Code Vein II การกลับมาของราชันย์ – ก้าวข้ามกาลเวลา ทวงคืนบัลลังก์เลือดที่โลกต้องจำ!สิ้นสุดการรอคอยสำหรับแฟนเกมแนว “Anime Souls-like” ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ความมันส์ไว้ในภาคแรก! วันนี้กลับมาผงาดอีกครั้งในชื่อภาคภาษาไทยสุดเท่ “การกลับมาของราชันย์: ก้าวข้ามกาลเวลาเพื่อทวงบัลลังก์” ซึ่งภาคนี้ไม่ได้กลับมาแค่ภาพสวยขึ้น แต่ยังมาพร้อมกับยกระดับเกมเพลย์และเนื้อเรื่องที่ขยายสเกลไปไกลกว่าเดิมหลายเท่าตัว!
- ผู้พัฒนา: Bandai Namco Studios
- แนวเกม: Action RPG / Souls-like / Anime
- แพลตฟอร์ม: PlayStation 5, Xbox Series X/S, PC (Steam)
ในภาคแรกเราอาจจะคิดว่าความโกลาหลในโลกของ Revenant (เหล่าผู้ฟื้นคืนชีพ) ได้คลี่คลายลงบ้างแล้ว แต่ในเนื้อเรื่องจะพาเราดำดิ่งสู่ปริศนาใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เมื่อความผิดปกติของ “Bloodspring” เริ่มส่งสัญญาณเตือนถึงการกลับมาของราชันย์องค์เก่าที่เคยถูกลบเลือนไปจากประวัติศาสตร์
ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Revenant ผู้มีความสามารถในการดึงความทรงจำจากเลือด (Blood Echoes) และต้องร่วมมือกับพันธมิตรหน้าใหม่และหน้าที่คุ้นเคย เพื่อออกเดินทาง “ก้าวข้ามกาลเวลา” ผ่านรอยแยกแห่งมิติที่เรียกว่าเป้าหมายไม่ใช่แค่การเอาชีวิตรอด แต่คือการหยุดยั้งราชันย์ผู้บ้าคลั่งที่กำลังจะกลับมาทวงบัลลังก์และดูดกลืนพลังชีวิตของคนทั้งโลกให้สิ้นซาก!
1. งานภาพสไตล์ Unreal Engine 5 ที่คมกริบแต่ยังคงกลิ่นอายอนิเมะ
ภาคนี้ Bandai Namco จัดเต็มด้วยการอัปเกรดเอนจิ้นใหม่ ทำให้แสงเงา แฟเฟกต์เลือด และดีเทลของชุด “Blood Veil” ดูสมจริงและอลังการขึ้นมาก แต่จุดที่น่าชื่นชมที่สุดคือยังคงรักษาลายเส้นตัวละครแบบอนิเมะไวได้อย่างยอดเยี่ยม ใครที่ชอบสร้างตัวละคร (Character Creation) ภาคนี้มี Option ให้ปรับเยอะจนคุณอาจจะใช้เวลาสร้างตัวละครนานกว่าเวลาเล่นเกมเสียอีก!
2. ระบบ “Dual Blood Code” การผสมผสานที่ไร้ขีดจำกัด
หากภาคแรกคุณชอบการเปลี่ยนอาชีพไปมา ภาคนี้จะทำให้คุณกรี๊ดกว่าเดิมด้วยระบบ Dual Blood Code ที่อนุญาตให้คุณติดตั้งพลังจาก 2 สายพร้อมกัน! คุณสามารถเป็นนักรบดาบใหญ่ที่ร่ายเวทมนตร์ไฟระดับสูงได้ หรือจะเป็นมือปืนสายไวที่เน้นการดูดเลือดแบบ Assassin การคอมโบ Gift (สกิล) จึงมีความหลากหลายและลึกซึ้งขึ้นมาก
3. Partner System ที่ฉลาดและมีหัวใจ
ระบบคู่หู (AI Partner) กลับมาทำงานได้ดีเยี่ยมขึ้น AI ภาคนี้ฉลาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่เดินไปตกเหวตายง่ายๆ และยังมีระบบ Affinity (ความสัมพันธ์) ที่ถ้าเราพาใครไปทำภารกิจบ่อยๆ จะมีการปลดล็อกบทสนทนาพิเศษและท่าไม้ตายร่วม (Combo Burst) ที่รุนแรงและเท่สุดๆ

● การเดินทางข้ามกาลเวลา: ฉากที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย
หนึ่งในไฮไลต์คือการเล่นกับ “กาลเวลา” ในบางแผนที่ คุณจะต้องสลับไปมาระหว่างโลกอดีตที่ยังรุ่งเรืองกับโลกอนาคตที่ล่มสลาย เพื่อไขปริศนาและเปิดทางไปต่อ การออกแบบแผนที่จึงมีความซับซ้อนและน่าตื่นตาตื่นใจ ไม่ใช่แค่เดินจากจุด A ไปจุด B แต่เป็นการแก้ปริศนาในเชิงโครงสร้างที่สนุกมากครับ
● บอสไฟต์ระดับมหากาพย์: ท้าทายแต่ไม่ทอดทิ้งผู้เล่น
ขึ้นชื่อว่าแนว Souls-like ความยากคือเสน่ห์ แต่ปรับสมดุลได้ดีมาก บอสแต่ละตัวมีรูปแบบการโจมตี (Moveset) ที่ชัดเจนและอลังการเหมือนหลุดออกมาจากอนิเมะเรื่องดัง แม้จะยากจนต้องตายซ้ำซาก แต่ระบบการเกิดใหม่และการวางจุด Checkpoint ที่สมเหตุสมผล ทำให้เรารู้สึกว่า “อีกรอบน่าจะผ่าน!” มากกว่าจะรู้สึกอยากปาจอยทิ้ง
● ดนตรีประกอบระดับ Masterpiece
เพลงประกอบในภาคนี้ยังคงได้กลิ่นอายความลึกลับสไตล์โกธิคผสมกับดนตรีร็อกจังหวะหนักๆ โดยเฉพาะเพลงช่วงสู้บอสที่เร้าอารมณ์จนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ดนตรีเปียโนในฉากพักผ่อนก็ช่วยปลอบประโลมใจจากการสู้รบได้เป็นอย่างดี
คือภาคต่อที่ทำออกมาเพื่อลบจุดด้อยของภาคแรกและเสริมจุดเด่นให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น มันไม่ใช่แค่เกมยากๆ เกมหนึ่ง แต่เป็นงานศิลปะที่ผสมผสานเนื้อเรื่องสุดเข้มข้น งานภาพระดับเทพ และเกมเพลย์ที่ยืดหยุ่นเข้าไว้ด้วยกัน
หากคุณชอบความท้าทาย ชอบเนื้อเรื่องสไตล์อนิเมะดาร์กแฟนตาซี และชอบการปรับแต่งตัวละคร นี่คือเกมที่คุณห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ เตรียมเลือดของคุณให้พร้อม แล้วไปทวงบัลลังก์คืนมา!
คะแนนความน่าเล่น: 9/10 (หักคะแนนความยากที่อาจจะทำให้มือใหม่ต้องร้องไห้ในบางช่วง!)

