Hit Man (2023) นักฆ่า(ไม่)รับจ้าง

Hit Man

นักฆ่า(ไม่)รับจ้าง เมื่ออาจารย์ปรัชญาสวมรอยเป็นมือสังหาร ความมันระดับ 5 ดาวจึงบังเกิด!ถ้าคุณกำลังมองหาหนังที่ “ครบรส” ทั้งตลกหน้าตาย แอ็กชันสุดปั่น และโรแมนติกที่เคมีฟุ้งกระจายจนทะลุจอ Hit Man (2023) หรือชื่อไทยสุดกวนว่าคือคำตอบที่คุณห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง! ผลงานล่าสุดจากผู้กำกับตัวพ่อสายอินดี้อย่าง Richard Linklater ที่คราวนี้ขอพักเรื่องราวรักสามสิบปี (Before Trilogy) มาทำหนังแนวอาชญากรรมคอมเมดี้ที่สร้างจาก “เรื่องจริง” จนเราต้องอุทานว่า “จริงดิ?!”

  • ชื่อเรื่อง: Hit Man
  • ผู้กำกับ: Richard Linklater
  • สตูดิโอ/ผู้สร้าง: Netflix / AGC Studios
  • นักแสดงนำ: Glen Powell (รับบท แกรี่ จอห์นสัน), Adria Arjona (รับบท เมดิสัน)
  • ความยาว: 1 ชั่วโมง 55 นาที

แกรี่ จอห์นสัน (รับบทโดย Glen Powell) เป็นอาจารย์สอนวิชาปรัชญาและจิตวิทยาที่ใช้ชีวิตสุดแสนจะธรรมดา เขาชอบดูนก เลี้ยงแมว และขับรถเก่าๆ แต่รายได้เสริมของเขาช่างห่างไกลจากคำว่าธรรมดา เพราะเขาทำงานพาร์ตไทม์ให้กรมตำรวจนิวออร์ลีนส์ ในฐานะ “สายลับ” ที่ต้องปลอมตัวเป็นมือปืนรับจ้าง!

หน้าที่ของแกรี่คือการนัดเจอกับคนที่ต้องการจ้างฆ่าคนอื่น แล้วหลอกล่อให้พวกเขาสารภาพความผิดและจ่ายเงินมัดจำ เพื่อให้ตำรวจบุกจับได้คาหนังคาเขา ความพีกอยู่ตรงที่แกรี่ค้นพบว่าตัวเองมีพรสวรรค์ในการ “สวมบทบาท” เขาเริ่มแต่งตัว ติดหนวด ใส่วิก และเปลี่ยนสำเนียงเพื่อให้ตรงกับสเปก “นักฆ่าในอุดมคติ” ของลูกค้าแต่ละคน

แต่แล้วความวัวไม่ทันหาย ความรักก็เข้ามาแทรก เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับ เมดิสัน (รับบทโดย Adria Arjona) หญิงสาวเสน่ห์แรงที่ต้องการจ้างเขาไปเก็บสามีที่ทำร้ายร่างกายเธอ แทนที่แกรี่จะส่งเธอเข้าคุก เขากลับตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่ถลำลึกจนยากจะถอนตัว


Hit Man

1. การแสดงระดับ “แบกโลก” ของ Glen Powell

เราเห็นเขามาแล้วใน Top Gun: Maverick แต่ในเรื่องนี้ Glen Powell พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาคือของจริง! เขาต้องเปลี่ยนลุคเป็นนักฆ่าหลายสิบแบบ ทั้งมาดขรึม มาดเถื่อน หรือแม้แต่มาดโรคจิต ซึ่งเขาทำออกมาได้ฮาและเท่ในเวลาเดียวกัน ที่สำคัญคือเสน่ห์ของเขาตอนเป็น “แกรี่” เวอร์ชั่นติ๋มๆ ก็น่ารักจนเราเอาใจช่วย

2. เคมีที่ร้อนแรงจนไฟลุก

ความสัมพันธ์ระหว่างแกรี่ (ในร่างมือสังหารชื่อรอน) และเมดิสัน คือหัวใจสำคัญของเรื่อง ทั้งคู่มีเคมีที่เข้ากันอย่างน่าประหลาด มันไม่ใช่แค่ความรักหวานชื่น แต่มันคือการชิงไหวชิงพริบ ความลับ และความเซ็กซี่ที่ทำให้คนดูเดาไม่ออกเลยว่าความสัมพันธ์นี้จะจบลงที่เตียงนอนหรือในคุก

3. บทภาพยนตร์ที่ฉลาดและมีชั้นเชิง

แม้หน้าหนังจะเป็นคอมเมดี้ แต่ตัวหนังกลับสอดแทรกปรัชญาเรื่อง “ตัวตน” (Identity) ไว้อย่างแนบเนียน หนังตั้งคำถามกับเราว่า คนเราสามารถเปลี่ยนเป็นคนอื่นเพื่อสิ่งที่ต้องการได้จริงไหม? หรือว่าแท้จริงแล้ว เราทุกคนต่างก็สวมหน้ากากเข้าหากันอยู่แล้ว?


Hit Man

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับหนังแนวมือฆ่าที่เน้นการสาดกระสุน แต่ Hit Man เลือกที่จะเน้นการ “ใช้สมอง” และ “บทสนทนา” หนังเดินเรื่องฉับไว ไม่มีช่วงที่น่าเบื่อเลยแม้แต่นาทีเดียว การที่หนังสร้างจากเรื่องจริงของแกรี่ จอห์นสัน ตัวจริง (ที่เคยเป็นมือปืนปลอมให้ตำรวจจริงๆ) ยิ่งทำให้เรารู้สึกทึ่งกับความบ้าบิ่นของภารกิจนี้อีกส่วนที่ต้องชมคือการกำกับของ Richard Linklater ที่คุมโทนหนังได้อยู่หมัด เขาสามารถทำให้เรื่องราวที่ดูเหมือนจะเครียด (การจ้างฆ่า) กลายเป็นเรื่องตลกตลกร้ายที่คนดูขำออก และในขณะเดียวกันก็สร้างความกดดัน (Suspense) ในช่วงท้ายเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยม


Hit Man คือนิยามของคำว่า “หนังดีที่ดูสนุก” มันไม่ใช่หนังรางวัลที่ดูยาก แต่เป็นหนังคุณภาพเยี่ยมที่มอบความบันเทิงให้คุณแบบจัดเต็ม ไม่ว่าคุณจะชอบหนังแนวปลอมตัว หนังรักที่คาดเดาไม่ได้ หรือหนังตลกที่ฉลาด เรื่องนี้ตอบโจทย์ทุกข้อ!

คะแนนความน่าติดตาม: 9.5/10

เหมาะสำหรับ: คนที่ชอบหนังแนวชิงไหวชิงพริบ, แฟนคลับ Glen Powell และใครก็ตามที่อยากดูหนังแก้เครียดที่แฝงแง่คิดดีๆ