มายเลดี้เจน ราชินีลืมโลก เมื่อประวัติศาสตร์ถูก “ตบหน้า” ด้วยความกาว! รีวิวซีรีส์ราชินี 9 วันที่ขอรอดชีวิตไปบวกกับโชคชะตาถ้าคุณกำลังมองหาซีรีส์ย้อนยุคประเภท “ใส่ชุดฟูฟ่องแต่ด่ากราด” หรือชอบแนว Bridgerton ที่ผสมความแฟนตาซีแบบ The Witcher เข้าไปนิดๆ บอกเลยว่า “My Lady Jane” (มายเลดี้เจน ราชินีลืมโลก) คือจานเด็ดที่คุณต้องรีบมาชิม! เพราะนี่ไม่ใช่ซีรีส์ประวัติศาสตร์ที่เอาไว้นอนหลับในห้องเรียน แต่มันคือการ “รื้อ” ประวัติศาสตร์อังกฤษมาเขียนใหม่ชนิดที่ว่าพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ยังต้องเหลียวหลัง!
- ผู้สร้าง/สตูดิโอ: Amazon MGM Studios (สตรีมมิ่งทาง Prime Video)
- อ้างอิงจาก: นิยายชุด The Lady Janies โดย Cynthia Hand, Brodi Ashton และ Jodi Meadows
- แนวเกม: Alt-History / Romantic Comedy / Fantasy / Adventure
ในหน้าประวัติศาสตร์จริง เลดี้ เจน เกรย์ คือหญิงสาวผู้น่าสงสารที่ถูกแต่งตั้งเป็นราชินีอังกฤษเพียง 9 วันก่อนจะถูกบั่นคอ… แต่หยุดก่อน! ในซีรีส์เรื่องนี้ “เจน” (รับบทโดย Emily Bader) ไม่ได้เป็นเหยื่อผู้อ่อนแอ เธอคือสาวแกร่งรักอิสระ หมกมุ่นอยู่กับการศึกษาสมุนไพร และไม่เคยคิดจะแต่งงาน
แต่โชคชะตา (และแม่ใจร้าย) บีบให้เธอต้องแต่งงานกับ กิลฟอร์ด ดัดลีย์ ชายหนุ่มรูปงามที่มีความลับอันตรายซ่อนอยู่ ท่ามกลางโลกที่แบ่งคนเป็นสองฝ่าย คือคนธรรมดา และ “เอเธียน” (Ethians) มนุษย์ที่สามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ได้ ซึ่งกำลังถูกตามล่าอย่างหนักโดยพวกใจแคบ
เมื่อกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดสิ้นพระชนม์ (แบบมีเงื่อนงำ) เจนจึงถูกผลักขึ้นสู่บัลลังก์ท่ามกลางแผนชิงอำนาจสุดวายป่วง เธอต้องเลือกว่าจะยอมเป็นหุ่นเชิดให้เขาสับหัว หรือจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนโชคชะตาของตัวเองและอาณาจักรไปพร้อมกับ “ม่ายหนุ่ม” (ที่บางทีก็เป็นม้า) ของเธอ!

1. การเล่าเรื่องแบบ Alt-History ที่โคตรปั่น!
ความเจ๋งของเรื่องนี้คือการประกาศตัวตั้งแต่นาทีแรกว่า “เราจะไม่ทำตามประวัติศาสตร์ห่วยๆ นั่น!” หนังใช้เสียงบรรยาย (Narrator) ที่จิกกัดเก่งมาก คอยตบมุกและแทรกข้อมูลกวนๆ ทำให้บรรยากาศของเรื่องดูวัยรุ่นและทันสมัยสุดๆ
2. เคมีพระ-นางที่ “ร้อนฉ่า” กว่าไฟนรก
Emily Bader (เจน) และ Edward Bluemel (กิลฟอร์ด) มีเคมีที่เข้ากันดีมาก จากคู่กัดที่ถูกบังคับให้แต่งงานกัน ค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์ผ่านสถานการณ์ที่ต้องเอาชีวิตรอด ฉากจิกหมอนมีให้เห็นเรื่อยๆ และฉากโรแมนติกก็ทำออกมาได้เซ็กซี่แบบมีชั้นเชิง
3. งานโปรดักชั่นและคอสตูมสุดอลังการ
แม้บทจะกาวแค่ไหน แต่งานภาพไม่ได้ไก่กาครับ สถานที่ถ่ายทำสวยงามอลังการ คอสตูมผสมผสานระหว่างความคลาสสิกวิกตอเรียนกับสไตล์พังก์เบาๆ ทำให้ดูเพลินตามาก

● “เจน เกรย์” คือไอคอนิกของความเท่าเทียม
เจนในเวอร์ชั่นนี้คือตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่ที่ตั้งคำถามกับอำนาจนิยมและจารีตประเพณีที่กดขี่เธอ ความฉลาดและการใช้ความรู้เรื่อง “วิทยาศาสตร์” (ในยุคนั้นเรียกสมุนไพร) มาแก้ปัญหา ทำให้เธอกลายเป็นนางเอกที่น่าเอาใจช่วยและดูฉลาดเท่สุดๆ
● ปม “เอเธียน” (Ethians) การเปรียบเทียบที่แหลมคม
การที่มีกลุ่มคนที่แปลงร่างเป็นสัตว์ได้แล้วถูกสังคมรังเกียจ เป็นการเปรียบเทียบ (Metaphor) ถึงการเหยียดเชื้อชาติหรือความแตกต่างในสังคมจริงๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ซีรีส์ที่มีภาพลักษณ์ตลกโปกฮา มีเนื้อหาที่ลึกซึ้งและกินใจแฝงอยู่
● เพลงประกอบสไตล์ “ร็อค” ในวังอังกฤษ
ลืมดนตรีออเคสตราน่าเบื่อๆ ไปได้เลย เพราะซีรีส์เรื่องนี้เลือกใช้เพลงร็อคและพังก์มาประกอบฉากบู๊และฉากเดินตลาด ทำให้จังหวะของเรื่อง (Pacing) กระชับ ฉับไว อ่านง่าย (ดูง่าย) สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ไม่ชอบอะไรยืดยาด
My Lady Jane คือซีรีส์ที่นิยามคำว่า “ความบันเทิง” ได้อย่างถูกต้อง มันมีความรักที่หวานเลี่ยนกำลังดี มีแอ็กชันที่สนุก มีการเมืองที่ซับซ้อนแต่เข้าใจง่าย และที่สำคัญคือมันมี “หัวใจ” ที่อยากจะบอกกับทุกคนว่า เราสามารถเขียนอนาคตของตัวเองได้เสมอ
หากคุณเบื่อซีรีส์ย้อนยุคแบบเดิมๆ ที่นางเอกต้องนั่งถอนสายบัวรอคนมาช่วย รีบเปิด Prime Video แล้วดูเรื่องนี้ด่วนครับ! เจนจะทำให้คุณรู้ว่า “ราชินี” ที่แท้จริง ไม่จำเป็นต้องมีมงกุฎ แค่มีสติและกล้าที่จะบวกก็พอ!
คะแนนความน่าติดตาม: 9.5/10 (หักนิดเดียวตรงที่ดูจบแล้วจะอยากหาหนุ่มหล่อที่แปลงร่างเป็นม้าได้มาไว้ที่บ้านสักคน!)

