รีวิว The Division Resurgence ยกรหัสวิกฤตการณ์นิวยอร์กมาไว้ในมือถือ ฉบับจัดเต็ม!หากคุณเคยสัมผัสความระทึกของกรุงนิวยอร์กที่ล่มสลายในฉบับ PC หรือ Console มาก่อน เตรียมตัวให้พร้อมครับ เพราะวันนี้ Ubisoft Entertainment ได้ส่งต่อมรดกความมันส์ระดับ AAA มาลงสู่หน้าจอมือถืออย่างเต็มรูปแบบกับเกมแนว Third-Person Shooter RPG (Looter-Shooter) ที่ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาเพื่อเปลี่ยนมาตรฐานเกมมือถือไปอีกขั้น
เนื้อเรื่องของยังคงปักหลักอยู่ในจักรวาลของ Tom Clancy’s โดยเล่าถึงเหตุการณ์หลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส “Green Poison” ในวัน Black Friday ที่ทำให้โครงสร้างสังคมพังพินาศเราจะได้รับบทเป็นเจ้าหน้าที่หน่วย Strategic Homeland Division (SHD) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “The Division” รุ่นแรกๆ ที่ต้องลงพื้นที่ในมหานครนิวยอร์ก หน้าที่ของเราไม่ใช่แค่การยิงศัตรู แต่คือการเป็น “แสงสว่างสุดท้าย” เพื่อปกป้องพลเรือน ฟื้นฟูความสงบ และสืบหาความจริงเบื้องหลังความวุ่นวายนี้ ซึ่งความเจ๋งคือตัวเกมภาคนี้มีเนื้อเรื่องแยกส่วนที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างภาค 1 และ 2 ทำให้แฟนพันธุ์แท้ต้องร้องอ๋อ ส่วนมือใหม่ก็อินได้ไม่ยากครับ

สิ่งที่ทำให้ Resurgence โดดเด่นกว่าเกมยิงทั่วไปในตลาดคือ “ความลึกของระบบ” ครับ มันไม่ใช่แค่การเดินไปยิงเป้าหมายให้จบๆ ไป แต่คือการบริหารจัดการทรัพยากร การวางแผนกลยุทธ์ และการปรับแต่งตัวละครที่ละเอียดจนน่าตกใจ
- Open World ที่มีชีวิต: นิวยอร์กในเกมนี้ถูกถ่ายทอดออกมาได้สวยงามและหม่นหมองในเวลาเดียวกัน คุณจะได้สำรวจถนนที่เต็มไปด้วยซากรถ ตรอกซอกซอยที่มีความลับซ่อนอยู่ และเผชิญกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
- คลาสและสกิลที่หลากหลาย: คุณสามารถเลือกสายการเล่นได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นสายบุกทะลวง สายซัพพอร์ต หรือสายเทคโนโลยีที่ใช้โดรนและป้อมปืนในการคุมเชิง
- Dark Zone ที่คุ้นเคย: โหมดที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของซีรีส์นี้ก็ถูกยกมาด้วย! พื้นที่ที่ไม่มีกฎเกณฑ์ที่คุณต้องแย่งชิงไอเทมระดับสูง และต้องระแวงว่า “มิตร” อาจกลายเป็น “ศัตรู” ได้ทุกเมื่อเพื่อชิงของดรอปของคุณ
ต้องยอมรับว่า Ubisoft ทำการบ้านมาดีมากครับ กราฟิกในเกมใช้ Unreal Engine 4 ทำให้แสงเงา รายละเอียดพื้นผิว และเอฟเฟกต์ระเบิดต่างๆ ดูสมจริงจนแทบไม่เชื่อว่าเป็นเกมมือถือในส่วนของ Controls หรือการควบคุม ตัวเกมถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับหน้าจอสัมผัส มีระบบช่วยเล็ง (Aim Assist) ที่ไม่ดูถูกฝีมือผู้เล่นจนเกินไป หรือถ้าใครถนัดใช้จอยคอนโทรลเลอร์ ตัวเกมก็รองรับแบบไร้รอยต่อ ทำให้การกำบัง (Cover System) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเกมนี้ทำออกมาได้ลื่นไหลมาก
1. การปรับแต่งที่ไร้ขีดจำกัด (Loot & Craft)
เสน่ห์ของเกมแนว Looter-Shooter คือการตามหาปืนกระบอกที่ “ใช่” และชุดเกราะที่มี “Stat” โดนใจ ใน Resurgence คุณจะได้สนุกกับการโมดิฟายอาวุธ ตั้งแต่ลำกล้อง ยันพานท้ายปืน เพื่อสร้างกระบอกที่แรงที่สุดในแบบของคุณเอง
2. เล่นคนเดียวก็เฟี้ยว เล่นกับเพื่อนก็มันส์
ตัวเกมรองรับการเล่นแบบ Solo สำหรับสายเสพเนื้อเรื่อง แต่ถ้าเจอภารกิจระดับความยากสูงๆ การชวนเพื่อนมาตั้งตี้ 4 คนเพื่อวางแผนสลับสกิลกันใช้งาน คือความสนุกที่แท้จริงของเกมนี้ครับ การทำคอมโบระหว่างโล่โลหะกับป้อมปืนไฟฟ้าเป็นอะไรที่สะใจสุดๆ
3. ศัตรูที่มีสมอง (Smart AI)
ลืมภาพศัตรูที่ยืนนิ่งๆ ให้ยิงไปได้เลย เพราะ AI ในภาคนี้ฉลาดพอที่จะโอบล้อมคุณ ปาหมอกควันอำพราง หรือใช้สไนเปอร์คอยกดดันจากระยะไกล ทำให้ทุกการปะทะคุณต้องคิดเสมอว่าจะเข้าทางไหน หรือจะถอยไปตั้งหลักอย่างไร
ไม่ใช่แค่การพอร์ตเกมลงมือถือ แต่มันคือการสร้างประสบการณ์ใหม่ที่หยิบเอา “หัวใจ” ของซีรีส์มาใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงได้อย่างครบถ้วน
ข้อดี:
- กราฟิกระดับเทพเทียบเท่าคอนโซลยุคก่อน
- ระบบเกมเพลย์ลึก มีอะไรให้ทำเยอะมาก
- เป็นเกมฟรีที่คุณภาพสูง (Free-to-Play)
ข้อสังเกต:
- ตัวเครื่องอาจมีความร้อนสูงหากปรับกราฟิกสุด
- ต้องการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียร (โดยเฉพาะใน Dark Zone)
หากคุณกำลังมองหาเกมยิงที่มีเนื้อเรื่องเข้มข้น มีระบบการพัฒนาตัวละครที่ชัดเจน และมีโหมด Multi-player ที่ท้าทายคือคำตอบที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ!
