ท่ามกลางในยุคที่สังคมได้เปิดกว้างและเปิดใจในประเด็นอัตลักษณ์แห่งตัวตนของมนุษย์มากยิ่งขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าทุกวงการสามารถยอมรับในตัวตนแห่งความหลากหลายทางเพศได้ และการมาของ ซีรีส์ดรามา ปนตลกในรั้วค่ายทหารเรื่องใหม่ของ Netflix อย่าง Boots หลักสูตรชีวิตนาวิกน้องใหม่ ก็มาชวนกระตุ้นต่อมความสนใจในประเด็นการยอมรับความหลากหลายในวงการชุดเครื่องแบบ ที่อาจจะไม่ใช่ซีรีส์ที่เฉียมคมบาดใจอะไรขนาดนั้น แต่ข้อความในซีรีส์เรื่องนี้สตรองกว่าที่คิดเอาไว้ทีเดียว
Boots หลักสูตรชีวิตนาวิกน้องใหม่ เล่าเรื่องราวของสังคมในยุคปี 1990s คาเมรอน โคป เด็กหนุ่มที่เติบโตเป็นวัยรุ่นที่ท่าทางลักษณะของเขาออกจะอ่อนช้อยกว่าเด็กผู้ชายทั่ว ๆ ไปสักหน่อย เขาตัดสินใจตามเพื่อนซี้มาสมัครเข้าเป็นทหารนาวิกโยธิน ที่ต้องเข้าค่ายฝึกอย่างหนักหน่วงเวลาระยะเวลาหลายสัปดาห์ นั่นทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับสังคมใหม่ พฤติกรรมใหม่ อยู่ร่วมกับเพื่อนชายแท้กลุ่มใหม่ และการดำรงอยู่ในค่ายทหารที่ต้องปกปิดความเป็นตัวเอง เพราะการเป็น LGBTQ ในกองทัพยุคนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดวินัยร้ายแรง
ซีรีส์ เรื่องนี้ดัดแปลงสร้างมาจากหนังสือขายดีใปนี 2016 อย่าง The Pink Marine ของ “เกร็ก โคป ไวต์” ที่เขาได้เขียนหนังสือเล่มนี้ออกมาจากประสบการณ์บางส่วนของตัวเอง เมื่อครั้งที่เขาเคยอยู่ในค่ายทหารและฝึกเป็นนาวิกโยธินเมื่อตอนยังเป็นเด็กหนุ่ม ดังนั้นซีรีส์เรื่องนี้จึงมีกลิ่นอายที่อิงมาจากเรื่องจริงผสมกับเรื่องแต่ง การฝีมือการของผู้กำกับ “แอนดี้ พาร์คเกอร์” แห่งซีรีส์ Pantheon ที่ได้ระดมทีมผู้กำกับและนักเขียนบทชั้นเยี่ยมมาช่วยรังสรรค์ซีรีส์เรื่องดังกล่าว
แม้ว่าจะใช้เวลาไปสักระยะหนึ่งกว่าจะรู้ว่าฉากหลังของซีรีส์เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ในยุค 90s นั่นยิ่งช่วยตอกย้ำความหนักแน่นของประเด็นโครงเรื่องได้ดียิ่งขึ้น เพราะเอาจริง ๆ พล็อตเรื่องทำนองนี้ก็แทบจะไม่ใช่อะไรที่แปลกใหม่เลย เต็มไปด้วยกลิ่นอายที่บรรดาหนังวายหนังอินดี้ชอบหยิบมาสร้าง แต่อย่างน้อย ๆ ซีรีส์ก็มีแอร์ไทม์เพียงพอที่จะขยี้ปมประเด็นต่าง ๆ ได้อย่างเข้มแข็ง ทำให้ในแต่ละตอนของเรื่องนี้ค่อนข้างจับใจและน่าสนใจ อีกทั้งยังเสริมสร้างเสริมให้กับตัวละครเยอะแยะมากมายให้คนดูได้สนิทสนมกับพวกเขาได้อย่างน่าพอใจด้วย
พล็อตการปกปิดอัตลักษณ์ตัวตนและรสนิยมของตัวเองในรั้วค่ายทหารนั้น ก็เป็นโครงสร้างที่ยังไงก็ดึงดูดความสนใจได้อยู่แล้ว ถึงแม้ว่าซีรีส์เรื่องนี้จะไม่ได้ถ่ายทอดออกมาในลักษณะที่จัดจ้านเข้มข้นอะไรขนาดนั้น นำเสนอออกมาได้ในโทนเบา ๆ บริโภคได้ง่ายอยู่ แต่พวกเขาก็ไม่ได้หลุดหลงประเด็นเรื่องนี้ไปเลยสักตอนเดียว ยังคงเหนียวรั้งและยึดแกนหลักของเรื่องเอาไว้ได้เข้มแข็ง กับบทสรุปในช่วงท้าย ๆ ที่อาจจะค่อนข้างห้วนไปสักนิด และไม่ขับเคลื่อนให้ทรงพลังได้เท่าที่คาดเดา แต่ก็จัดได้ว่ายังอยู่ในมาตรฐานที่ค่อนข้างดี
หลักสูตรชีวิตนาวิกน้องใหม่ มาพร้อมกับสูตรการเล่าเรื่องที่ไมได้ซับซ้อนอะไรเลยสักนิดเดียว ผู้ชมสามารถดูซีรีส์เรื่องนี้ไปได้เพลินๆ ตลอดทั้ง 8 ตอน โดยที่จะสัมผัสได้ถึงพัฒนาการทีละขั้นของแต่ละคาแรกเตอร์ ที่ยอมรับว่าซีรีส์สามารถเกลี่ยซีนของแต่ละคนออกมาได้ทั่วถึง โดยที่ไม่ลืมที่จะสอดแทรกประเด็นความฮีกเหิมแบบเชยๆ เข้าไปอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันยังเป็นกำลังแขนขาที่สำคัญและมีประสิทธิภาพที่ช่วยผลักดันซีรีส์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าบางประเด็นที่ควรจะหนักแน่นกว่านี้ แต่กลับยังรู้สึกแตะต้องแบบผิวเผินและเพลย์เซฟกับตัวเองไปสักหน่อย

