Strange Magic (2015) มนตร์มหัศจรรย์

มนตร์มหัศจรรย์

มนตร์มหัศจรรย์ เมื่อ “ความรัก” ไม่จำเป็นต้องสวยงามเสมอไป แอนิเมชันเพลงสุดจ๊าบจากไอเดียของ George Lucasหากคุณกำลังมองหาแอนิเมชันแนวแฟนตาซีที่ฉีกกฎเดิมๆ ของเทพนิยาย ประเภทที่เจ้าหญิงต้องคู่กับเจ้าชายรูปงามเสมอไปล่ะก็ Strange Magic (2015) คือคำตอบครับ! แม้จะเป็นหนังที่เข้าฉายมาพักใหญ่แล้ว แต่ความสดใหม่ของพล็อตและงานภาพระดับคุณภาพจากสตูดิโอระดับโลกก็ยังทำให้เรื่องนี้เป็น “Underrated Gem” ที่น่าหยิบมาดูซ้ำ

  • สตูดิโอ: Lucasfilm Animation / Industrial Light & Magic (ILM)
  • ผู้สร้าง/เนื้อเรื่อง: George Lucas
  • แนวเกม: Animation / Musical / Fantasy / Romance

เรื่องราวเกิดขึ้นในโลกที่แบ่งแยกออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน คือ Fairy Kingdom ดินแดนแห่งแสงสว่างและความสวยงามของเหล่าแฟรี่ และ Dark Forest ดินแดนอึมครึมที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดและแมลงหน้าตาน่ากลัว

มาริแอนน์ (Marianne) เจ้าหญิงแฟรี่ผู้แข็งแกร่งที่เคยอกหักจากคู่หมั้นจอมกะล่อน จนปฏิญาณว่าจะไม่รักใครอีก ต้องออกผจญภัยเมื่อ ดอว์น (Dawn) น้องสาวจอมเพ้อฝันของเธอถูกลักพาตัวไปโดย บ็อก คิง (Bog King) ราชาผู้เกลียดชังความรักแห่งป่ามืด

ชนวนเหตุมาจาก “น้ำยารัก” (Love Potion) สุดอันตรายที่ใครได้กินเข้าไปจะหลงรักคนแรกที่เห็นทันที! ท่ามกลางบทเพลงและการไล่ล่าที่ชุลมุน มาริแอนน์และบ็อกคิงกลับพบว่า “ความแตกต่าง” ของพวกเขาอาจมีบางอย่างที่เชื่อมถึงกันมากกว่าที่คิด


มนตร์มหัศจรรย์

1. งานภาพระดับ Lucasfilm (ILM)

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมงานภาพถึงดูสมจริงและละเอียดขนาดนี้ เพราะได้ทีมงาน Industrial Light & Magic (ILM) ที่ทำเอฟเฟกต์ให้ Star Wars มาดูแล! แสงเงาบนปีกแฟรี่ รายละเอียดผิวหนังของเหล่าแมลง หรือบรรยากาศป่ามืดที่ดูน่ากลัวแต่มีเสน่ห์ จัดว่าเป็นแอนิเมชันที่งานภาพ “สวยสะกด” แม้จะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม

2. Jukebox Musical: รวมเพลงฮิตที่ใครก็ร้องได้

เสน่ห์สุดตัวของเรื่องนี้คือการเป็นหนังมิวสิคัลที่นำเอาเพลงป๊อปและร็อคชื่อดังในอดีต (ตั้งแต่ยุค 60s จนถึงปัจจุบัน) มาเรียบเรียงใหม่เพื่อเล่าเรื่อง เช่นเพลง Can’t Help Falling in Love, Stronger (What Doesn’t Kill You) หรือแม้แต่เพลงชื่อเดียวกับหนังอย่าง Strange Magic ทำให้เราดูไปโยกหัวตามไปได้ตลอดเรื่อง

3. ความรักที่ “ไม่เน้นหน้าตา”

หนังเรื่องนี้กล้าที่จะนำเสนอพระเอกที่เป็น “อสูร” หรือแมลงที่ดูหน้าตาน่าเกลียดจริงๆ ไม่ใช่เจ้าชายรูปงามที่ถูกสาปแล้วคืนร่างได้ตอนจบ มันสะท้อนข้อความที่ลึกซึ้งว่า ความรักที่แท้จริงคือการยอมรับในตัวตนและความ “ประหลาด” (Strange) ของกันและกัน


มนตร์มหัศจรรย์

มาริแอนน์: นางเอกยุคใหม่ที่ไม่ต้องรอเจ้าชาย

ลบภาพจำเจ้าหญิงขี้แยไปได้เลย เพราะมาริแอนน์คือตัวแทนของผู้หญิงที่เจ็บแล้วจำ เธอเปลี่ยนชุดฟูฟ่องมาเป็นชุดเกราะ ถือดาบ และฝึกฝนการต่อสู้ด้วยตัวเอง การเห็นตัวละครหญิงที่พึ่งพาตัวเองได้เป็นสิ่งที่ทำให้หนังดูทันสมัยและเข้ากับยุคนี้มากๆ

Bog King: ตัวร้ายที่น่ารักที่สุดในโลกแอนิเมชัน

ราชาแห่งป่ามืดที่ดูเหมือนจะโหดเหี้ยม แต่จริงๆ แล้วเขาก็แค่คนที่เคยถูกความรักทำร้ายจนปิดตายหัวใจ การแสดงออกที่เงอะงะและความพยายามที่จะทำเป็นเข้มของเขา เป็นความน่ารักแบบ “Tsundere” (ปากไม่ตรงกับใจ) ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักเขาได้ไม่ยาก

ข้อคิดเรื่อง “ความหลง” vs “ความรัก”

หนังเปรียบเทียบ “น้ำยารัก” (ที่ทำให้คนหลงหัวปักหัวปำแบบไม่มีสติ) กับ “ความรักที่แท้จริง” (ที่เกิดจากการเรียนรู้และเข้าใจกัน) ได้อย่างชัดเจน มันสอนให้รู้ว่าสิ่งที่ได้มาง่ายๆ อย่างเวทมนตร์ อาจไม่ยั่งยืนเท่าความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางอุปสรรค


Strange Magic อาจจะไม่ใช่หนังที่เดินตามขนบดิสนีย์เป๊ะๆ แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ของมัน มันคือส่วนผสมที่แปลกประหลาดระหว่าง A Midsummer Night’s Dream ของเชคสเปียร์ กับบทเพลงร็อคแอนด์โรลที่ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อหากคุณชอบแอนิเมชันที่ตลกขบขัน เพลงเพราะ และงานภาพระดับเทพที่เก็บทุกรายละเอียด Strange Magic คือผลงานที่จะทำให้คุณมองเห็น “ความสวยงาม” ในสิ่งที่คนอื่นมองว่า “ประหลาด” ครับ!

สรุปคะแนน: 8/10 (เหมาะมากสำหรับดูพร้อมป๊อปคอร์นในวันหยุด!)