โคตรคนไร้เงา

โคตรคนไร้เงา

โคตรคนไร้เงา เมื่อ “ไรอัน กอสลิง” ปะทะ “คริส อีแวนส์” ในสมรภูมิสายลับพิฆาตโลกถ้าจะหาหนังแอ็กชันที่ “จัดเต็ม” ทั้งงานสร้างและรายชื่อนักแสดง The Gray Man คือคำตอบนั้นครับ นี่คือโปรเจกต์ที่รวมตัวท็อปของวงการไว้ในที่เดียว ภายใต้การดูแลของสองพี่น้องผู้กำกับมือทองที่เคยพาเราไปสู่จุดสูงสุดใน Avengers: Endgame มาแล้ว

  • ผู้กำกับ: Anthony และ Joe Russo (The Russo Brothers)
  • สตูดิโอ: Netflix / AGBO
  • นำแสดงโดย: Ryan Gosling, Chris Evans, Ana de Armas และ Dhanush

เรื่องราวเริ่มต้นที่ “ซิกซ์” (Court Gentry หรือ Sierra Six) รับบทโดย Ryan Gosling อดีตนักโทษที่ถูกทาบทามจาก CIA ให้มาเป็นนักฆ่าเงาในโครงการ Sierra เขาคือคนที่ทำงานสกปรกที่ไม่มีใครอยากทำ และเขาก็ทำมันได้อย่างไร้ร่องรอยมาตลอด

แต่แล้วในภารกิจครั้งล่าสุด ซิกซ์ดันไปกำจัดเป้าหมายที่เป็นหนึ่งในสมาชิกโครงการเดียวกัน และได้รับ “ชิปข้อมูลลับ” ที่เปิดโปงความโสมมขององค์กร CIA เสียเอง จาก “ผู้ล่า” จึงต้องกลายเป็น “ผู้ถูกล่า” ทันที

เพื่อตามล่าซิกซ์และชิงข้อมูลคืนมา ทาง CIA จึงได้ว่าจ้าง ลอยด์ แฮนเซน (Chris Evans) อดีตเจ้าหน้าที่ผู้มีพฤติกรรมโรคจิตและไร้ความปราณี ลอยด์ใช้ทุกวิถีทางตั้งแต่นักฆ่ารับจ้างไปจนถึงกองกำลังติดอาวุธเพื่อถล่มซิกซ์ให้ราบพณาสูร การไล่ล่าข้ามทวีปจากยุโรปสู่เอเชียจึงเริ่มต้นขึ้น โดยมีชีวิตของซิกซ์และเด็กสาวผู้บริสุทธิ์เป็นเดิมพัน!


1. การปะทะกันของสองซูเปอร์สตาร์แห่งยุค

จุดขายที่แข็งแกร่งที่สุดคือการได้เห็น Ryan Gosling ในบทสายลับหน้านิ่งแต่บู๊แหลก ปะทะกับ Chris Evans ที่สลัดภาพลักษณ์กัปตันอเมริกาผู้แสนดี กลายมาเป็นตัวร้ายสุดกวนประสาท มีความซาดิสต์นิดๆ และมาพร้อมหนวดเคราที่เป็นเอกลักษณ์ เคมีทางการแสดงของทั้งคู่ทำให้หนังดูสนุกและมีสีสันมาก

2. งานโปรดักชั่นระดับ World Class

ด้วยทุนสร้างกว่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ Netflix เนรมิตฉากแอ็กชันที่ยิ่งใหญ่ได้แบบไร้ขีดจำกัด หนังพาเราไปทัวร์ทั่วโลก ตั้งแต่กรุงเทพฯ, ปราก ไปจนถึงฝรั่งเศส ฉากการต่อสู้บนรถไฟในเมืองปรากถือเป็นหนึ่งในฉาก Stop-motion ที่ดีที่สุดฉากหนึ่งในรอบหลายปีที่ผ่านมา

3. ลายเซ็นของพี่น้อง Russo

ผู้กำกับพี่น้อง Russo ถนัดมากในการทำหนังสายลับที่มีกลิ่นอายการเมืองปนแอ็กชัน (คล้ายๆ กับที่พวกเขาเคยทำไว้ใน Captain America: The Winter Soldier) จังหวะการเล่าเรื่องรวดเร็ว กระชับ และมีการวางปมที่ทำให้เราอยากรู้ว่าใครกันแน่คือ “คนร้ายตัวจริง” หลังม่าน


โคตรคนไร้เงา

“Sierra Six” ฮีโร่สายดาร์กที่คนดูหลงรัก

ตัวละครซิกซ์ไม่ใช่สายลับเพอร์เฟกต์แบบ James Bond แต่เขาคือคนที่สู้เพื่อความถูกต้องในแบบของตัวเอง เขาบาดเจ็บจริง เจ็บปวดเป็น และมีหัวใจที่อ่อนโยนต่อเด็ก การแสดงของกอสลิงที่เน้นสื่อสารทางสายตาทำให้เราเข้าถึงความเหงาและความโดดเดี่ยวของ “คนไร้เงา” ได้เป็นอย่างดี

การปฏิวัติบทบาท “ตัวร้าย” ของ Chris Evans

ต้องบอกว่าบท ลอยด์ แฮนเซน คือกำไรของคนดูอย่างแท้จริง เราจะได้เห็นคริส อีแวนส์ ปล่อยพลังความบ้าออกมาอย่างเต็มที่ เขาไม่ใช่ตัวร้ายที่เก่งแค่กำลัง แต่เป็นตัวร้ายที่ฉลาดและโหดเหี้ยมแบบไม่มีกฎเกณฑ์ ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามที่สมน้ำสมเนื้อกับซิกซ์ที่สุด

ผู้หญิงเก่งแกร่ง (Female Power)

ในเรื่องนี้เรายังมี Ana de Armas ที่กลับมารับบทสายลับสาวสุดเท่อีกครั้ง (หลังจากแวบไปเด่นใน No Time to Die) เธอไม่ใช่แค่ตัวประกอบที่มารอให้พระเอกช่วย แต่เธอคือกำลังสำคัญที่ทำให้ซิกซ์รอดชีวิตมาได้หลายครั้ง รวมถึงนักแสดงดาวรุ่งอย่าง Julia Butters ที่มอบมิติความดราม่าให้กับหนัง


The Gray Man คือหนังที่มอบความบันเทิงให้คุณแบบ 100% เต็ม มันมีความตื่นเต้นแบบหนังสายลับคลาสสิก แต่ผสมผสานกับเทคนิคการถ่ายทำยุคใหม่ที่หวือหวา หนังเรื่องนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า “หนังฟอร์มยักษ์” ไม่จำเป็นต้องเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เท่านั้นถึงจะยิ่งใหญ่ได้

หากคุณชอบหนังที่พระเอกเก่งฉลาด บู๊กันดุเดือด และมีมุกตลกเจ็บๆ คันๆ แทรกอยู่ตลอดทาง The Gray Man คือผลงานระดับ Masterpiece บนสตรีมมิ่งที่คุณห้ามพลาดเด็ดขาดครับ!

สรุปคะแนน: 9/10 (งานภาพสวย ฉากบู๊สะใจ ดูซ้ำได้ไม่เบื่อ!)