รีวิวหนัง “Alexander and the Terrible, Horrible, No Good, Very Bad Road Trip” ครั้งนี้ชื่อเรื่องยาวกว่าเดิม

Alexander and the Terrible
Alexander and the Terrible

ถ้าหากว่าคุณยังจำกันได้ เมื่อสักสิบปีที่แล้วน่าจะคุ้น ๆ กับ หนังตลก ครอบครัวที่มีชื่อยาวเหยียดทำนองนี้ได้อยู่เรื่องหนึ่ง ใช่แล้ว..นี่คือเวอร์ชันใหม่ที่เป็นการรีเมคออกมาเป็นอีกฉบับที่ต่างบนพื้นฐานความโกลาหลของความซวยใน Alexander and the Terrible, Horrible, No Good, Very Bad Road Trip ที่ครั้งนี้ชื่อเรื่องยาวขึ้นกว่าเดิม เพิ่มเติมคือความวุ่นวายผจญภัยกลิ่นอายละติน

Alexander and the Terrible, Horrible, No Good, Very Bad Road Trip อเล็กซานเดอร์ การ์เซีย เด็กชายที่มีความเชื่อปักใจอยู่เสมอว่าเขาเกิดมพร้อมกับกับซวย เมื่อถึงเวลาที่ครอบครัวได้เก็บกระเป๋าออกเดินทางไปผจญภัยท่องเที่ยวฉบับโร้ดทริปสุดหรรษา ที่มีปลายทางเป็นวิลลาหรูในเม็กซิโก เขาจึงมั่นใจว่าทริปนี้จะต้องเผชิญหน้ากับหายนะซ้ำซ้อนตลอดเส้นทางแน่นอน หรืออาจจะเป็นเพราะตำนานรูปปั้นโบราณที่เชื่อว่าต้องคำสาป พาลพานำความโชคร้ายมาสู่วงตระกูล ทำให้อเล็กซานเดอร์พยายามโน้มน้าวให้ที่บ้านนำไปคืนในที่ที่ควรจะประดิษฐานอยู่

นี่คือการกำกับ หนังยาว เรื่องแรกของ “มาร์วิน เลมัส” ที่คร่ำหวอดสร้างซีรีส์ฟอร์มเล็ก ๆ ให้กับฮอลลีวูดมาหลายปี จากบทหนังของ “แมตต์ โลเปซ” ที่ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมเยาวชนเล่มดัง Horrible, No Good, Very Bad ของ “จูดิธ เวียร์สต์” ที่นำเอาโครงเรื่องมาดัดแปลงใหม่ เติมกลิ่นอายความเป็นละตินอเมริกาเข้าไปให้แตกต่างจากต้นฉบับหนังในปี 2014

โดยมาตรฐานงานสร้างในก็ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานและสูตรที่คุ้นเคยของหนังครอบครัวจากดิสนีย์ ที่เต็มไปด้วยความวายป่วง ความโกลาหล และจัดเต็มไปด้วยความหรรษากับมุกเจ็บตัวที่สอดแทรกดาบสองคมของเทคโนโลยีให้เข้ากับยุคสมัย ปะปนไปด้วยมุกที่เก่าเก็บบ้าง แต่บางมุกก็ยังเวิร์กอยู่ในหนังหมวดนี้ ที่เน้นป่วงและเจ็บตัวความสนุกและความบันเทิงก็คือจังหวะที่คุ้นเคยกันดีในแบบฉบับครอบครัวผจญภัยวายป่วง

ที่ไม่ได้มีอะไรที่แปลกใหม่เลย ยังคงเน้นใช้รูปแบบเดิม ๆ ในการเดินเส้นเรื่องที่มีทั้งตลกบ้าง ทั้งขำไม่ออกบ้าง แต่ก็คงคอนเซ็ปต์และเสน่ห์ของตัวหนังเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ด้วยจังหวะที่เหมือนนับ 1, 2, 3 เป๊ะ ๆ จับใส่ลงมาแบบทื่อ ที่คนดูแทบจะไม่คิดอะไรเยอะและรู้ดีกว่าจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรในฉากต่อไปแน่นอนว่าไฮไลต์ที่ทำให้หนังรอดหรือไม่ก็มาตกอยู่ที่ทีมนักแสดง “อีวา ลองโกเรีย” ที่หลัง ๆ หันไปเป็นผู้จัดมากกว่า ผลงานแสดงเบื้องหน้าก็เลยเป็นบทแม่บ้านไปหลัก

ในเรื่องนี้ก็ถือว่าเธอเป็นตัวหลักในการนำเรื่องได้ค่อนข้างดี ด้วยประสบการณ์และลีลาการแสดงที่เหมาะเจาะกับบทด้วยดี ทำให้เธอโฟลว์ไปกับมันได้ ถึงจะต้องใส่ความประหลาด ๆ ชวนเซอร์วิสตามสไตล์หนังเข้าไปที่ดูไม่ถึงอารมณ์อยู่บ้างก็ตามทีหนังเติมเต็มด้วยการแสดงของ “เจสซี การ์เซีย”, “ชีส มาริน”, “พอลลินา ชาเวส” และ “โรส ปอร์ทิลโล” ก็มาเป็นองค์ประกอบแขนขาความพิลึก ๆ ในเรื่องราวของหนังเรื่องนี้

ขณะที่ดาราเด็ก “ธอม เนเมอร์” ที่มารับบทเป็นคาแรกเตอร์สำคัญตามชื่อเรื่อง เป็นตัวจิ๋วที่มีความละตินจัดจ้านจริง ๆ แม้ว่าชั่วโมงบินทางการแสดงของเขายังค่อนข้างน้อย อาจจะยังตีบทและตีโจทย์ไม่ค่อนแตกเท่าไหร่ แม้ว่าการแสดงจะไหลลื่นด้วยดี แต่อินเนอร์ทางการแสดงหลายจุดของเขาก็ยังต้องเรียนรู้ต่อไปอีกสักหน่อย