My Hero One’s Justice ปลดปล่อยพลัง “อัตลักษณ์” สู้เพื่อความยุติธรรมในสไตล์คุณ!ถ้าคุณเป็นแฟนคลับของ “เดกุ” หรือ “ออลไมท์” และเคยฝันว่าอยากจะใช้พลัง “วัน ฟอร์ ออล” ซัดกับเหล่าวายร้ายด้วยตัวเองสักครั้ง เกมคือคำตอบที่ถูกต้องที่สุด! นี่คือเกมแนว 3D Arena Fighting ที่เปลี่ยนหน้ากระดาษมังงะให้กลายเป็นฉากต่อสู้สุดระห่ำ พร้อมกราฟิกสไตล์ Cel-shaded ที่ถอดแบบมาจากอนิเมะแบบเป๊ะๆ
- ผู้พัฒนา: Byking
- ผู้จัดจำหน่าย: Bandai Namco Entertainment
- แพลตฟอร์ม: PS4, Xbox One, Nintendo Switch และ PC
ตัวเกมหยิบยกเนื้อเรื่องช่วงที่เข้มข้นที่สุดช่วงหนึ่งของซีรีส์มาเล่า นั่นคือช่วงการเผชิญหน้ากันระหว่าง “สมาพันธ์วิลเลิน” (League of Villains) และเหล่าฮีโร่ ซึ่งจะครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่ช่วงค่ายฝึกภาคฤดูร้อน ไปจนถึงการตัดสินครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง ออลไมท์ (All Might) และ ออล ฟอร์ วัน (All For One)
ความพิเศษคือโหมด Story ไม่ได้ให้เราเล่นแค่ฝั่งฮีโร่เท่านั้น แต่เมื่อคุณเล่นจบฝั่งฮีโร่ เกมจะปลดล็อก “Villian Side” ให้เราได้สวมบทบาทเป็นเหล่าวายร้าย เพื่อมองมุมกลับว่าทำไมพวกเขาถึงตัดสินใจทำแบบนั้น ทำให้เราเข้าใจมิติของตัวละครได้ลึกซึ้งกว่าเดิมมาก

1. ระบบ “Sidekick” แท็กทีมทำคอมโบสุดมันส์
ในหนึ่งการต่อสู้ 3D Arena Fighting เราสามารถเลือกตัวละครช่วยสนับสนุน (Sidekick) ได้ 2 คน ซึ่งระบบนี้ไม่ได้มีไว้โชว์สวยๆ แต่ช่วยขยายขีดจำกัดการทำคอมโบได้มหาศาล คุณสามารถเรียกบาคุโกออกมาช่วยยิงระเบิดเปิดทาง หรือเรียกอูรารากะมาช่วยทำให้ศัตรูลอยเคว้ง เพื่อให้คุณซ้ำคอมโบกลางอากาศได้แบบต่อเนื่อง
2. ฉากที่ทำลายล้างได้จริง (Destructible Environments)
ความสมจริงของการเป็นฮีโร่พลังทำลายล้างสูงคือ “ความเสียหาย” ในเกมนี้ พื้นสนามแข่ง กำแพง หรือตึกรามบ้านช่องสามารถแตกกระจายได้ตามแรงอัดของพลังอัตลักษณ์ คุณสามารถซัดศัตรูให้กระเด็นทะลุกำแพง หรืออัดจนฝังลงไปในพื้นดิน เพิ่มความสะใจในทุกการโจมตีแบบ 10/10
3. การปรับแต่งฮีโร่ในสไตล์คุณ (Customization)
ใครว่าฮีโร่ต้องใส่ชุดเดิมตลอด? เกมมีระบบ Customization ที่ละเอียดมาก คุณสามารถนำแต้มที่ได้จากการเล่นมาซื้อไอเทมตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากประหลาดๆ, ถุงมือ, หรือข้อความเท่ๆ เพื่อสร้าง “เดกุ” หรือ “โทโดโรกิ” ในเวอร์ชันที่มีคนเดียวในโลก และนำไปอวดในการเล่นโหมด Online ได้ด้วย
● เข้าถึงง่าย แต่มีชั้นเชิง
ต่อให้คุณไม่ใช่เซียนเกม Fighting ก็สามารถสนุกได้ เพราะปุ่มกดถูกออกแบบมาให้เข้าใจง่าย (Easy Combo) แต่สำหรับสาย Hardcore คุณก็สามารถฝึกจังหวะ Just Guard (การป้องกันในจังหวะสุดท้าย) หรือการทำ Unblockable Attack เพื่อชิงความได้เปรียบ ซึ่งทำให้เกมนี้มีสมดุลที่น่าประทับใจ
● จิตวิญญาณแห่งอนิเมะที่เต็มเปี่ยม
ทุกท่าไม้ตายจะมีการตัดสลับคัทซีนเท่ๆ พร้อมเสียงพากย์ดั้งเดิมจากญี่ปุ่นที่ตะโกนชื่อท่าออกมาสุดเสียง มันช่วยกระตุ้นความฮึกเหิมได้เหมือนเรากำลังนั่งดูอนิเมะตอนล่าสุดอยู่จริงๆ
All’s Justice ไม่ได้เป็นเพียงเกมที่สร้างมาเพื่อเกาะกระแสการ์ตูน แต่เป็นเกมที่ใส่ใจในรายละเอียดของพลัง “อัตลักษณ์” แต่ละคนอย่างแท้จริง ทุกตัวละครมีรูปแบบการเล่นที่ต่างกันชัดเจน ทำให้ผู้เล่นต้องใช้หัวคิดในการวางกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่รัวปุ่มอย่างเดียว
ถ้าคุณอยากสัมผัสความรู้สึกของการเป็น “ฮีโร่อันดับหนึ่ง” หรืออยากจะ “บดขยี้สังคมฮีโร่” ในฐานะวิลเลิน นี่คือโอกาสของคุณแล้ว!
ความคุ้มค่า: 8.5/10 (เหมาะมากสำหรับแฟน My Hero Academia)

