Bloodshot จักรกลเลือดดุ

Bloodshot

ถ้าพูดถึงหนังซูเปอร์ฮีโร่ หลายคนอาจจะนึกถึงค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Marvel หรือ DC แต่ในปี 2020 (และกลับมาเป็นกระแสเรื่อยๆ บนสตรีมมิ่ง) โลกได้รู้จักกับฮีโร่สายโหดคนใหม่จากค่าย Valiant Comics ในชื่อ “Bloodshot ซึ่งได้นักแสดงเจ้าพ่อหนังเร็วแรงทะลุนรกอย่าง วิน ดีเซล (Vin Diesel) มารับบทนำ งานนี้บอกเลยว่าไม่ใช่แค่หนังต่อยตีธรรมดา แต่มีความเป็นไซไฟล้ำสมัยผสมอยู่อย่างเข้มข้น

  • ผู้กำกับ: เดฟ วิลสัน (Dave Wilson)
  • สตูดิโอ: Columbia Pictures / Sony Pictures
  • บทภาพยนตร์: เจฟฟ์ วัดโลว์ และ เอริก ไฮสเซอเรอร์
  • นักแสดงนำ: วิน ดีเซล, ไอซ่า กอนซาเลซ, กาย เพียร์ซ

เรื่องราวของ เรย์ แกรริสัน (Ray Garrison) นายทหารฝีมือฉกาจที่ถูกสังหารระหว่างปฏิบัติหน้าที่พร้อมกับภรรยาของเขา แต่แทนที่เขาจะไปสู่สุคติ เรย์กลับถูกคืนชีพขึ้นมาโดยทีมด็อกเตอร์จากบริษัท RST (Rising Spirit Tech)

เขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับ “นาไนต์” (Nanites) หรือหุ่นยนต์ขนาดเล็กจิ๋วจำนวนนับล้านในกระแสเลือด ซึ่งเปลี่ยนให้เขากลายเป็นมนุษย์กึ่งจักรกลที่มีพละกำลังเหนือมนุษย์ และมีพลังการรักษาตัวที่น่าทึ่ง (แผลหายไวระดับพริบตา) ทว่าความทรงจำของเขาที่กลับมาพร้อมความแค้นทำให้เขาออกตามล่าคนที่ฆ่าภรรยา โดยหารู้ไม่ว่าเบื้องหลังเทคโนโลยีล้ำสมัยนี้ มีความลับดำมืดที่กำลังปั่นหัวเขาอยู่!


Bloodshot

1. พล็อตเรื่องที่หักมุมมากกว่าที่คิด

ตอนแรกเราอาจจะคิดว่าเป็นหนังล้างแค้นสูตรสำเร็จ (Revenge Plot) แต่หนังกลับใส่ประเด็นเรื่อง “การควบคุมความทรงจำ” เข้ามาได้อย่างน่าสนใจ มันทำให้คนดูต้องคอยตั้งคำถามว่า “สิ่งที่เราเห็นคือเรื่องจริง หรือเป็นแค่โปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้น?” จุดนี้เองที่ทำให้ Bloodshot แตกต่างจากหนังฮีโร่ทั่วไป

2. พลังความสามารถที่ดูแล้ว “สะใจ”

พลังของ Bloodshot ไม่ได้มาจากการร่ายเวทมนตร์ แต่มาจากเทคโนโลยีชีวภาพ ฉากที่เขาโดนยิงหรือโดนระเบิดแล้วร่างกายค่อยๆ สมานตัวกลับมาด้วยฝูงนาไนต์สีแดง เป็นงาน Visual Effects ที่ทำออกมาได้เท่และดูสมจริงในแง่ของไซไฟ

3. การแสดงของ วิน ดีเซล

ต้องยอมรับว่าบทนายทหารกล้ามโตที่มีความแค้นฝังหุ่นนั้น “เข้าทาง” วิน ดีเซล แบบสุดๆ เขาถ่ายทอดความดุดัน ความสับสน และความอึดถึกทนออกมาได้เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เราเชื่อได้จริงๆ ว่านี่คือเครื่องจักรสังหารเดินได้


  • แอ็กชันสไตล์ Non-stop: หนังเดินเรื่องเร็วมาก ไม่ค่อยมีช่วงน่าเบื่อ ฉากบู๊ในอุโมงค์แป้งสีแดงคือหนึ่งในฉากจำที่งานภาพสวยและสร้างสรรค์สุดๆ
  • งาน Visual Effects ระดับแถวหน้า: เนื่องจากผู้กำกับ เดฟ วิลสัน เคยทำงานด้าน Visual Effects และ Cinematic ของเกมชื่อดังมาก่อน ทำให้งานภาพในเรื่องนี้ดูเพลินตา โดยเฉพาะเทคโนโลยีการจำลองภาพและหุ่นยนต์จิ๋ว
  • เปิดจักรวาลใหม่: สำหรับคนที่เบื่อฮีโร่จำเจ Bloodshot เป็นการเปิดประตูสู่จักรวาล Valiant Cinematic Universe ซึ่งมีโทนเรื่องที่หม่นกว่า ดิบกว่า และเข้าถึงความฉ้อฉลขององค์กรใหญ่ได้ดีกว่า
  • ความยาวที่กำลังดี: หนังไม่ได้ลากยาวจนเหนื่อย (ประมาณ 1 ชั่วโมง 49 นาที) เหมาะมากสำหรับวันหยุดที่ต้องการความบันเทิงแบบเต็มอิ่มแต่ไม่กินเวลาเกินไป

Bloodshot

จักรกลเลือดดุ คือหนังแอ็กชันไซไฟที่ตอบโจทย์ความบันเทิงอย่างตรงไปตรงมา ใครที่ชอบหนังแนวพระเอกเทพๆ อึดตายยาก ผสมผสานกับพล็อตเรื่องล้ำๆ แบบ Black Mirror ที่ว่าด้วยเรื่องการบิดเบือนเทคโนโลยี คุณจะหลงรักหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยากเลย