หากพูดถึงนิยายวายที่ครองใจนักอ่านสายฟีลกู๊ดแต่แฝงไปด้วยความหน่วงแบบหนึบ ๆ ในใจ ชื่อของ “Dark Blue Kiss“ ผลงานของนักเขียนชื่อดัง “Hideko_Sunshine” (หรือที่แฟน ๆ รู้จักกันในนามเจ้าแม่นิยายรักจากสำนักพิมพ์แจ่มใส) ย่อมติดโผอันดับต้น ๆ เสมอ นิยายเรื่องนี้ไม่เพียงแต่บอกเล่าเรื่องราวความรักของลูกผู้ชาย แต่ยังพาเราไปสำรวจความหมายของคำว่า “ความลับ” และ “ครอบครัว” ได้อย่างลึกซึ้ง
- ชื่อเรื่อง: (หนึ่งในซีรีส์ชุด Kiss)
- ผู้แต่ง: Hideko_Sunshine
- สำนักพิมพ์/สตูดิโอ: แจ่มใส (Jamsai Everyday)
- แนว: Romance / Drama / Coming of Age
เป็นเรื่องราวภาคต่อที่เจาะลึกความสัมพันธ์ของ “พีท“ หลังจากที่ทั้งคู่ข้ามผ่านสถานะความเป็นเพื่อนและตกลงปลงใจคบกันอย่างลับ ๆ
แต่ปัญหาคือ “ความลับ” มักจะมาพร้อมกับความอึดอัด พีทเป็นหนุ่มเลือดร้อน ขี้หึง และต้องการความชัดเจน ในขณะที่เก้าเป็นหนุ่มเรียนดี สุภาพ และกตัญญู ความกังวลของเก้าอยู่ที่แม่ซึ่งเป็นครู เขาไม่กล้าเปิดเผยตัวตนเพราะกลัวจะทำให้แม่ผิดหวัง
ความขัดแย้งเริ่มระอุขึ้นเมื่อ “นนท์” ลูกศิษย์ที่เก้าต้องไปสอนพิเศษ เข้ามาแทรกกลางระหว่างความสัมพันธ์ นนท์ไม่ใช่แค่เด็กหนุ่มธรรมดา แต่เป็นตัวแปรที่คอยปั่นหัวให้พีทกับเก้าผิดใจกัน จนนำไปสู่บททดสอบครั้งใหญ่ว่า “ความรัก” เพียงอย่างเดียวจะเพียงพอหรือไม่ หากขาดซึ่ง “ความเชื่อใจ”
1. เคมีที่ “เข้ากันแต่ขัดแย้ง” ของตัวละคร
เขียนตัวละคร พีท และ เก้า ออกมาได้มีมิติมาก พีทคือตัวแทนของความรักที่โผงผาง ร้อนแรงเหมือนไฟ ส่วนเก้าคือความเย็นนิ่งเหมือนน้ำสีน้ำเงินเข้ม เมื่อสองขั้วมาเจอกัน มันจึงมีทั้งความหวานที่ทำให้เราเขินตัวบิด และความดราม่าที่ทำให้เราอยากจะหยุมหัวตัวละคร (โดยเฉพาะตอนที่พีทหึงจนหน้ามืด!) การได้เห็นพัฒนาการของตัวละครที่ค่อย ๆ เติบโตขึ้นคือเสน่ห์หลักของเรื่องนี้
2. ประเด็น “Coming Out” ที่เข้าถึงง่ายและจริงใจ
นิยายเล่มนี้ไม่ได้นำเสนอแค่เรื่องความรักกุ๊กกิ๊ก แต่แตะไปถึงประเด็นการยอมรับจากครอบครัว เก้าต้องแบกรับความคาดหวังของแม่ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่นักอ่านหลายคนในชีวิตจริงต้องเผชิญ นิยายถ่ายทอดความรู้สึกอึดอัดของการต้องซ่อนตัวตนออกมาได้บีบคั้นหัวใจ ทำให้เราไม่ได้แค่ลุ้นให้เขารักกัน แต่ลุ้นให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในแบบที่ตัวเองเป็นจริงๆ
3. ตัวร้ายที่น่าหมั่นไส้จนเป็นสีสัน
ต้องยอมรับว่าตัวละครอย่าง “นนท์” คือตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้เนื้อเรื่องน่าติดตาม ความร้ายลึกและการวางแผนที่แยบยลของนนท์ทำให้นักอ่านต้องคอยลุ้นว่า “เก้าจะรู้ทันไหม?” และ “พีทจะระเบิดลงเมื่อไหร่?” ซึ่งช่วยส่งเสริมให้ความสัมพันธ์ของพระนายดูแข็งแกร่งขึ้นเมื่อผ่านอุปสรรคเหล่านี้ไปได้
สีน้ำเงินเข้ม (Dark Blue) ในชื่อเรื่อง ไม่ได้เป็นเพียงสีที่ดูเท่ แต่มันสื่อถึงความเงียบสงบ ลึกลับ และความกดดัน เหมือนท้องทะเลลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง ความรักของพีทและเก้าในเล่มนี้จึงไม่ใช่สีชมพูใส ๆ แต่มันคือสีน้ำเงินที่มั่นคง หนักแน่น แต่บางครั้งก็ดูอ้างว้างและโดดเดี่ยว การเลือกใช้โทนสีนี้สะท้อนถึงบรรยากาศของเรื่องที่เน้นความสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่ที่ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น
ถ้าคุณกำลังมองหานิยายที่อ่านแล้ว “อิน” จนอยากจะเข้าไปสิงตัวละคร Dark Blue Kiss คือคำตอบครับ ช่วงแรกอาจจะมีความหวานให้เราได้ชุ่มชื่นหัวใจ แต่พอเข้าช่วงกลางเรื่อง กราฟความเครียดจะค่อย ๆ พุ่งสูงขึ้นตามระดับความขี้หึงของพีทและความลับของเก้า
สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือการที่ผู้แต่งไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ของตัวละคร ทุกคนมีข้อเสีย พีทมีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์ ส่วนเก้ามีปัญหาเรื่องความไม่กล้าตัดสินใจ ซึ่งข้อบกพร่องเหล่านี้แหละที่ทำให้เรารู้สึกว่าพวกเขามีตัวตนจริงๆ และทำให้ตอนจบของเรื่องมันตราตรึงใจและคุ้มค่ากับการรอคอย
สรุปคะแนน (ความเห็นส่วนตัว)
- เนื้อเรื่อง: 9/10 (เข้มข้น มีปมชัดเจน)
- ความฟิน: 8.5/10 (ฉากสวีทน้อยกว่าเล่มแรกแต่ลึกซึ้งกว่า)
- ระดับดราม่า: 8/10 (หน่วงกำลังดี ไม่ถึงกับตับพัง)
- ความน่าอ่านต่อ: 10/10 (หยุดอ่านไม่ได้จริงๆ)
(หนึ่งในซีรีส์ชุด Kiss) จึงเป็นมากกว่าแค่นิยายวายทั่ว ๆ ไป แต่มันคือเรื่องราวของความเชื่อใจที่ต้องสร้างขึ้นด้วยความเข้าใจ และการยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น หากใครที่เคยดูเวอร์ชันซีรีส์มาแล้ว การกลับมาอ่านฉบับนิยายจะยิ่งช่วยให้คุณเข้าใจความรู้สึกนึกคิด (Monologue) ของตัวละครได้ลึกซึ้งขึ้นไปอีกระดับครับ!

