ผมแค่อยากปลูกผัก ส่วนความรักน่ะ… เล่ม 1-2 by ลาเหมียนฮวาถังเตอะทู่จื่อ (4 เล่มจบ)

ผมแค่อยากปลูกผัก

รีวิว “ผมแค่อยากปลูกผัก ส่วนความรักน่ะ… (เล่ม 1-2): เมื่อเทพเจ้าสายลุยอยากสละทางโลกมาเป็นเกษตรกร!หากคุณกำลังมองหานิยายอ่านเพลิน เน้นความผ่อนคลาย แต่ก็มีความกาวและอลังการซ่อนอยู่ ต้องไม่พลาด “ผมแค่อยากปลูกผัก ส่วนความรักน่ะ…” ผลงานของนักเขียนชื่อดัง ลาเหมียนฮวาถังเตอะทู่จื่อ (ผู้เขียน เกิดใหม่เป็นเน็ตไอดอล และ เป็นเทพเจ้านี่มันเหนื่อยจริงๆ) ที่จะพาเราไปดูชีวิตสโลว์ไลฟ์แบบไม่ธรรมดาของเทพเจ้าที่อยากลาพักร้อนยาวๆ


  • ชื่อเรื่อง: ผมแค่อยากปลูกผัก ส่วนความรักน่ะ… (I Just Want to Farm)
  • ผู้แต่ง: ลาเหมียนฮวาถังเตอะทู่จื่อ (Lamian Huatang de Tuzi)
  • สถานะ: 4 เล่มจบ (แปลไทยโดยสำนักพิมพ์ Rose)

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ “ฉู่ถิง” เทพเจ้าโบราณผู้ทรงพลังและเบื่อหน่ายกับภารกิจกู้โลกตัดสินใจลงมาใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์ยุคปัจจุบัน เป้าหมายเดียวของเขาคือการหาที่ดินสงบๆ สักผืนเพื่อ “ปลูกผัก” และใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างที่ฝันไว้

แต่ปัญหาคือ… เขาไม่ใช่คนธรรมดา! การที่เทพเจ้าผู้มีบารมีล้นฟ้าพยายามทำตัวกลมกลืนกับมนุษย์จึงเกิดเป็นความวุ่นวายสายฮา เมื่อผักที่เขาปลูกดันไม่ใช่ผักธรรมดา และเพื่อนบ้านที่เขาเจอ (โดยเฉพาะพระเอก) ก็ดันมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน ท่ามกลางบรรยากาศการทำสวนที่ควรจะเงียบสงบ กลับมีเรื่องราวลึกลับและเหล่าผู้มีพลังพิเศษวนเวียนเข้ามาพิสูจน์ว่า “การเป็นเกษตรกรมันยากกว่าที่คิด!”


1. พล็อตเรื่อง “OP ที่อยากใช้ชีวิตธรรมดา”

เสน่ห์ของเรื่องนี้คือความเหลื่อมล้ำระหว่าง “พลังระดับเทพ” กับ “เป้าหมายที่ติดดิน” นายเอกเก่งมากจนไม่มีใครสู้ได้ แต่ความกังวลเดียวของเขาคือทำยังไงให้ผักโตสวย หรือจะจัดการกับวัชพืชยังไงดี ความ Contrast นี้ทำให้คนอ่านรู้สึกลุ้นว่านายเอกจะเผลอปล่อยไก่ (หรือปล่อยพลัง) ออกมาตอนไหน

2. ความกาวและความฮาที่เป็นเอกลักษณ์

ลายเซ็นของผู้เขียนคนนี้คือมุกตลกหน้าตาย การตีความความเข้าใจผิดระหว่างตัวละครทำออกมาได้จังหวะซิกคอมมาก โดยเฉพาะเวลาที่นายเอกพยายามอธิบายเรื่องอภินิหารให้เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ หรือตอนที่คนรอบข้างพยายามหาเหตุผลมาอธิบายความเหนือธรรมชาติของนายเอก

3. การดำเนินเรื่องที่ละมุนหัวใจ

แม้จะมีฉากแอ็กชันหรือเรื่องราวลึกลับโผล่มาบ้าง แต่โทนหลักในเล่ม 1-2 คือการสร้างรากฐานชีวิตใหม่ การเห็นตัวละครค่อยๆ ปรับปรุงฟาร์ม พัฒนาความสัมพันธ์กับผู้คน และความสัมพันธ์กับพระเอกที่ค่อยๆ คืบหน้าแบบเนียนๆ ทำให้เป็นนิยายที่อ่านแล้ว “ฮีลใจ” ได้ดีเยี่ยม


  • ตัวละครมีเสน่ห์: ฉู่ถิงคือนายเอกที่ฉลาด นิ่ง และมีมุมน่ารักแบบซื่อๆ ในเรื่องโลกมนุษย์ ส่วนพระเอกก็มีความเท่และคอยซัพพอร์ตอยู่ห่างๆ (แบบห่วงๆ) เคมีของทั้งคู่คือความลงตัวที่ไม่ได้หวือหวาแต่ยั่งยืน
  • ภาษาสวย อ่านง่าย: การแปลทำออกมาได้ลื่นไหล รักษาอารมณ์ขันของต้นฉบับไว้ได้ครบถ้วน บรรยายภาพสวนผักและอาหารได้จนคนอ่านอยากจะไปหาอะไรกินตาม
  • World Building ที่น่าสนใจ: การผสมผสานโลกปัจจุบันเข้ากับตำนานเทพปกรณัมจีนทำได้เนียนตา ไม่รู้สึกยัดเยียด ทำให้เราอยากรู้ว่าในเล่มถัดไปจะมีเทพองค์ไหนหรือสัตว์เทพตัวใดโผล่อออกมาอีก

ในเล่ม 1 และ 2 นี้ เนื้อหาจะเน้นไปที่การปูเรื่องและการทำฟาร์มเป็นหลัก ใครที่ชอบนิยายแนว Slow Life, ทำอาหาร, ปลูกผัก และชอบพระนายที่เก่งเทพทั้งคู่ เรื่องนี้คือ “Must Read” ครับ มันคือความเพลิดเพลินที่อ่านแล้ววางไม่ลงจริงๆ