Grim Fandango

Grim Fandango

Grim Fandango เมื่อความตายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการผจญภัยสุดคลาสสิกในโลกของวิดีโอเกม มีไม่กี่เกมที่ถูกยกย่องให้เป็น “งานศิลปะ” แม้เวลาจะผ่านไปนานกว่า 20 ปี และหนึ่งในนั้นคือผลงานระดับมาสเตอร์พีซจากยุคทองของเกมผจญภัยแนว Click-and-Point ที่ไม่ว่าคุณจะเป็นเกมเมอร์รุ่นเก๋าหรือรุ่นใหม่ ก็ควรหามาสัมผัสดูสักครั้ง

  • ผู้พัฒนา/สตูดิโอ: LucasArts (กำกับโดย Tim Schafer)
  • แนวเกม: Adventure / Puzzle
  • แพลตฟอร์ม: PC, PS4, Xbox One, Nintendo Switch, iOS, Android (แนะนำฉาก Remastered)

เราจะได้รับบทเป็น Manny Calavera (แมนนี่ คาลาเวร่า) “ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารความตาย” หรือยมทูตในคราบพนักงานออฟฟิศ หน้าที่ของเขาคือการขาย “แพ็กเกจการเดินทาง” ให้กับวิญญาณที่เพิ่งเสียชีวิตเพื่อไปยัง Ninth Underworld (ดินแดนแห่งความสงบสุข) โดยความหรูหราของการเดินทางจะขึ้นอยู่กับ “ความดี” ที่ทำไว้ตอนมีชีวิต

ถ้าคุณเป็นคนดีมาก คุณจะได้ตั๋วรถไฟความเร็วสูง Number Nine ที่ใช้เวลาเดินทางแค่ 4 นาที แต่ถ้าคุณทำตัวแย่ คุณอาจจะต้องใช้เวลาเดินเท้าเปล่าถึง 4 ปี!

เรื่องราวมันเริ่มวุ่นวายเมื่อแมนนี่พบว่า มีกระบวนการฉ้อโกงบัตรโดยสารรถไฟ ทำให้วิญญาณผู้ใจบุญอย่าง Meche Colomar (เมเช่) ต้องระเหินระแอนไปเดินป่าแทนที่จะได้ขึ้นรถไฟสุดหรู แมนนี่จึงต้องออกเดินทางผจญภัยผ่านโลกหลังความตายยาวนานถึง 4 ปี เพื่อเปิดโปงความโฉดและตามหาหญิงสาวที่เขาตกหลุมรัก


1. งานดีไซน์ที่ผสมผสานอย่างลงตัว (Film Noir x Aztec)

เกมนี้โดดเด่นด้วยการนำเอาวัฒนธรรมความเชื่อเรื่องโลกหลังความตายของชาวเม็กซิกัน (Day of the Dead) มาผสมกับสไตล์หนังอาชญากรรมย้อนยุค (Film Noir) ตัวละครที่เป็นโครงกระดูกสวมชุดสูทสูบซิการ์ ฉากหลังสไตล์ Art Deco ที่ดูอลังการแต่หม่นหมอง ทำให้บรรยากาศของเกมมีเอกลักษณ์แบบที่ไม่มีเกมไหนทำได้เหมือน

2. บทพูดที่เปี่ยมไปด้วยกึ๋นและอารมณ์ขัน

Tim Schafer เขียนบทเกมนี้ออกมาได้ชาญฉลาดมาก ตัวละครทุกตัวมีชีวิตชีวา มีมุกตลกหน้าตายที่แสบๆ คันๆ และมีประโยคคำคมที่กินใจสอดแทรกอยู่ตลอดเวลา การนั่งฟังตัวละครคุยกันจึงเป็นความเพลิดเพลินหลักของเกมนี้


Grim Fandango

ปรับโฉมใหม่ แต่หัวใจเดิม

ในเวอร์ชัน Remastered ทีมงานได้ทำการปรับปรุงกราฟิกให้คมชัดขึ้น (Hi-Res) ปรับระบบการควบคุมจากแบบ “รถถัง” ในสมัยก่อนให้ลื่นไหลเข้ากับจอยสติ๊กและเมาส์ยุคใหม่ และที่เด็ดที่สุดคือการบันทึกเสียงดนตรีประกอบใหม่ด้วยวงออร์เคสตราแบบจัดเต็ม!

ปริศนาที่ท้าทาย (และบางครั้งก็กวนประสาท)

ต้องยอมรับว่าเกมสมัยก่อนไม่ได้ “จูงมือ” ผู้เล่นเหมือนสมัยนี้ ปริศนาใน Grim Fandango บางอันต้องใช้จินตนาการสูงมาก (เช่น การใช้ถังดับเพลิงกับเยลลี่) แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ เมื่อคุณแก้ได้ คุณจะรู้สึกเหมือนเป็นอัจฉริยะขึ้นมาทันที

ดนตรีประกอบระดับรางวัล

แนวเพลงในเกมเป็นการผสมผสานระหว่าง Jazz, Bebop และดนตรีพื้นเมืองเม็กซิกัน ซึ่งขับเน้นบรรยากาศความลึกลับและเหงาจับใจของโลกหลังความตายได้ดีมาก จนหลายคนหาซื้ออัลบั้มเพลงประกอบมาฟังแยกเลยทีเดียว


ไม่ได้เป็นเพียงเกมแก้ปริศนา แต่มันคือการเดินทางที่สำรวจเรื่องราวของความรัก การคอรัปชั่น และความหมายของการมีชีวิตอยู่ (แม้จะตายไปแล้วก็ตาม) หากคุณชอบเนื้อเรื่องที่ลุ่มลึก ชอบตัวละครที่มีมิติ และอยากสัมผัสประสบการณ์ “Classic” ของวงการเกม นี่คือเกมที่ควรค่าแก่การอยู่ในคอลเลกชันของคุณ

แม้ตัวเกมจะมีความยากในเรื่องของ Logic บางจุด แต่เมื่อเทียบกับเนื้อหาและบรรยากาศที่คุณจะได้รับ บอกเลยว่า “คุ้มค่าที่จะตายเพื่อเล่นมัน” ครับ!

คะแนนรีวิว: 9.5/10 (หักนิดเดียวที่ปริศนาบางอันอาจต้องเปิด Guide ช่วยบ้าง)