ถ้าพูดถึงชื่อ George Lucas หลายคนคงนึกถึงดาบเลเซอร์และการสู้รบในอวกาศจาก Star Wars แต่เชื่อไหมว่าครั้งหนึ่งเจ้าพ่อไซไฟคนนี้เคยหันมาทำอนิเมชั่นมิวสิคัลสุดแปลกตาที่ชื่อว่า “Strange Magic” (มนตร์มหัศจรรย์) ภายใต้สตูดิโอ Lucasfilm Animation แม้ตอนออกฉายอาจจะไม่เปรี้ยงปร้างเท่าค่ายยักษ์ใหญ่อื่นๆ แต่เวลาผ่านไป หนังเรื่องนี้กลับกลายเป็น “Cult Classic” ที่มีแฟนคลับเฉพาะกลุ่มเหนียวแน่นมาก!วันนี้เราจะพาทุกคนดำดิ่งสู่โลกของเอลฟ์และอสูร เพื่อดูว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงควรค่าแก่การเปิดดูสักครั้ง

เรื่องราวเกิดขึ้นในโลกที่ถูกแบ่งแยกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน คือ Fairy Kingdom ดินแดนที่เต็มไปด้วยความสดใส ดอกไม้บานสะพรั่ง และเอลฟ์ผู้รักสนุก กับ Dark Forest ป่ามืดมิดที่เป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าแมลงและอสูรหน้าตาน่ากลัว
ชนวนเหตุของเรื่องเริ่มจาก Marianne เจ้าหญิงเอลฟ์ผู้ห้าวหาญที่เพิ่งอกหักดังเป๊าะจากคู่หมั้นจอมกะล่อน จนเธอปฏิเสธความรักทุกรูปแบบ ในขณะเดียวกัน The Bog King ราชาผู้เย็นชาแห่งดินแดนคึกคัก ก็เกลียดชังความรักเข้าไส้และสั่งทำลาย “ดอกไม้” ทุกชนิดที่ใช้ทำยาเสน่ห์
แต่แล้วความวุ่นวายก็เกิดขึ้นเมื่อมีคนแอบไปขโมยยาเสน่ห์มา จนทำให้เกิดการลักพาตัวและการเผชิญหน้ากันระหว่างราชาอสูรและเจ้าหญิงเอลฟ์ ท่ามกลางบทเพลงดังระดับตำนานที่ถูกนำมาร้องใหม่ตลอดทั้งเรื่อง!

1. งานภาพระดับ Lucasfilm ที่เก็บละเอียดทุกขุมขน
แม้จะเป็นหนังปี 2015 แต่เทคนิค CGI ของ Lucasfilm นั้น “ไม่ธรรมดา” เลยครับ การออกแบบตัวละครที่เป็นแมลงและอสูรทำออกมาได้สมจริง (จนบางคนอาจจะสยองในช่วงแรก) แต่เมื่อดูไปเรื่อยๆ คุณจะเห็นเสน่ห์ของการจัดแสง สี และรายละเอียดผิวสัมผัสที่ดูเรียลมาก เป็นสไตล์ที่ต่างจาก Disney หรือ DreamWorks อย่างชัดเจน
2. Jukebox Musical: รวมเพลงฮิตที่ร้องตามได้ทันที
เสน่ห์ที่สุดของเรื่องนี้คือการเป็นหนัง “มิวสิคัล” ที่นำเอาเพลงป๊อป-ร็อคชื่อดังจากหลายยุคมาเรียบเรียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็น:
- Can’t Help Falling in Love (Elvis Presley)
- Sugar Pie Honey Bunch (The Four Tops)
- Stronger (What Doesn’t Kill You) (Kelly Clarkson)
- Strange Magic (Electric Light Orchestra)
การฟังเพลงคุ้นหูในบริบทของโลกแฟนตาซี ทำให้เราเข้าถึงอารมณ์ตัวละครได้ง่ายและสนุกแบบไม่ทันตั้งตัว
3. พล็อตเรื่อง “โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” ฉบับตีความใหม่
ลืมภาพเจ้าหญิงอ่อนแอที่รอคนมาช่วยไปได้เลยครับ เพราะ Marianne คือนางเอกสายสตรองที่ถือดาบไล่ฟันศัตรู ส่วน The Bog King ก็ไม่ใช่พระเอกขี่ม้าขาว แต่เป็นตัวร้ายที่น่าสงสาร การพัฒนาความสัมพันธ์ของคู่นี้เป็นอะไรที่ “แปลกแต่จริง” และดูจริงใจมาก
“ความรักไม่ใช่การมองแค่เปลือกนอก” คือข้อความหลักที่หนังพยายามสื่อสาร แม้หน้าหนังจะดูเหมือนการ์ตูนเด็ก แต่มันกลับพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ที่พังทลาย (Heartbreak), ความเชื่อใจ และการยอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายเป็นจริงๆ
จุดเด่นอีกอย่างคือ Chemistry (เคมี) ระหว่างตัวละครเอกที่ทำออกมาได้ดีเกินคาด ช่วงครึ่งหลังของหนังที่ทั้งคู่เริ่มเปิดใจผ่านเสียงเพลง เป็นช่วงที่ประทับใจที่สุด และอาจทำให้คุณเผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว
Strange Magic อาจไม่ใช่หนังที่เพอร์เฟกต์ที่สุด แต่มันคือหนังที่มี “หัวใจ” และ “สไตล์” เป็นของตัวเองอย่างแรงกล้า ใครที่ชอบหนังแนวแฟนตาซี งานภาพสวยๆ และรักในเสียงเพลงป๊อปยุคเก่าจนถึงปัจจุบัน คุณจะหลงรักเรื่องนี้ได้ไม่ยากเลย
เหมาะสำหรับ: * คนที่ชอบหนังมิวสิคัล ฟังเพลงเพลินๆ
- คนที่มองหาบทนางเอกสายบู๊ ไม่ซ้ำซาก
- ครอบครัวที่อยากหาหนังดูสนุกๆ ภาพสวยสะดุดตา

