ตาคลี เจเนซิส

ตาคลี เจเนซิส

ตาคลี เจเนซิส การทะยานสู่จักรวาล Sci-Fi สัญชาติไทยที่ “กล้า” และ “ไกล” ที่สุด!นานๆ ทีเราจะเห็นหนังไทยกล้าก้าวออกจากกรอบเดิมๆ ของหนังผี ตลก หรือรักโรแมนติก แล้วกระโจนเข้าสู่โลกของไซไฟเต็มตัว และการกลับมาครั้งนี้ของ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล กับภาพยนตร์เรื่อง ก็สร้างเสียงฮือฮาไปทั่วทั้งวงการ เพราะนี่คือหนังที่พยายามจะพาเราย้อนเวลา ข้ามมิติ และเผชิญหน้ากับความลึกลับระดับจักรวาล โดยมีฐานทัพอเมริกันในไทยเป็นฉากหลัง!

  • ผู้กำกับ: ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล (มะเดี่ยว)
  • สตูดิโอ: เนรมิตรหนัง ฟิล์ม, สตูดิโอ คำม่วน
  • นำแสดงโดย: พอลล่า เทเลอร์, ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล, วอร์ วนรัตน์

เรื่องราวเริ่มต้นที่ สเตลล่า (พอลล่า เทเลอร์) หญิงสาวที่ตัดสินใจกลับบ้านเกิดที่อำเภอตาคลี เพื่อดูแลพ่อที่กำลังป่วยหนัก แต่เธอกลับต้องเผชิญกับเรื่องราวประหลาดเมื่อได้รับสายโทรศัพท์จากพ่อ… ที่หายตัวไปเมื่อหลายสิบปีก่อน และเสียงในสายนั้นยังดูเหมือนว่าพ่อของเธอยังมีอายุเท่าเดิมไม่เปลี่ยน

สเตลล่าได้รับรู้ความลับว่า ในช่วงสงครามเวียดนาม กองทัพอเมริกันได้สร้างสถานีวิจัยลึกลับไว้ที่ตาคลี โดยมีเครื่องจักรที่เรียกว่าซึ่งเป็นประตูเชื่อมต่อมิติและกาลเวลา เธอจึงต้องออกเดินทางข้ามเวลาไปในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตที่ไกลโพ้น เพื่อตามหาพ่อและหยุดยั้งวิกฤตการณ์ที่จะสั่นคลอนโลกทั้งใบ โดยมีเพื่อนเก่าอย่าง จำรัส (ปีเตอร์ คอร์ป) และกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่หลงเข้ามาในวงจรนี้ร่วมเดินทางไปด้วย


ตาคลี เจเนซิส

1. การนำประวัติศาสตร์ไทยมาตีความใหม่ในสไตล์ Sci-Fi

หนังฉลาดมากที่หยิบเอาเรื่องราวของ “ค่ายทหารอเมริกัน” และ “ความเชื่อท้องถิ่น” ในยุคสงครามเวียดนามมาเป็นจุดเริ่มต้น ความลึกลับของพื้นที่ทับซ้อนทางประวัติศาสตร์ถูกเปลี่ยนให้เป็นห้องทดลองวิทยาศาสตร์สุดล้ำ ทำให้คนดูรู้สึกว่าเรื่องราวเวอร์ๆ แบบนี้ “อาจจะเคยเกิดขึ้นจริงก็ได้” ในดินแดนไทย

2. งานภาพและ Visual Effects ที่ยกระดับหนังไทย

ต้องยอมรับเลยว่า CGI ในเรื่องนี้ทำออกมาได้น่าตื่นตาตื่นใจมาก ไม่ว่าจะเป็นฉากป่าดึกดำบรรพ์ ยานอวกาศ หรือโลกอนาคตที่ล่มสลาย หนังพยายามสร้างโลกที่แปลกตาและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Thai-Futurism) ซึ่งเราไม่ค่อยได้เห็นงานภาพสเกลใหญ่ขนาดนี้ในหนังไทยบ่อยนัก

3. พลังของนักแสดงที่พาเราไปถึงฝั่ง

การกลับมาของ พอลล่า เทเลอร์ บทคุณแม่สายสู้ชีวิตนั้นทำได้ดีเกินคาด เธอถ่ายทอดความสับสนและความกล้าหาญออกมาได้ชัดเจน ขณะที่ ปีเตอร์ คอร์ป ก็มอบการแสดงที่นิ่งและขรึมช่วยพยุงเรื่องราวให้ดูสมจริง และที่ขาดไม่ได้คือ วอร์ วนรัตน์ ที่ดึงดูดแฟนคลับและมอบพลังงานใหม่ๆ ให้กับหนัง


ทฤษฎีสมคบคิดและความลึกลับระดับโลก

หนังไม่ได้เล่าแค่เรื่องย้อนเวลาไปมา แต่มันพยายามแตะเรื่องของทฤษฎีควอนตัม ฟิสิกส์ และความเชื่อเรื่อง “มนุษย์ต่างดาว” หรือ “สิ่งมีชีวิตทรงปัญญา” ทำให้หนังมีกลิ่นอายคล้ายกับ Interstellar หรือ Dark ฉบับไทยๆ ซึ่งท้าทายสมองคนดูให้ต้องขบคิดตามตลอดเวลา

ความสัมพันธ์ที่ถูกกัดเซาะโดย “เวลา”

หัวใจสำคัญของเรื่องไม่ใช่แค่เครื่องจักร แต่มันคือ “สายสัมพันธ์ครอบครัว” หนังตั้งคำถามว่าถ้าเราหายไป 30 ปี แต่สำหรับเรามันผ่านไปเพียง 30 นาที เราจะยังกลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันได้ไหม? ความเศร้าและความโหยหาที่ตัวละครมีต่อกันคือสิ่งที่ขับเคลื่อนเรื่องราวให้มีน้ำหนักมากกว่าแค่หนังโชว์ซีจี

มะเดี่ยว ชูเกียรติ กับการ “ปล่อยของ” แบบจัดเต็ม

เราผ่านหนังรักอย่าง รักแห่งสยาม หรือหนังระทึกขวัญอย่าง 13 เกมสยอง มาแล้ว ครั้งนี้ผู้กำกับมะเดี่ยวขอโชว์ศักยภาพในการคุมหนังฟอร์มยักษ์ที่มีรายละเอียดซับซ้อน แม้จะดูเป็นงานที่ยาก แต่เขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่า “คนไทยก็ทำหนังไซไฟสเกลโลกได้”


อาจไม่ใช่หนังที่ดูง่ายที่สุด แต่มันคือหนังที่ “จริงใจ” และ “ทะเยอทะยาน” ที่สุดเรื่องหนึ่ง หนังพยายามพาเราไปไกลกว่าคำว่าหนังไทยเดิมๆ แม้จะมีจุดที่ซับซ้อนจนต้องตั้งสติอ่านซับหรือฟังบทสนทนาให้ดี แต่ภาพรวมคือประสบการณ์การดูหนังที่แปลกใหม่และน่าประทับใจ

หากคุณอยากสนับสนุนหนังไทยที่กล้าได้กล้าเสีย และอยากเห็นว่าเมืองไทยในจินตนาการแบบไซไฟจะเป็นอย่างไร “ตาคลี เจเนซิส” คือคำตอบที่คุณต้องไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองในโรงภาพยนตร์ครับ!

คะแนน: 8.5/10 (ให้คะแนนความกล้าและความวิจิตรของงานสร้างแบบเต็มสิบ!)