ขุนนางพลิกแผ่นดิน เล่ม 4-5 by เมิ่งซีสือ (5 เล่มจบ)

ขุนนางพลิกแผ่นดิน

ขุนนางพลิกแผ่นดิน เล่ม 4-5: บทสรุปหมากกระดานสุดท้าย เมื่อมิตรภาพและการเมืองมาถึงจุดแตกหัก!เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้วครับกับนิยายแนวสืบสวนสอบสวนอิงประวัติศาสตร์ที่ครองใจนักอ่านทั่วเอเชียอย่างสำหรับใครที่ติดตามการไขคดีของคู่หู “ถังฟั่น” และ “สุยโจว” มาตั้งแต่เล่มแรก ในเล่ม 4 และ 5 นี้ บอกเลยว่าระดับความเข้มข้นจะทวีคูณขึ้นไปอีกหลายเท่า เพราะมันไม่ใช่แค่การจับโจรผู้ร้ายธรรมดา แต่มันคือการ “พลิกแผ่นดิน” สมชื่อเรื่องจริงๆ!

  • ผู้แต่ง: เมิ่งซีสือ (Meng Xi Shi) – ผู้แต่งเดียวกับ พันสารท และ รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่
  • สำนักพิมพ์ (ไทย): EverY (เอเวอรี)
  • สถานะ: 5 เล่มจบ (ครบถ้วน)

ในขณะที่ ถังฟั่น ขุนนางหนุ่มผู้รักการกินเป็นชีวิตจิตใจ (แต่สมองปราดเปรื่องระดับอัจฉริยะ) ค่อยๆ ไต่เต้าตำแหน่งขุนนางสูงขึ้นเรื่อยๆ เขาก็เริ่มมองเห็น “เนื้อร้าย” ที่กัดกินราชวงศ์หมิงลึกขึ้นกว่าเดิม คดีความในเล่ม 4 จะเริ่มมีความซับซ้อนและโยงใยไปถึงกลุ่มอิทธิพลในราชสำนัก รวมถึงความลับของ “สำนักตะวันตก” ที่มี วังจื๋อ ขันทีหนุ่มจอมเผด็จการเป็นผู้กุมบังเหียน

เข้าสู่เล่ม 5 ซึ่งเป็นเล่มจบ พล็อตเรื่องจะพุ่งทะยานไปที่ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายธรรมะและฝ่ายอธรรมในราชสำนัก เมื่อเบื้องหลังของทุกคดีที่ผ่านมาเริ่มขมวดปมเข้าหากัน แผนการกบฏที่ซ่อนตัวมานานปีเริ่มเผยโฉมออกมา ถังฟั่นและ สุยโจว (นายกององครักษ์เสื้อแพรผู้แสนเย็นชาแต่ใจดีกับถังฟั่นคนเดียว) ต้องร่วมมือกันใช้ทั้งไหวพริบและกำลังทหารเพื่อยับยั้งหายนะที่จะเกิดขึ้นกับฮ่องเต้และราษฎร ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่ไว้ใจใครไม่ได้แม้แต่คนเดียว!


1. การเติบโตของตัวละครที่ “กลมกล่อม”

จากถังฟั่นในเล่ม 1 ที่อาจจะดูเป็นบัณฑิตใสซื่อ ในเล่ม 4-5 เราจะได้เห็นความเด็ดขาดและการวางหมากที่แยบยลขึ้น เขาเรียนรู้ที่จะเล่นเกมการเมืองเพื่อความอยู่รอด แต่ยังคงรักษาอุดมการณ์ความยุติธรรมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ส่วนสุยโจวก็ไม่ใช่แค่ “มือกระบี่” อีกต่อไป แต่เขาคือเสาหลักที่คอยค้ำจุนและปกป้องถังฟั่นในทุกย่างก้าว

2. วังจื๋อ: ตัวร้ายที่รักหรือมิตรที่น่ากลัว?

หนึ่งในตัวละครที่โดดเด่นที่สุดในภาคจบคือ “วังจื๋อ” ขันทีผู้มีอิทธิพลล้นฟ้า เมิ่งซีสือเขียนตัวละครนี้ออกมาได้มีมิติมาก เราจะเดาไม่ออกเลยว่าในใจเขากำลังคิดอะไร เขาช่วยถังฟั่นเพราะมิตรภาพ หรือเพราะผลประโยชน์? ความสัมพันธ์แบบ “สามทหารเสือ” (ถังฟั่น-สุยโจว-วังจื๋อ) เป็นสิ่งที่ทำให้นักอ่านลุ้นทุกครั้งที่พวกเขาเจอกัน

3. ปมปริศนาที่ขมวดมาได้ “ว้าว” มาก

ใครที่กังวลว่าคดีเยอะๆ จะจบสวยไหม บอกเลยว่าไม่ต้องห่วงครับ ผู้แต่งเก็บทุกรายละเอียดที่เคยทิ้งไว้ตั้งแต่เล่ม 1 มาขยี้ต่อในเล่มจบได้อย่างมีเหตุมีผล การเฉลยตัวบงการใหญ่ในเล่ม 5 ทำออกมาได้น่าทึ่งและสมเกียรติของนิยายแนวสืบสวนระดับแนวหน้า


มิตรสหายที่ก้าวข้ามคำว่า “เพื่อน”

แม้เรื่องนี้จะเป็นแนวขุนนางและการเมือง แต่ความสัมพันธ์ของถังฟั่นและสุยโจวคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจคนอ่าน ความห่วงใยที่แสดงออกผ่าน “อาหาร” (สุยโจวทำอาหารเก่งมาก!) และการดูแลกันในยามวิกฤต เป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง มั่นคง และเป็นธรรมชาติจนเราสัมผัสได้ถึงความรักที่อยู่เหนือคำบรรยาย

การเมืองชิงไหวชิงพริบที่ “อ่านง่าย”

จุดเด่นของเมิ่งซีสือคือการเขียนเรื่องยากๆ ให้เข้าใจง่าย การเมืองในเรื่องนี้มีชั้นเชิงแต่ไม่ซับซ้อนจนปวดหัว ผู้แต่งใช้การเปรียบเทียบและการดำเนินเรื่องผ่านมุมมองของถังฟั่น ทำให้เราเหมือนได้เข้าไปนั่งแก้ปริศนาและวางแผนไปพร้อมกับเขาจริงๆ

ฉากจบที่ “อิ่มเอม” และสมบูรณ์แบบ

เล่ม 5 มอบบทสรุปที่ให้คำตอบกับทุกตัวละคร ไม่ใช่แค่พระนาง แต่รวมถึงตัวละครรองที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา มันเป็นฉากจบที่ทำให้เราปิดหนังสือลงด้วยรอยยิ้มและความรู้สึกใจหายเล็กๆ ที่ต้องลาจากตัวละครเหล่านี้


(The Fourteenth Year of Chenghua) ไม่ใช่แค่นิยายวายหรือนิยายสืบสวนทั่วไป แต่มันคือเรื่องราวการสู้ชีวิตของคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามทำสิ่งที่ถูกต้องในโลกที่บิดเบี้ยว เล่ม 4 และ 5 คือบทพิสูจน์ฝีมือของเมิ่งซีสือในการร้อยเรียงดราม่า การเมือง และความโรแมนติกเข้าด้วยกันได้อย่างไร้ที่ติ

ถ้าคุณชอบตัวเอกที่ฉลาดทันคน ชอบพระเอกที่สายซัพพอร์ตสุดตัว และชอบความตื่นเต้นของการสืบคดีในรั้ววัง “ขุนนางพลิกแผ่นดิน” 5 เล่มจบเรื่องนี้ คือผลงานมาสเตอร์พีซที่ต้องมีไว้ในครอบครองครับ!

คะแนนรีวิว: 10/10 (เป็นตอนจบที่สมบูรณ์และงดงามที่สุดเรื่องหนึ่ง)