ฟากฟ้าแห่งยูโทเปียของโนบิตะ: เมื่อโลกที่สมบูรณ์แบบอาจไม่ใช่คำตอบของความสุข กลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้งกับแอนิเมชันภาคโรงภาพยนตร์ประจำปีที่คราวนี้ “โดราเอมอน” จะพาเราทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสู่ดินแดนที่ทุกคนใฝ่ฝันอย่าง “พาราดาเปีย” ดินแดนที่สัญญาว่าจะเปลี่ยนคนไม่เอาถ่านให้กลายเป็นอัจฉริยะ! นี่คือภาคที่ถูกยกย่องว่า “บทดีที่สุด” ในรอบหลายปี ผลงานคุณภาพจากทีมสร้างที่ใส่ใจทุกรายละเอียดจนเราอยากให้คุณได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง
- ผู้กำกับ: โดะยามะ ทาคุมิ (Doyama Takumi)
- ผู้เขียนบท: โคซาวะ เรียวตะ (Kosawa Ryota) – มือเขียนบทระดับรางวัลจาก Legal High และ Confidence Man JP
- สตูดิโอ: Shin-Ei Animation
- เพลงประกอบ: “Paradise” โดย NiziU
เริ่มต้นจากการที่ โนบิตะ ได้ฟังตำนานเกี่ยวกับเกาะลอยฟ้าที่ผู้คนอยู่อาศัยกันอย่างมีความสุข สงบสุข และไม่มีความขัดแย้ง เขาจึงรบเร้าให้ โดราเอมอน ช่วยออกตามหาดินแดนในอุดมคตินั้น จนกระทั่งพวกเขา (พร้อมด้วยชิซุกะ, ไจแอนท์ และซูเนโอะ) ได้พบกับ “พาราดาเปีย” อาณาจักรลอยฟ้ารูปทรงพระจันทร์เสี้ยวที่ดูสวยงามราวกับสวรรค์
ที่นั่นพวกเขาได้พบกับ โซเนีย หุ่นยนต์แมวหนุ่มมาดเท่สุดอัจฉริยะ ผู้คอยดูแลความเรียบร้อยในเมือง โซเนียเผยว่าพาราดาเปียสามารถเปลี่ยนเด็กที่ไม่ได้เรื่องอย่างโนบิตะ ให้กลายเป็นเด็กที่สมบูรณ์แบบได้! แต่ภายใต้รอยยิ้มและความเงียบสงบนั้น โดราเอมอนกลับเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังม่านแห่งยูโทเปียนี้ หรือว่าความสมบูรณ์แบบที่ทุกคนถวิลหา… อาจแลกมาด้วยสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต?
1. บทภาพยนตร์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเป็นแค่ “การ์ตูนเด็ก”
ต้องขอบคุณมือเขียนบทอย่าง โคซาวะ เรียวตะ ที่เข้ามาเติมเต็มมิติความเข้มข้น ภาคนี้เล่นกับประเด็นเชิงปรัชญาและจิตวิทยาได้อย่างเฉียบคม โดยเฉพาะการตั้งคำถามเกี่ยวกับ “ความเป็นตัวของตัวเอง” และ “การถูกล้างสมอง” ทำให้ภาคนี้ได้รับคำชมว่ามีเนื้อหาที่ผู้ใหญ่ดูแล้วต้องฉุกคิดตาม
2. “โซเนีย” ตัวละครใหม่ที่ขโมยหัวใจคนดู
หุ่นยนต์แมวโซเนีย (พากย์เสียงโดย นากาเสะ เรน แห่งวง King & Prince) ไม่ได้เป็นแค่ตัวละครสมทบ แต่เขาคือหัวใจสำคัญของภาคนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างโซเนียและโดราเอมอนถูกนำเสนอออกมาได้อย่างกินใจ การต่อสู้กับหน้าที่และมิตรภาพของเขากลายเป็นจุดพีคที่ทำให้หลายคนต้องเสียน้ำตาในโรงภาพยนตร์
3. งานวิชวลที่ตระการตาและ “ลื่นไหล”
ภาพการใช้ชีวิตบนเกาะลอยฟ้าและฉากการขับเครื่องบินย้อนยุค (Air Battle) ทำออกมาได้สวยงามและมีชีวิตชีวามาก แสงสีในพาราดาเปียดูละมุนตาแต่แฝงด้วยความลึกลับ ซึ่งเป็นงานดีไซน์ที่ยอดเยี่ยมจากสตูดิโอ Shin-Ei Animation

● “การเป็นคนไม่เอาถ่าน” คือความผิดจริงหรือ?
ธีมหลักของภาคนี้กระแทกใจคนดูอย่างจัง ผ่านตัวละครโนบิตะที่มักจะถูกเปรียบเทียบกับคนเก่งๆ เสมอ พาราดาเปียพยายามบอกว่าทุกคนต้อง “เหมือนกัน” ถึงจะมีความสุข แต่โดราเอมอนกลับตะโกนบอกเราว่า “ความล้มเหลวและข้อเสียของแต่ละคนนั่นแหละ คือสิ่งที่ทำให้เราเป็นมนุษย์” มันคือการยอมรับในความบกพร่องของตัวเองที่สื่อออกมาได้อบอุ่นหัวใจสุดๆ
● มิตรภาพที่ก้าวข้าม “ความเพอร์เฟกต์”
เราจะได้เห็นไจแอนท์ที่ไม่ใจร้าย ซูเนโอะที่ไม่ขี้อวด ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องดีใช่ไหมครับ? แต่ซีรีส์แสดงให้เห็นว่าเพื่อนที่ “ดีเกินไป” จนสูญเสียตัวตนนั้นน่ากลัวแค่ไหน ภาคนี้จึงเน้นย้ำความสำคัญของมิตรภาพแบบ Real-life ที่ต้องมีทั้งการทะเลาะและการให้อภัย ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่แท้จริงของแก๊งโดราเอมอน
● เพลงประกอบที่เติมเต็มความรู้สึก
เพลง “Paradise” ของ NiziU เข้ากับมู้ดของเรื่องอย่างไม่น่าเชื่อ เนื้อหาที่พูดถึงการค้นหาสวรรค์ในแบบของตัวเองช่วยส่งต่ออารมณ์หลังดูจบได้เป็นอย่างดี เป็นการจบการผจญภัยที่ทิ้งความประทับใจไว้ในใจยาวนาน
Doraemon Nobita’s Sky Utopia (2023) คือการพิสูจน์ว่าโดราเอมอนยังคงเป็นแอนิเมชันที่คลาสสิกและทรงพลังเสมอ มันไม่ใช่แค่การผจญภัยในโลกแฟนตาซี แต่เป็นการผจญภัยเข้าไปในหัวใจของความเป็นมนุษย์ หากคุณกำลังเหนื่อยล้าจากการพยายาม “เป็นคนเก่ง” ในโลกที่กดดัน ลองไปดูหนังเรื่องนี้ครับ แล้วคุณจะรัก “ความไม่เอาถ่าน” ของตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม
คะแนนรีวิว: 9.5/10 (ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!)

