารถทำให้ดูเพลินและเดินตามไปกับตัวละครได้อย่างมีอรรถรส เพียงแต่ว่าในท้ายที่สุดจังหวะต่าง ๆ ก็ยังค่อนข้างขาดชั้นเชิงและมีหลายมุมที่ไร้มิติไปอย่างน่าเสียดาย

สถานการณ์ที่หนังได้ร้อยเรียงเอาไว้ในช่วงต้นก็ค่อย ๆ โหวงเหวงไปทีละน้อย กลายเป็นการเดินเรื่องที่เริ่มไร้ทิศทางไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้เริ่มต้นเอาไว้ได้แข็งแกร่งและคมคายดี แต่กลับร่วงโรยไปด้วยเบาะแสที่เกินความจำเป็นไปหมด การม้วนจบด้วยการหักมุมที่ไม่ได้ทรงพลังใด ๆ สักเท่าไหร่เลย กลายเป็นแค่เพียงหนังระทึกขวัญแฝงปริศนาที่ไม่คมคาย ยิ่งช่วงท้าย ๆ เนื้อหาอย่างกับตอนจบของละครทีวีหลังข่าวทั่วไปอะไรแบบนั้น

ทางด้านองค์ประกอบงานสร้างก็ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานของหนังทริลเลอร์แนวนี้ทั่วไป โทนภาพและโทนสีของหนังเน้นไปด้วยความคมเข้ม เพื่อขับเสน่ห์ของปริศนาความขึงขังที่้เป็นการบ่งชี้ว่ายังเต็มไปด้วยปริศนาลึกลับที่แอบซ่อนเอาไว้ในหนังเรื่องนี้ งานออกแบบโปรดักชันก็ช่วยบิวท์โทนของหนังได้ดี ถึงอาจจะหรูหราหมาเห่าเกินไปสักเล็กน้อยก็ตาม แต่การใช้สีเทาสีดำมาเป็นส่วนประกอบ อีกทั้งยังมีการใช้เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของตัวละครมาเสริมชั้นเชิงของตัวละครได้อีกส่วนด้วย